ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 49

#49ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก

ตอนที่ 48 ตะขาบทอง

หลิงเซียวบอกว่าความลับในการสร้างการ์ดเทววัตถุ มีแต่บรรพจารย์ของตระกูลหลิงแห่งสายพลังเทวมาร ลุงใหญ่ของหลิงเซียว แล้วก็สามผู้นำของสมาคมเทวมารเท่านั้นที่รู้

หูฮวนได้ยินคำนี้ผ่านหูแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านหูไป ไม่ได้เก็บไปใส่ใจ เขาเมินผ่านเรื่องนี้ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาเองก็สร้างการ์ดเทววัตถุได้เหมือนกัน

หูฮวนยังอยากจะออกไปจากที่นี่เร็วๆ อยู่ แต่เห็นชัดว่าพอหลิงเซียวได้แก่นพลังของหนอนประหลาดมา เธอก็ตื่นเต้นมากขึ้น เธอลากหูฮวนไปเริ่มต้นสำรวจเขตผนึกแห่งนี้

ทั้งสองคนบุกป่าฝ่าดงเดินทางมาได้ครึ่งชั่วโมงก็ยังเดินไม่พ้นผืนป่า ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่พบสถานการณ์อะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องพูดถึงหูฮวน แม้แต่หลิงเซียวก็ผิดหวังเล็กน้อย

หูฮวนอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ว่า “ตอนบ่ายพวกเรายังมีคาบเรียนอีก ไม่อย่างนั้นออกไปก่อนดีไหมฮะ”

หลิงเซียวกัดฟันตอบว่า “สำรวจอีกสักสิบนาทีค่อยออกไปก็แล้วกัน”

หูฮวนก็เห็นด้วยว่าสำรวจเพิ่มอีกสักสิบนาทีคงไม่เป็นอะไร ทั้งสองคนจึงเดินหน้าสำรวจต่ออีกหน ครั้งนี้ยังไม่ทันเดินมาได้ไกลเท่าไร จู่ๆ หลิงเซียวก็หันกลับมาบอกว่า “ตอนสู้ อย่าอยู่ห่างจากฉันเกินไปนัก”

“ทำไมล่ะ พี่หลิงไม่ได้บอกว่าพลังพิเศษของพี่คือหมอกพิษห้าสี มีฤทธิ์กัดกร่อนสิ่งมีชีวิตที่มีพลังวิญญาณ ให้ผมพยายามอยู่ไกลไว้หน่อย จะได้ไม่พลาดมาถูกผมระหว่างต่อสู้กับปีศาจไม่ใช่เหรอฮะ”

หลิงเซียวหันกลับมาทำสีหน้าประหลาดใส่เขา หญิงสาวหน้าตาสะสวยระดับนี้ต่อให้ทำสีหน้าแปลกๆ แบบนี้ก็ยังน่ารักอย่างบอกไม่ถูก

“พลังวิญญาณของนายกลายสภาพแล้ว แล้วยังเป็นพิษโลหิตแดงที่เหนือกว่าหมอกพิษห้าสี เมื่อกี้ฉันไม่รู้ถึงได้บอกแบบนั้น ตอนนี้รู้แล้วก็ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีสิ”

“พิษโลหิตแดงเหนือกว่าหมอกพิษห้าสีเหรอฮะ”

หลิงเซียวถอนหายใจ บอกว่า “คางคกหัวใจเบญจพิษมีพิษรุนแรงอย่างยิ่ง ดังนั้นหากเดินตามเส้นทางแห่งวัตถุเทพฤทธิ์สายนี้แล้วต้องการจะเลื่อนขั้น ทำได้แค่กลืนพลังของปีศาจที่มีพิษร้ายแรงพอสยบพิษของคางคกหัวใจเบญจพิษได้...

...แมงมุมวิญญาณหิมะเป็นปีศาจที่มีพิษร้ายกาจพอสยบคางคกหัวใจเบญจพิษ ส่วนราชาอสรพิษปะการังโลหิตก็เป็นปีศาจที่มีพิษร้ายแรงพอสยบแมงมุมวิญญาณหิมะได้ ดังนั้นพิษโลหิตแดงจึงปราบหมอกพิษห้าสีได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยมันก็ปกป้องนายไม่ให้ถูกหมอกพิษห้าสีกัดกร่อนได้”

ทั้งสองคนเดินสำรวจไปพลางก็สนทนากันไปด้วย ผ่านไปราวเจ็ดแปดนาที หลิงเซียวก็บอกอย่างผิดหวังเล็กน้อย “พวกเรากลับกันเถอะ”

หูฮวนตอบรับ ทั้งสองคนกำลังจะเลี้ยวกลับ ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงเสียงกรีดร้องแหลมสูง จากนั้นแสงสีเหลืองสิบกว่าเส้นก็โผขึ้นมาบนอากาศ

หูฮวนยังไม่ทันมองเห็นชัดว่าประกายแสงสีเหลืองสิบกว่าเส้นนั่นคือสิ่งใด หลิงเซียวเองก็เห็นไม่ชัด แต่เธอมาจากตระกูลหลิงแห่งสายพลังเทวมาร ต่อให้พูดไม่ได้ว่ารู้จักปีศาจแต่ละชนิดในเงาแห่งสรรพสิ่งดุจรู้จักฝ่ามือ แต่ในสิบตัวก็รู้จักอยู่เจ็ดแปดตัว

เธอเผยสีหน้าตกตะลึงระคนยินดีอย่างห้ามไม่ได้ แล้วตะโกนออกมาว่า “นั่นตะขาบทอง!”

