ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน
ตอนก่อนหน้า
1 / 627

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน ตอนที่ 1

#1บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ตอนที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

เฮ้อ!

อวี๋จือถอนหายใจครั้งที่หนึ่งร้อยเอ็ด

เรื่องทะลุมิติข้ามเวลาแบบนี้ เจอครั้งแรก บอกได้ว่าพระเจ้ารักและเอ็นดู แต่ทะลุมิติสองครั้งเนี่ยมันหมายความว่าอะไรนะ

อวี๋จือคิดไม่ตกเรื่องที่ตัวเองทะลุมิติอีกครั้งได้ยังไง ทะลุมิติจากยุคสมัยใหม่ที่เทคโนโลยีพัฒนาแล้วมาสู่โลกของการบำเพ็ญตน แล้วยังทะลุมิติจากโลกของการบำเพ็ญตนมาเป็นอนุนอกเรือนของขุนนางบางคนในราชสำนักอีก นี่มันเกินไปมั้ย

อย่างน้อยเธอก็เป็นเด็กสาวที่จิตใจดีและมีความซื่อสัตย์ แม้จะขี้เกียจไปหน่อย แต่เธอก็ไม่เคยทำเรื่องอะไรร้ายแรง ทําไมสวรรค์ถึงไม่ยอมปล่อยคนธรรมดาอย่างเธอไป

แล้วอีกอย่าง เธอไม่ได้ขี้เกียจตั้งแต่ต้นนะ

ชาติก่อน อวี๋จือเป็นเด็กสาวที่เติบโตภายใต้ธงแดงในสังคมสมัยใหม่ ชาญฉลาดและหน้าตาดี ที่สำคัญคือขยัน เอาชนะความยากลำบากมากมายจนสอบเข้ามหาวิทยาลัย 985[footnoteRef:1] ที่มีชื่อเสียงได้ และเรียนจนถึงปริญญาโท [1: มหาวิทยาลัย 985 หมายถึง มหาวิทยาลัยที่มีความเป็นสากล มีมาตรฐานตามมหาวิทยาลัยอันดับต้นของโลก]

หลังจากเรียนจบ ด้วยผลการเรียนที่ดีเธอจึงสามารถเข้าไปทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง และเริ่มต้นชีวิตทำงานหามรุ่งหามค่ำ จนกระทั่งได้เลื่อนตําแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในเวลาเพียงสามปี

เธอสามารถทําโอทีติดต่อกันหนึ่งเดือนเพื่อโปรเจกต์โปรเจกต์หนึ่ง แต่สุดท้ายน่ะเหรอ โปรเจกต์สำเร็จแล้ว การเลื่อนตําแหน่งและขึ้นเงินเดือนกำลังกวักมือให้เธอ แต่เธอดันตายกะทันหัน!

เธอเพิ่งได้รับกุญแจของบ้านหลังใหญ่ เพิ่งได้ตําแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่มีเงินเดือนหนึ่งล้าน แล้วยังมีสุนัขหน้าตี๋ที่เธอจ้องไว้แต่ยังไม่มีเวลาเข้าหา โอ้ไม่ แฟนของฉัน... หายไปหมด ทุกอย่างหายไปหมดแล้ว!

ดังนั้น ทุกอย่างจึงว่างเปล่า มีเพียงการมีชีวิตและการมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงเท่านั้นที่เป็นความจริงที่สุด

โชคดีที่สวรรค์ย่อมมีทางออกให้คนเราเสมอ อวี๋จือที่เสียชีวิตกะทันหันไม่ทันได้ไปรายงานตัวที่ปรโลก แต่กลับทะลุมิติไปโลกของการฝึกบำเพ็ญตน และกลายเป็นเด็กหญิงอายุห้าขวบ

เธอเป็นเด็กกําพร้า แล้วยังเป็นรากปราณบริสุทธิ์ที่พบได้ยาก ถูกผู้อาวุโสสำนักชิงอวิ๋นพากลับไปสำนัก และกลายเป็นลูกศิษย์ในสำนัก

สำนักชิงอวิ๋นเป็นสำนักนักดาบ ลูกศิษย์ทุกคนแกว่งดาบทุกวัน หนึ่งวันสิบสองชั่วยามก็ใช้ไปกับการฝึกดาบทั้งหมด แข่งขันกันอย่างดุเดือด

เด็กผู้หญิงอย่างอวี๋จือได้รับความสนใจเพราะมีรากปราณที่ดี แล้วยังถูกสอนให้ขยันขันแข็ง

อวี๋จือที่เคยเสียเปรียบมาแล้วครั้งหนึ่งจะยอมทำเหรอ เธอไม่ทำแน่นอน!

