ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 8 คุณชายสามดีจัง ตอนที่ 8

#8บทที่ 8 คุณชายสามดีจัง

ตอนที่ 8 คุณชายสามดีจัง

ป้าเจียงเป็นคนเปิดประตู เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่นอกประตู นางก็ตกใจจนเสียงแหบ “คุณชายสาม?”

นางหันหน้าตะโกนเข้าไปด้านใน “แม่นาง คุณชายสามมาเจ้าค่ะ”

พอตะโกนเสร็จ เห็นชิงเฟิงที่อยู่ข้างหลังคุณชายสามมีสีหน้าเคร่งขรึม ป้าเจียงเลยรู้ตัวว่ายืนบังประตูอยู่ นางจึงรีบหลีกทางให้ “คุณชายสามเชิญเจ้าค่ะ”

นางยิ้ม คิดว่าจะต้องพรรณนาให้เขาฟังเสียหน่อย กว่าคุณชายสามจะกลับมาครั้งหนึ่ง นางต้องเอ่ยแทนแม่นาง

“คุณชายสามยุ่งหรือเจ้าคะ ท่านไม่ได้มาที่นี่สองเดือนแล้ว แม่นางคิดถึงท่านทั้งวันทั้งคืน ซ้ำยังป่วยอีก...”

คุณชายสามสีหน้าไร้อารมณ์ ชิงเฟิงที่เดินตามหลังเหลือบมองป้าเจียง สีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

อย่างไรอนุนอกเรือนย่อมไม่สำคัญหากเทียบกับครอบครัวในจวน แล้วนี่ยังไม่เพียงแต่ไร้กฎเกณฑ์ พูดจายังหยาบคาย คิดถึงอะไรกัน ในจวนยังไม่มีใครกล้าเอ่ยเช่นนี้กับคุณชายสาม

ชิงเฟิงกลัวคุณชายสามโมโห กระแอมเบาๆ ตั้งใจเตือนป้าเจียง

แต่ตอนนี้ป้าเจียงคิดแต่จะพูดแทนแม่นาง จะสังเกตเห็นสีหน้าของชิงเฟิงได้เช่นไร

“...แม่นางผ่ายผอมลงมาก แล้วยังไม่อนุญาตให้บ่าวไปหาคุณชายสาม บอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของท่านเจ้าค่ะ...”

แต่คุณชายสามกลับเหลือบมองชิงเฟิงนิ่งๆ ชิงเฟิงสีหน้าเคร่งขรึม ก้มหน้าลงและไม่กล้าทำอะไรอีก

อวี๋จือกําลังกอดชามกินหมูแผ่น เสียงพูดของป้าเจียงทําให้เธอตกใจ

คุณชายสาม? เสี่ยเลี้ยงไม่ใช่เหรอ เขามาได้อย่างไร เขามาทำไม

อย่าคิดว่าอวี๋จือคิดมากขนาดนี้จะนานแค่ไหน ที่จริงใช้เวลาแค่ชั่วครู่

ในเมื่อเสี่ยเลี้ยงมาหา เธอก็ควรออกไปต้อนรับ

อวี๋จือรีบลุกขึ้นยืนแล้ววางชามลง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนเดินเข้ามา

ผู้ชายคนนี้รูปร่างสูง ใบหน้าขาวสะอาด มีสีหน้าเย็นชา คิ้วพาดเฉียงเหมือนดาบหลบอยู่ใต้เส้นผมดําที่ปรกลงมา ดวงตาสีดำราวกับน้ำหมึก สายตาลุ่มลึกราวกับบ่อน้ำไร้ก้น ข้างในไม่มีความรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ความสำรวมและเย็นชาของเขาราวกับสลักไว้ในกระดูก

แม้แต่อวี๋จือที่เคยเห็นชายหนุ่มรูปงามหลากหลายรูปแบบในโลกฝึกตนยังต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีจริงๆ!

ตอนที่สบตากัน ไม่รู้ว่าอวี๋จือคิดไปเองหรือเปล่า เธอรู้สึกว่าในสายตาของเขามีอะไรบางอย่าง ทําให้เธอรู้สึกเหมือนตอนที่กินขนมในห้องเรียนแล้วถูกครูจับได้ หลังจากนิ่งคิดชั่วครู่เธอก็พูดออกไปว่า “คุณชายสาม กินหมูแผ่นหรือไม่เจ้าคะ”

เมื่ออวี๋จือรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ก็อดไม่ได้ที่จะเอามือปิดหน้า น่าอาย น่าอายมาก!