“อะไรคือตะขาบทอง”

หูฮวนถามออกมาแต่ไม่ได้รับคำตอบ หลิงเซียวคว้ามือของหูฮวนมาบีบอย่างไม่ทันรู้ตัว

หลิงเซียวฝึกวิชากรงเล็บพญาอินทรีมาแล้ว หูฮวนเป็นเพียงผู้ปลุกพลังคนหนึ่ง ต่อให้เป็นผู้ปลุกพลังด้านร่างกายก็ยังทนไม่ค่อยไหว เขารีบสลับมาใช้การ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังอย่างรวดเร็ว

อาศัยพลังของการ์ดเทววัตถุใบนี้ เขาถึงค่อยพอทนได้หน่อย

“ฉันจะไปจับตะขาบทอง นายจะไปด้วยกันกับฉันไหม”

หลิงเซียวหันกลับมาถามหูฮวน แต่ในดวงตาของเธอมีแววตาที่บอกอีกอย่าง แม้ถามคำถามอยู่ ทว่ากลับรู้สึกเหมือนเธอคาดเดาคำตอบเอาไว้ก่อนแล้ว

หูฮวนเดิมทีอยากปฏิเสธเพราะแค่บุกรุกเข้ามาที่นี่ก็ทำผิดแล้ว แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าหลายวันนี้ตัวเองเกาะผู้อื่นไปกินข้าวฟรีตลอด สมองก็ตอบไปโดยไม่ทันไตร่ตรอง “ตะขาบทองตัวนี้คงจะมีประโยชน์กับพี่หลิงมาก ผมจะไปจับเป็นเพื่อนพี่เอง”

เขาพูดประโยคนี้จบก็เสริมอีกประโยคว่า “ความสามารถอย่างอื่นของผมไม่ค่อยจะได้ความ แต่ความเร็วก็พอใช้ได้อยู่ ผมต้องช่วยงานได้แน่”

ตอนนี้หูฮวนกำลังแอบคิดในใจว่า อย่างมากเขาก็สลับมาใช้การ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดมุดลงดินหนี หากไม่ไหวจริงๆ ก็ยังมีเปลือกหอยลึกลับ ยังไงเขาก็คงไม่ตายหรอก

ดวงตาของหลิงเซียวทอประกายระยิบระยับ เธอหัวเราะเบาๆ แล้วจูงมือหูฮวนออกตัววิ่ง

หลิงเซียวเป็นเพียงผู้ถือครองพลังขั้นหนึ่ง เธอเพิ่งผสานพลังของคางคกหัวใจเบญจพิษเข้ามาในร่าง แม้ปีศาจที่มีพิษร้ายตัวนี้จะมอบพลังพิเศษอย่างหมอกพิษห้าสีให้เธอใช้งาน แต่ความเร็วก็อยู่ในระดับธรรมดาเท่านั้น

หูฮวนกับหลิงเซียวไล่ตามไปได้เพียงพักเดียวก็เริ่มมองไม่เห็นประกายแสงสีทองสิบกว่าเส้นนั่นแล้ว

ขณะที่หลิงเซียวเริ่มท้อแท้ เธอก็ได้ยินเสียงหูฮวนเอ่ยขึ้นว่า “พี่หลิง พี่ช้าเกินไปแล้ว ผมนำพี่เองก็แล้วกัน”

หูฮวนเหลือบมองประกายแสงสีทองสิบกว่าเส้นที่ใกล้หายไปแล้วเหล่านั้น พอเห็นว่าไม่มีเวลาแล้ว เขาจึงเอื้อมมือออกมาโอบเอวของหลิงเซียว ส่วนมืออีกข้างช้อนใต้ข้อพับขา จากนั้นก้าวยาวกระทืบดิน ใช้ความเร็วระดับ B จนถึงขีดสุด

หูฮวนระเบิดพละกำลังทั้งหมด เคลื่อนที่ผ่านระยะหนึ่งร้อยเมตรในสองวินาที ความเร็วเทียบเท่ากับหนึ่งในสิบของความเร็วกระสุนปืน ต่อให้เป็นการวิ่งระยะทางไกลก็ทัดเทียมกับรถซูเปอร์คาร์ เร็วกว่าความเร็วของรถบรรทุกเจี่ยฟั่งรุ่นเก๋ากึกทั้งหลายมากนัก

