ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 48
ตอนที่ 47 วัตถุดิบของการ์ดเทววัตถุ
ตัวอักษรประโยคนี้...ทะแม่งๆ
หูฮวนยื่นมือออกมาลูบเบาๆ ทันใดนั้นหูก็ได้ยินเสียงสายลมพัดดังหวีดหวิว เบื้องหน้ามีสีขาวกับสีดำแทรกเข้ามาผสาน เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
เพียงชั่วพริบตาโลกก็เปลี่ยนไป
ตรงหน้ากลายเป็นทุ่งร้างสีเทาอ่อนที่มีพงหญ้าหน้าตาประหลาดงอกอยู่เต็มไปหมดกับต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ที่แห่งนี้แตกต่างจากโรงงานเคมีประเภทสองเก่ากับเขตผนึกหมายเลขสิบเจ็ด มันมีต้นไม้สูงใหญ่จำนวนมากเพิ่มขึ้นมา
หลิงเซียวหันมามองหูฮวนแล้วตะโกนอย่างตื่นเต้นดีใจ “นายเจอตราผนึกตรงนั้นได้ยังไง”
หูฮวนคิดในใจ ฉันก็แค่ลูบมั่วๆ เท่านั้นเอง
เขาส่ายหน้า หลิงเซียวก็ไม่ถามอะไรมากอีก เธอบอกเสียงเบาว่า “พลังพิเศษของฉันคือหมอกพิษห้าสี มีฤทธิ์กัดกร่อนสิ่งมีชีวิตที่มีพลังวิญญาณโดยเฉพาะ กับปีศาจก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน อีกเดี๋ยวนายอยู่ห่างจากฉันสักหน่อย อย่าให้ตอนสู้กับปีศาจแล้วพลาดไปถูกนายเข้า”
หูฮวนคิดครู่หนึ่งก็ถามว่า “พวกเราเข้ามาแบบนี้จะไม่ถูกคนของกองพลมังกรเร้นจับได้เหรอฮะ”
หลิงเซียวตอบอย่างมั่นใจ “ถูกจับได้อยู่แล้วสิ!”
“เวลาเงาแห่งสรรพสิ่งเคลื่อนไหวผิดปกติ ผู้ถือครองพลังแทบทุกคนจะสัมผัสได้ ผู้ปลุกพลังที่สัมผัสพลังวิญญาณได้ไวจำนวนหนึ่งก็จะสัมผัสได้เช่นกัน ปิดบังไม่ได้หรอก”
หูหวนเหงื่อตกทันควัน ถามว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำยังไงกันล่ะฮะ”
“สมควรทำยังไงก็ทำยังงั้นสิ! อย่างมากก็...ไม่ต้องสนใจมันหรอกน่า!”
หลิงเซียวไม่สนใจสักนัด แต่เดิมเธอก็เป็นคุณหนูใหญ่จากตระกูลหลิงแห่งสายพลังเทวมาร ในต่างประเทศครอบครัวของเธอแทบจะเหมือนกับเจ้าผู้ครองรัฐแห่งหนึ่ง นายกรัฐมนตรีของประเทศเล็กๆ มากมายยังมีเกียรติสู้เจ้าตระกูลของตระกูลหลิงไม่ได้ด้วยซ้ำ เรื่องเล็กน้อยอย่างการบุกรุกเข้ามาในเขตผนึกเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ
หูฮวนกำลังจะห้ามปรามเธออีกสักประโยคสองประโยค ทว่าตอนนั้นเอง ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งก็สั่นไหว ก่อนที่ ‘เถาวัลย์ประหลาด’ เส้นหนึ่งจะพุ่งเข้ามาหาอย่างกะทันหัน
ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาว่องไวอย่างยิ่ง อย่างไรเสียความเร็วระดับ B ของการ์ดฝูงแมลงกินปราณก็เหนือกว่าขีดจำกัดของสัตว์ชนิดใดบนโลก รวมทั้งเสือชีตาห์ผู้ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งความเร็วบนบก