คุณชายที่สำรวมและสูงส่งแบบนี้ เธอกลับชวนเขากินหมูแผ่น นี่มันกำลังสบประมาทเขาชัดๆ

แต่แย่แค่ไหนก็ต้องไม่ยอมแพ้ พูดออกไปแล้วคืนคำไม่ได้ อวี๋จือพยายามทำท่าทางอ่อนโยนพลางยิ้มอย่างใจกว้าง “กินหรือไม่เจ้าคะ มันอร่อยมาก” เธอยกชามในมือขึ้น

ยิ้มปลอมมาก! นี่คือความประทับใจแรกที่เหวินจิ่วเซียวมีต่ออวี๋จือ

เขามองอวี๋จือ ผู้หญิงที่สีหน้าอมชมพู กินจนปากมันวาวแล้วบนหน้ายังเปื้อนเมล็ดงาคนนี้ คือคนที่ป้าเจียงบอกว่าคิดถึงเขาจนผอมลงมากเช่นนั้นหรือ

เหวินจิ่วเซียวสงสัย

แต่ว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงคนที่เขาพากลับมาจากมณฑลเจียงหนานเช่นนั้นหรือ ทำไมถึงรู้สึกแตกต่างกันเช่นนี้ ความคิดนี้วาบขึ้นมา เพราะเหวินจิ่วเซียวลืมแม้กระทั่งเรื่องที่ตัวเองพาหญิงสาวคนนี้กลับมาจากมณฑลเจียงหนาน เขาจะจําได้เช่นไรว่านางเป็นคนอย่างไร

“ไม่กิน” เหวินจิ่วเซียวหันหน้าหนีแล้วนั่งลง

ว้าว เสียงทุ้มต่ำน่าฟัง!

อวี๋จือแอบชื่นชมในใจ วางชามลงอย่างใจเย็นแล้วสั่งว่า “อิงเถา เอาชามาให้คุณชายสามเร็วเข้า”

ชามาแล้ว อวี๋จือรับกาน้ำชามารินให้เหวินจิ่วเซียวด้วยตัวเอง “คุณชายสามเชิญดื่มชาเจ้าค่ะ ข้าไม่มีใบชาดีๆ ลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ”

หัวหน้าใหญ่มาแล้ว ในฐานะลูกน้องก็ต้องประจบสักหน่อย เอ๊ย ไม่สิ นี่คือโชว์ผลงานต่างหาก

ไม่ขอคุณงามความดี แต่ขอไม่มีข้อผิดพลาดก็พอ หัวหน้าแบบนี้ไม่มีทางกลั่นแกล้งเธอ

และแน่นอนว่าถ้าประจบสอพลอดี เวลามีเรื่องดีอะไร หัวหน้าก็จะนึกถึงเธอเป็นคนแรก

อวี๋จือไม่อยากให้เสี่ยเลี้ยงมาที่นี่ แต่เธอยังแขวนป้ายว่าเป็น “ผู้หญิงของเขา” อยู่ ตอนนี้ยังตัดสัมพันธ์ไม่ได้ อย่างนั้นก็ช่วงชิงผลประโยชน์ให้ตัวเองหน่อยดีกว่า

เหวินจิ่วเซียวก้มหน้าดื่มชา ถือถ้วยชาด้วยนิ้วมือที่เรียวยาวราวกับลำต้นไผ่ ท่าทางสง่างามราวกับเมฆที่กำลังล่องลอย

หล่อ หล่อจริงๆ ผู้ชายที่แม้แต่นิ้วมือก็ดูดี

เสี่ยเลี้ยงยังไม่ได้แต่งงาน และยังไม่มีคู่หมั้น อวี๋จือไม่รังเกียจที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่มีคุณภาพแบบนี้ ใครเอาเปรียบใครยังไม่แน่

ถึงแม้บรรยากาศในห้องจะเงียบจนน่ากลัว แต่อวี๋จือกลับไม่อึดอัด สายตาของเธอมองไปที่ใบหน้าของเขา มือของเขา และ...คอเสื้อปิดไว้เรียบร้อยเกินไป มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในเลย

ดวงตาของอวี๋จือเต็มไปด้วยความเสียดาย สายตาของเธอเปล่งประกายเล็กน้อย อยากถอดเสื้อผ้าของเหวินจิ่วเซียวออกให้เกลี้ยง

พูดตามตรง เธอแค่อยากเห็นรูปร่างของเขา

บางทีสายตาของอวี๋จืออาจจะชัดเจนเกินไป เหวินจิ่วเซียวรู้สึกเหมือนจะถูกกลืนกินทั้งตัว เขาเงยหน้าขึ้นและสบตากับสายตาไร้เดียงสาของอวี๋จือ

หรือเขาจะรู้สึกไปเอง? เหวินจิ่วเซียวก้มหน้าลงอีกครั้ง

ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไร แต่กลับสังเกตทุกอย่างในห้องอย่างเงียบๆ