เธอเพิ่งจะอายุห้าขวบ ถึงแม้จะกระโดดข้ามขั้น แต่ก็เป็นได้แค่เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง

กระทรวงศึกษาธิการกําหนดไว้ว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาต้องเรียนในโรงเรียนไม่เกินวันละหกชั่วโมง และห้ามสั่งการบ้านนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งและสอง

เด็กตัวเล็กขนาดนี้ บังคับให้เธอเรียนตั้งแต่เช้าจรดเย็น ยังมีหลักธรรมสวรรค์อยู่ไหม

มันส่งผลเสียต่อพัฒนาการสุขภาพทางกายและจิตของเด็กอย่างร้ายแรง

ไม่ทำ! ไม่ทำเด็ดขาด!

ปล่อยให้เหล่าผู้อาวุโสบ่นไป อวี๋จือก็ไม่สะเทือน เรียนวันละหกชั่วโมง ตอนเช้าไปเรียนวิชาคาถาสามชั่วโมง ตอนบ่ายฝึกดาบสามชั่วโมง ไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว ถึงเวลาก็เลิกเรียนทันที

และแน่นอนว่าต้องมีวันหยุดเสาร์อาทิตย์

ภายในสำนักมีทิวทัศน์งดงามราวกับแดนสวรรค์ ไปเดินเที่ยวชมทิวทัศน์ไม่ดีกว่าเหรอ ภูเขา เนื้อสัตว์ ผลไม้และน้ำชาไม่อร่อยเหรอ นอนหลับไม่ดีกว่าเหรอ

มีเรื่องสนุกตั้งมากมาย ทำอะไรที่มีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ ทําไมต้องกดดันตัวเองด้วย

ไม่ว่าจะฝึกดาบได้ดีแค่ไหน บำเพ็ญเพียรได้เร็วเพียงใด แล้วยังไงล่ะ ถึงแม้จะบอกว่าสิ่งที่คนฝึกตนแสวงหาศีลธรรม การบรรลุ แต่อวี๋จือเคยศึกษาแล้ว ในช่วงหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา ทั้งโลกของการฝึกตนมีคนบรรลุเพียงหกคน

อวี๋จือไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นผู้โชคดีคนต่อไป เธอไม่เคยอยากบรรลุ ใครจะรู้ว่าสถานการณ์บนโลกบรรลุเป็นยังไง บางทีมันอาจจะแย่กว่าโลกฝึกตนก็ได้ ดังนั้นใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสําคัญที่สุด

อะไรนะ บอกว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดคือผู้อยู่รอดบนโลกของการฝึกตน ถ้าบำเพ็ญเพียรน้อยจะถูกรังแกเหรอ

ก็จริง! แต่ตราบใดที่เธอไม่ออกไปจากสำนัก เธอก็จะไม่เจอกับอันตราย สำนักใหญ่ขนาดนี้ ใหญ่กว่าเมืองเมืองหนึ่งซะอีก ยังไม่พอให้เธออยู่สักสิบยี่สิบปีเหรอ

เธอตายมาแล้วหนหนึ่ง โชคดีที่ได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอควรเสพสุขสิ ไม่มีทางทำโอทีแน่นอน

แน่นอนว่าอวี๋จือย่อมก้าวหน้าอยู่บ้าง เธอตั้งใจเรียนหกชั่วโมงต่อวัน ควบคุมคะแนนสอบให้อยู่กลางๆ อย่างเข้มงวดทุกครั้ง

สูงเกินไปก็จะดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้อาวุโส ต่ำเกินไปก็จะถูกคัดออกจากการเป็นศิษย์ในสำนัก และไม่ได้เงินเดือนของศิษย์ในสำนัก

อย่าคิดว่าศิษย์ในสำนักกับศิษย์นอกสำนักแตกต่างกันแค่ในและนอก แต่เงินเดือนกลับต่างกันมาก แน่นอนว่าศิษย์สืบทอดเงินดีที่สุด แต่ศิษย์สืบทอดต้องไหว้อาจารย์ อวี๋จือไม่อยากหาหัวหน้ามาควบคุมตัวเอง นั่นมันไม่ต่างอะไรจากการทำโอที อวี๋จือรู้ดี เธอไม่มีทางตกหลุมนั้นเด็ดขาด