หูฮวนบิดร่างกายเพียงนิดเดียวก็หลบพ้น ‘เถาวัลย์’ เส้นนั้น หัวใจของเขากระตุกด้วยความหวาดผวา เขามองเห็นอย่างชัดเจนว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่เถาวัลย์อะไรทั้งนั้น แต่เป็นอสรพิษประหลาดตัวหนึ่ง หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็น...หนอนประหลาดตัวหนึ่ง
ร่างกายของมันแบนคล้ายกับแถบผ้าประหลาดที่บิดโค้งพลิกตัวกลางอากาศได้ว่องไวดั่งใจ หลังจากมันรัดหูฮวนไม่สำเร็จ มันก็บิดร่างม้วนตัวกลางอาหาศพุ่งเข้าใส่หลิงเซียว
ปฏิกิริยาตอบสนองของหลิงเซียวรวดเร็วอย่างยิ่ง เธอไม่เร็วเท่าหูฮวน แต่หญิงสาวไม่มีความคิดจะหลบตั้งแต่แรก มือเรียวสวยดั่งหยกทั้งสองข้างยื่นออกมา ไอหมอกห้าสีแผ่ออกมาจากปลายนิ้ว เธอเลือกจะเข้าปะทะตรงๆ
ระยะนี้หูฮวนได้รับการสั่งสอนวิชาหมัดจากเซียวเจี้ยนเซิงและจางจวี้หวามาแล้วจึงนับว่าพอมองวรยุทธ์ออกบ้าง เขาตะโกนอยู่ในใจ วิชากรงเล็บพญาอินทรี!
พี่เซียวกับพี่จางล้วนใช้วิชานี้ไม่เป็น ได้ยินมาว่าสำนักเส้าหลิน บู๊ตึ๊งและง้อไบ๊ต่างมีวิชาลับที่สืบทอดกันในสำนักของตัวเอง แต่ละสำนักมีวิธีฝึกฝนที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาล้วนมีการฝึกวิชาที่ใช้นิ้วทั้งสิบ กระบวนท่าละม้ายคล้ายกันเพียงต่างกันนิดหน่อย
คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
หลิงเซียวไม่ใช่พวกมือใหม่เพิ่งเข้าวงการทีหลังอย่างหูฮวน แม้พลังพิเศษของผู้ถือครองพลังจะมหัศจรรย์ แต่ในเวลาส่วนใหญ่มันก็มีประโยนชน์สู้วิชาต่อสู้ไม่ได้ ดังนั้นผู้ถือครองพลังทั้งในประเทศจีนและในต่างประเทศล้วนเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ต่างๆ
ผู้ถือครองพลังของตะวันออกย่อมยึดวิชาหมัดมวยที่สืบทอดมาแต่โบราณของประเทศจีนเป็นแนวทางหลัก
ต้นกำเนิดวรยุทธ์ของตระกูลหลิงนับได้ว่าเป็นการนำข้อเด่นของวิชาต่อสู้หลากหลายสำนักมารวมกัน พวกเขาเก็บรวบรวมคัมภีร์วิชาหมัดหมวยจำนวนไม่น้อย รวมถึงตามหาอาจาจารย์วิชาหมัดมวยหลายคน แล้วพาทั้งหมดไปยังต่างประเทศด้วย
วิชากรงเล็บพญาอินทรีของหลิงเซียวนับว่าบรรลุถึงแก่นหลักของวิชาแล้ว นิ้วทั้งสิบอันเรียวยาวของเธอตะปบใส่ ‘หนอนประหลาด’ ตัวนี้ เกิดเสียงเปรี้ยงดังสนั่น จากนั้นร่างของหนอนประหลาดตัวนี้ก็ปรากฏรอยเลือดจากกรงเล็บสิบเส้น
โลหิตสีดำไหลซึมออกมาจากร่างของหนอนประหลาดตัวนี้ มันหดร่างกลับไปในต้นไม้
หูฮวนเอื้อมมือออกมาตบพิษโลหิตแดงตามเข้าไปแทบจะโดยสัญชาตญาณ