ต่อให้ในมืออุ้มคนอยู่อีกหนึ่งคน ความเร็วของหูฮวนก็ไม่ลดลงแม้แต่น้อย

แม้ตะขาบทองสิบกว่าตัวนั้นจะแหวกว่ายอยู่กลางอากาศได้ แต่ความเร็วในการบินของแมลงน้อยโดยปกติก็ไม่เร็วนักอยู่แล้ว

แมลงที่บินเร็วที่สุดบนโลกอย่างแมลงปอออสเตรเลีย เวลาบินก็มีความเร็วเพียงห้าสิบแปดกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ตะขาบทองเป็นปีศาจ ความเร็วของมันย่อมเร็วกว่าแมลงบนโลก แต่มันก็ยังคงหนีไม่พ้นสภาพร่างกายของเผ่าพันธุ์แมลง หากพูดถึงความเร็วในการบินเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้เร็วกว่าแมลงกินปราณสักเท่าใด ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังไม่บินเป็นเส้นตรง แต่มักจะเลื้อยโค้งไปมาเป็นระยะ หูฮวนที่วิ่งบนพื้นดินจึงเริ่มไล่ตามทัน

หลิงเซียวถูกหูฮวนอุ้มอยู่ในอ้อมแขนในท่าเจ้าหญิง หัวใจก็เต้นรัวเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน ความจริงเธออายุยี่สิบปีแล้ว เธอย่อมไม่เห็นหูฮวนที่เพิ่งจะเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่งเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เธอมองเขาเป็นน้องชายตัวน้อยคนหนึ่งจริงๆ

เมื่อครู่ตอนเธอหลุดปากบอกว่า ‘ฉันจะไปจับตะขาบทอง นายจะไปด้วยกันกับฉันไหม’ ความจริงแล้วในใจเธอก็รู้สึกไม่ดีนัก เรื่องอันตรายแบบนี้ ตัวเองไปทำเองก็แล้วไปเถิด แต่หูฮวนเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเธอจะพาเขาไปเสี่ยงอันตรายกับตัวเองได้อย่างไรกัน

ตอนแรกถ้าหูฮวนทำสีหน้าลำบากใจออกมา เธอก็เตรียมจะหยอกล้อเขาอีกสักหน่อยแล้วออกเดินทางมาเอง แต่คิดไม่ถึงว่าหูฮวนจะตอบรับอย่างรวดเร็ว

ต่อจากนั้นเดิมทีเธอสมควรบอกความจริงว่าเรื่องนี้อันตรายเกินไปแล้วไม่ให้หูฮวนมาด้วย แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเธอถึงไม่พูดออกไป

การที่หูฮวนรับปากจะไปจับตะขาบทองด้วยกันกับเธอ ทำให้ความรู้สึกภายในใจของหลิงเซียวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนนี้เธอเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งขึ้นมา

“เร็วมาก...น้องหู นายวิ่งเร็วมาก! นายเป็นแค่ผู้ปลุกพลังจริงเหรอ ขนาดในหมู่ผู้ถือครองพลังขั้นหนึ่งยังมีไม่กี่คนที่เร็วขนาดนี้”

หูฮวนไล่ตามตะขาบทองสิบกว่าตัวไปติดๆ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็มีประสบการณ์การต่อสู้อยู่บ้าง เขาจึงไม่ไล่ตามประชิดมากเกินไป เพื่อไม่ให้ปีศาจเหล่านี้ถลาสวนกลับมา หลังจากไล่ตามไปสิบกว่านาที จู่ๆตะขาบทองสิบกว่าตัวก็ร่อนลงมาจากกลางอากาศแล้วต่อสู้กับบางสิ่ง

ดวงหน้าสะสวยของหลิงเซียวแดงระเรื่อเล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่มีใครสังเกตเห็น หูฮวนยิ่งไม่ทันสังเกต ‘สีผิว’ บนใบหน้าของพี่หลิงคนนี้ เธอกระซิบว่า “ปล่อยฉันลงได้แล้ว”

หูฮวนขานรับแล้ววางหลิงเซียวลง เขาสลับการ์ดฝูงวานรยักษ์จอมพลังในร่างออกเปลี่ยนมาผสานการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดเข้าไป การสลับการ์ดที่ผสานอยู่ในร่างอยู่แล้วใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา แต่ถ้าหากจะสลับการ์ดที่ผสานอยู่ในร่างเป็นใบใหม่ นั่นต้องการเวลาครู่หนึ่ง

หูฮวนเชื่อว่าการต่อสู้ต่อจากนี้ต้องใช้พลังพิเศษดำดินของเถาวัลย์ดูดเลือดมากกว่า เจ้าสิ่งนี้เป็นตัวช่วยชั้นยอดในการรักษาชีวิต พลังชีวิตระดับ A ย่อมทำให้เขามีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้นหลายส่วน

ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 49