พรสวรรค์ดีขนาดนี้แต่กลับขี้เกียจแบบนี้ เหล่าผู้อาวุโสไม่ชอบที่เธอไม่เอาถ่าน ต่อมาเห็นว่าไม่ว่าจะบีบคั้นอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ พวกเขาจึงไม่สนใจดีกว่า

คนอื่นฝึกดาบ อวี๋จืออ่านนิยาย คนอื่นนั่งสมาธิ อวี๋จือนอนหลับ คนอื่นฝึกบุกดินแดนลับ อวี๋จือตามหาของอร่อย แล้วยังเล่นกับหมาแมว ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

รักสนุกทุกข์ถนัด วันหนึ่งอวี๋จืออยู่ในสำนักดีๆ แค่ไปดูเรื่องสนุก ไปมุงดูศิษย์พี่ใหญ่ชิงปราณก่อกำเนิดจากสวรรค์ คิดไม่ถึงว่าสายฟ้าเส้นนั้นจะตาบอด ไม่ไปผ่าศิษย์พี่ใหญ่ แต่ดันผ่ามาที่คนเดินผ่านมาอย่างเธอ

เธอยังจําความเจ็บปวดที่สายฟ้านั้นผ่าตัวเองได้ ราวกับเส้นเอ็นทั้งตัวกำลังจะหัก เธอถึงกับได้กลิ่นเหม็นไหม้ ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติ เธอเห็นใบหน้าที่ตกใจของบรรดาศิษย์พี่ คิดในใจว่าครั้งนี้จบเห่แล้ว!

ภายใต้สายฟ้าผ่า แม้แต่ปราณก่อกำเนิดยังยากจะต้านทาน นับประสาอะไรกับเธอที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นแก่นแท้ทองคำน้อยๆ

ใช่แล้ว ถึงจะทะลุมิติมายังโลกของการฝึกตนได้สิบห้าปีแล้ว ลูกศิษย์รุ่นเดียวกันที่บำเพ็ญเพียรมากที่สุดได้ปราณก่อกำเนิด แต่เธอเพิ่งจะได้แก่นแท้ทองคำ

ไม่มีทางจบเห่หรอก เพราะอวี๋จือทะลุมิติอีกแล้ว เธอทะลุมิติมาในยุคสมัยที่ไม่รู้จัก รัชสมัยต้าชิ่ง ตัวตนใหม่ของเธอช่างน่าอับอาย คิดไม่ถึงว่าเธอจะทะลุมิติมาเป็นอนุภรรยา และนี่เป็นเหตุผลที่เธอถอนหายใจ

ถึงแม้จะอยู่ในโลกฝึกตนมาสิบห้าปี แต่อวี๋จือยังมีความคิดสมัยใหม่ อนุภรรยาคือเมียน้อยไม่ใช่เหรอ เธอรับไม่ได้!

อวี๋จือส่องกระจก รูปร่างหน้าตาทั้งสามชาติของเธอคล้ายๆ กัน ถ้าจะให้บอกความแตกต่างก็คือหน้าตาในชาติสมัยใหม่คือเป็นเวอร์ชันแย่สุด ชาติในโลกฝึกตนเป็นเวอร์ชันดีสุด เพราะคนที่ฝึกตนล้วนแต่หน้าตาดี โดยเฉพาะหลังจากที่เธอได้เป็นแก่นปราณทองคำ รูปร่างหน้าตาของเธอก็สวยขึ้น ผิวดีจนไม่เห็นแม้แต่รูขุมขน ส่วนหน้าตาตอนนี้ของเธอ นอกจากสีผิวที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หน้าตาก็เหมือนตอนอยู่โลกฝึกตน

อวี๋จือยังพอจะจำเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ได้บ้าง แต่จำได้ไม่หมด

ผู้หญิงคนนี้ก็ชื่ออวี๋จือเหมือนกัน ปีนี้อายุสิบหกปี เป็นสาวใช้ในจวนของนายอำเภอคนหนึ่งในมณฑลเจียงหนาน ถูกมอบให้ขุนนางที่มาจากเมืองหลวงเมื่อสองเดือนก่อน และขุนนางพานางกลับเมืองหลวงมาอยู่ที่นี่

ขุนนางคนนั้นเป็นคุณชาย อายุยังน้อย ลูกน้องต่างเรียกเขาว่าคุณชายสาม สําหรับชื่อเสียงและที่มาของเขา เธอไม่รู้อะไรเลย

ร่างเดิมของเธอเป็นคนขี้ขลาด คุณชายสามคนนั้น... ในความทรงจําของเธอเขาเป็นคนเข้มงวด เธอหวาดกลัวเขา ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา หลบหน้าเขาตลอดและแทบไม่ได้เจอเขาเลย

อวี๋จือเคาะหัวตัวเองใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ก็นึกไม่ออกอยู่ดีว่าคุณชายสามคนนั้นหน้าตายังไง เธอจึงเลิกคิด

ครึ่งเดือนก่อนเธอถูกย้ายมาอยู่ที่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ นอกจากเธอแล้วยังมีคนรับใช้อีกสองคน คนหนึ่งเป็นสาวใช้ชื่ออิงเถา และอีกคนคือป้าเจียงที่รับผิดชอบเรื่องซื้อของและทําอาหาร

ส่วนคุณชายสามคนนั้น หลังจากนั้นก็ไม่โผล่หน้ามาอีกเลย

ร่างเดิมของเธอขี้ขลาด ถูกทิ้งให้อยู่ในบ้านเล็กๆ แห่งนี้จึงหวาดกลัว บวกกับแปลกที่ไม่ชินดินฟ้าอากาศที่นี่เธอจึงป่วย ตัวร้อนติดต่อกันสองสามวันจนทนไม่ไหว และกลายมาเป็นอวี๋จือ

แต่อวี๋จือกลับไม่ต้องการ

เป็นอนุนอกเรือนนับว่ามีสถานะต่ำต้อย ทั้งยังเป็นยุคสมัยที่ผู้ชายเหนือกว่าผู้หญิง เธอมองไม่เห็นทางรอดเลย

ตอนนี้อวี๋จืออยากรู้ตัวตนเสี่ยเลี้ยงของเธอให้เร็วที่สุด ถ้าคุณชายสามคนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน เธอยังพอเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าเขามีภรรยาเอกอยู่แล้ว...อย่างนั้นตายซะดีกว่า!

เธอขี้เกียจก็ส่วนขี้เกียจ แต่ก็มีทัศนคติที่ดี ไม่มีทางเป็นเมียน้อยใคร

“แม่นาง ท่านไม่สบายอีกแล้วหรือเจ้าคะ” อิงเถารีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าห่วงใย “เมื่อครู่ท่านเพิ่งจะดีขึ้น อย่านั่งข้างนอกนานเลยเจ้าค่ะ เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่ลมยังแรงอยู่ หมอบอกให้ท่านพักผ่อนเยอะๆ แม่นาง บ่าวประคองท่านไปพักในห้องดีกว่าเจ้าค่ะ

ก่อนหน้านี้ท่านหมดสติไปสองวัน ทำเอาบ่าวตกใจแทบตาย ป้าเจียงบอกว่าถ้าท่านยังไม่ฟื้นคงต้องไปรายงานคุณชายสาม ขอบคุณสวรรค์ที่ท่านฟื้นแล้ว ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะบอกว่าท่านหมอหวังเก่ง”

สาวใช้คนนี้พูดมาก ส่วนอวี๋จือนั้นกำลังตกใจอยู่ ก่อนจะแอบหลอกถาม “ข้าไม่สบายเพียงนี้ คุณชายสามไม่มาเยี่ยมข้าเลยหรือ”

อิงเถาส่ายหน้าและมองหน้าอวี๋จืออย่างระมัดระวัง เห็นเธอหลับตาลงจึงคิดว่าเธอเสียใจ รีบปลอบใจ “ป้าเจียงไปหาคุณชายสามแล้ว แต่ไม่เจอคุณชายสาม ท่านเองก็รู้ว่าคนชั้นสูงมีกฎเกณฑ์เข้มงวด สาวใช้อย่างพวกเราจะเจอเจ้านายง่ายๆ ได้เช่นไรเจ้าคะ แล้วยังไม่มีคนสนิท อยากฝากคนอื่นไปรายงานก็ทำไม่ได้ แต่ป้าเจียงบอกว่าถ้านางไม่ยุ่งนางจะไปรอที่นอกจวน ต้องได้เจอคุณชายสามแน่นอนเจ้าค่ะ”

สาวใช้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สดใส เธอดูมีพลัง

อวี๋จือเข้าใจแล้วว่าอิงเถากับป้าเจียงไม่ได้สนิทกับคุณชายสาม น่าจะถูกซื้อมารับใช้เจ้าของร่างเดิม อนาคตของพวกนางขึ้นอยู่กับร่างเดิม ไม่อย่างนั้นป้าเจียงคงไม่ไปหาคุณชายสามบ่อยขนาดนั้น

ในเมื่อเป็นอย่างนี้เธอรออยู่เฉยๆ ให้ป้าเจียงไปหาคุณชายสามดีกว่า

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน ตอนที่ 1