แม้หนอนประหลาดตัวนี้จะหดร่างเร็วดุจสายฟ้า แต่มันเป็นปีศาจที่หน้าตาแปลกประหลาดทว่ากลับไม่ร้ายกาจอะไร ทันทีที่พิษโลหิตแดงทะลวงเข้าไปในลำต้น หนอนประหลาดก็ดิ้นรนอย่างทุรนทุราย มันทะลวงลำต้นของต้นไม้ใหญ่จนกลายเป็นโพรงขนาดยักษ์ ทว่าสุดท้ายก็ร่วงตกลงมาตายอย่างน่าพิศวง
หลิงเซียวคิดมาตลอดว่าหูฮวนเป็นผู้ปลุกพลังธรรมดาๆ คนหนึ่ง จังหวะที่เธอเห็นหูฮวนเอื้อมมือออกไปตบต้นไม้ เธอยังคิดจะเตือนเขาอยู่ว่าอย่าบุ่มบ่าม
แต่แล้วบนฝ่ามือของหูฮวนก็มีประกายแสงสีแดงเปล่งแสงออกมาเรืองๆ ในตอนนั้นหลิงเซียวก็เริ่มสังเกตเห็นเบาะแสบางอย่างแล้ว ตอนนี้เธอยิ่งมั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นนายพรานห่มหนังหมูเพื่อล่าเสือ เขาไม่ใช่ผู้ปลุกพลังธรรมดาอย่างแน่นอน
“น้องหู! นายหลอกฉันเหรอ นายเป็นผู้ปลุกพลัง แล้วพลังวิญญาณต่างชนิดในร่างของนายมาจากไหนกัน”
หูฮวนอธิบายเหมือนกับหนก่อน เขาอธิบายให้ฟังว่า “ตอนผมออกไปทำภารกิจพบกับฝูงแมลงกินปราณ หลังจากถูกฝูงแมลงกินปราณกัดแต่กลับไม่ตาย ในร่างก็เกิดปรากฏการณ์พลังวิญญาณกลายสภาพ”
“ฝูงแมลงกินปราณอย่างนั้นเหรอ เจ้าพวกนั้นไม่มีพลังวิญญาณมากมายอะไรสักหน่อย ฝูงแมลงกินปราณที่นายเจอมีอะไรแปลกหรือเปล่า”
หูฮวนลังเลครู่หนึ่ง แต่ในเมื่อเขารู้แล้วว่าชั้นเรียนฝึกอบรบพิเศษรุ่นที่ยี่สิบห้ามีคาบเรียนฝึกต่อสู้จริง เขาย่อมรู้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังเรื่องราชาอสรพิษปะการังโลหิตอีกต่อไปแล้ว
หลิงเซียวเข้าออกเงาแห่งสรรพสิ่งได้ตามใจแบบนี้ ช้าเร็วเธอย่อมต้องรู้ข้อมูลนี้อยู่ดี
เขาตอบอย่างเขินอาย “ที่ฐานของพวกเรา มีเขตผนึกแห่งหนึ่งเกิดความผิดปกติ ไม่เพียงมีฝูงแมลงกินปราณปรากฏตัวขึ้น แต่ยังมีราชาอสรพิษปะการังโลหิตโผล่มาตัวหนึ่งด้วย แต่น่าเสียดายมันถูกหลิงหูอินหัวหน้าชั้นของพวกเรากำจัดไปแล้ว”
“ราชาอสรพิษปะการังโลหิตเหรอ”
หลิงเซียวตกตะลึงระคนยินดี แต่พอได้ยินว่าหลิงหูอินกำจัดมันไปแล้ว ใบหน้าก็มีแต่สีหน้าผิดหวัง สุดท้ายก็ทำได้เพียงพูดประโยคหนึ่งว่า “หนหน้าน่าจะยังมีโอกาส พวกเราจัดการปีศาจตัวนี้ก่อนเถอะ”
หลิงเซียวยกมือขึ้นมาตบ ไอหมอกห้าสีแผ่ออกมาจางๆ จากทั่วร่าง หนอนประหลาดบนพื้นถูกไอหมอกห้าสีห้อมล้อมแล้วเริ่มละลาย ลำตัวของมันหดเล็กลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็หดกลายเป็นสิ่งที่หน้าตาเหมือนก้อนหินสีดำก้อนหนึ่ง
หูฮวนมองอย่างตกตะลึงจนแทบกัดลิ้น ถามว่า “ของสิ่งนี้ใช้สร้างการ์ดเทววัตถุได้เหรอฮะ”
หลิงเซียวหัวเราะตอบว่า “ง่ายดายแบบนั้นซะที่ไหนเล่า ความลับของการสร้างการ์ดเทววัตถุมีแต่บรรพจารย์ของตระกูลเรา ลุงใหญ่ของฉันกับสามผู้นำของสมาคมเทวมารเท่านั้นที่รู้...