ชิงเฟิงเป็นคนซื้อบ้านเล็กๆ แห่งนี้ แต่เหวินจิ่วเซียวก็เคยเห็น เพราะเตรียมในเวลากระชั้นชิด ไม่ว่าจะเป็นทำเลหรือลานบ้านก็ไม่ดี เอ่ยได้ว่ามันเรียบง่ายเกินไป

แต่อิฐที่ปูใต้เท้า ม่านลูกปัดที่ห้อยตรงประตูด้านใน แจกันดอกไม้บนขอบหน้าต่าง... แล้วยังมีถนนหินไข่ห่านในลานตอนที่เขาเดินเข้ามา สวนดอกไม้ทางทิศตะวันตก ชิงช้าใต้ต้นพุทรา ทุกที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเจ้าของบ้าน

ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่กลับงดงามและน่าสนใจ โดยเฉพาะกลิ่นหอมที่มองไม่เห็น น่าจะเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ ทําให้เหวินจิ่วเซียวที่เครียดมานานยังอดรู้สึกผ่อนคลายไม่ได้

หลังจากดื่มชาหมดแล้ว เหวินจิ่วเซียวก็ลุกขึ้นยืน อวี๋จือรีบลุกขึ้น “คุณชายสามจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่ในใจกลับตะโกนว่า รีบเลย รีบกลับไปเลย!

เดิมคิดว่าจะไม่ได้รับคําตอบ แต่คิดไม่ถึงว่าเหวินจิ่วเซียวจะตอบกลับอืมเบาๆ “เจ้า...” เขาขมวดคิ้ว ราวกับไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร

อวี๋จือฉลาด เธอรีบพูด “อวี๋จือ ข้าชื่ออวี๋จือเจ้าค่ะ หมายถึงครอบครัวที่มีความสุข ล้วนดูแลทุกกิ่งก้านและใบให้ดี”

อวี๋จือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเรียกแทนตัวเองว่าข้า บ่าวทาสอะไรกัน ฟังแล้วขนลุก อวี๋จือรับไม่ได้ ร่างเดิมของเธอก็เป็นสาวบ้านนอกอยู่แล้ว ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์อะไร

“เจ้าเคยเรียนหนังสือเช่นนั้นหรือ” เหวินจิ่วเซียวตกใจ

“ท่านพ่อเป็นบัณฑิต ตอนเขายังอยู่เขาเคยสอนข้าเจ้าค่ะ” อวี๋จือตอบอย่างฉลาดแกมโกง

ท่านพ่อเป็นบัณฑิตเป็นเรื่องจริง ตอนเด็กเขาก็เคยอุ้ม เคยสอนหนังสือให้จริงๆ ดังนั้นอวี๋จือไม่ได้โกหก ตอนเขาอยู่เขาเคยสอน ต่อมาเขาก็ไม่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นลูกสาวของบัณฑิตจะกลายมาเป็นสาวใช้ได้ยังไง

ชีวิตน่าช่างสงสาร น่าสงสารจริงๆ!

เหวินจิ่วเซียวยืนอยู่ต่อเพราะเหตุนี้ “เงินพอใช้หรือไม่” สายตาของเขามองไปที่ของใช้ชิ้นใหม่ในห้อง ถึงแม้จะไม่ใช่ไม้ชั้นดี แต่รูปแบบกลับแปลกใหม่ ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินจำนวนน้อยได้แน่ๆ

อวี๋จือส่ายหน้า ก่อนจะก้มหน้าลงพูดตามตรง “เดือนก่อนข้าไม่สบาย ซื้อยาใช้เงินไปไม่น้อย เดิมทีเงินไม่พอใช้ แต่ป้าเจียงกับอิงเถาทําของกินไปขาย รายได้ไม่เลวจึงพอหนุนได้บ้างเจ้าค่ะ”

ขายของกินหรือ เหวินจิ่วเซียวคิดไม่ถึง แต่เรื่องนี้เป็นเพราะเขาจัดการไม่เหมาะสม มองใบหน้าเล็กๆ ของอวี๋จือ เหวินจิ่วเซียวก็รู้สึกปวดหัว

“ไม่จำเป็นต้องประหยัดขนาดนี้ ต่อไปข้าจะให้ชิงเฟิงนำเงินมาให้ทุกเดือน”

ช่างเถิด ตัวเองเป็นคนพานางกลับมาด้วย จะปล่อยนางตามยถากรรมได้เช่นไร แค่เงินไม่เท่าไหร่ เขาพอจ่ายได้

“ขอบพระคุณคุณชายสามเจ้าค่ะ!” อวี๋จือขอบคุณเสียงดัง และยิ้มจริงใจมากขึ้นไม่น้อย

เหวินจิ่วเซียวมองนางอีกครั้ง และเดินออกไปไม่เอ่ยอะไรอีก

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 8 คุณชายสามดีจัง ตอนที่ 8