...เจ้านี่เป็นได้แค่วัตถุดิบสำหรับการสร้างการ์ดเทววัตถุเท่านั้นแหละ ปีศาจชั้นต่ำแบบนี้ แก่นพลังที่เอาออกมา ต่อให้จะเอาไปสร้างเอ็นการ์ดอย่างการ์ดพญาหมูป่าอันธพาลก็ยังต้งอใช้หลายสิบก้อนถึงจะทำสำเร็จ...
...ถ้าอยากสร้างอาร์การ์ดที่พลังเทียบเท่ากับผู้ถือครองพลังขั้นหนึ่ง มันไม่มีคุณสมบัติจะเป็นวัตถุดิบหลักซะด้วยซ้ำ เป็นได้แต่วัตถุดิบเสริม ต้องใช้แก่นพลังที่ได้จากปีศาจขั้นหนึ่งถึงจะสร้างอาร์การ์ดได้!...
...การ์ดธรรมดาระดับนอร์มอล เรียกอีกอย่างว่าเอ็นการ์ด การ์ดหายากระดับแรร์ เรียกอีกอย่างว่าอาร์การ์ด การ์ดทองหายากระดับโกล์ดแรร์ ก็เรียกอีกอย่างได้ว่าจีอาร์การ์ด ในต่างประเทศคำเรียกระดับของการ์ดเทววัตถุที่ใช้กันทั่วไปก็เรียกกันสั้นๆ แบบนี้”
หลิงเซียวเก็บของที่หน้าตาเหมือนก้อนหินสีดำไป เธอยิ้มน้อยๆ บอกว่า “ถึงมันจะยังไม่พอนำไปใช้สร้างการ์ดเทววัตถุ แต่ก็มีมูลค่าไม่ธรรมดาเลย พอให้ฉันเลี้ยงข้าวนายหนึ่งเดือน ของชิ้นนี้นายเก็บไปก็ไม่มีประโยชน์ พี่สาวขอเก็บไปแล้วกลับไปจะเลี้ยงของอร่อยๆ ให้นายกินแทนก็แล้วกัน”
หูฮวนครุ่นคิดแล้วถามว่า “ที่บอกว่าเจ้านี่พอเลี้ยงข้าวหนึ่งเดือน เทียบจากค่าอาหารตอนเลี้ยงข้าวร้านเซิ่งหย่งซิงหรือเปล่าฮะ”
หลิงเซียวหัวเราะดังพรืดตอบว่า “ดีกว่าร้านเซิ่งหย่งซิงอีก”
หูฮวนรู้สึกว่าแบบนี้ค่อยพอใช้ได้หน่อย ถ้าเป็นแบบนี้ขอเพียงฆ่าปีศาจแบบนี้ได้อีกสักตัว ระหว่างการฝึกอบรมสองเดือนข้างหน้า เขาก็เกาะหลิงเซียวกินข้าวฟรีทุกวันได้อย่างไม่รู้สึกละอายใจแล้ว