ภรรยาแม่ทัพเป็นสาวชาวบ้าน ตอนที่ 36
บทที่ 36 ความเป็นศัตรูที่อธิบายไม่ได้
หนิงเมิ่งเหยาผงกศีรษะเบาๆ “เขาท่องจำคำได้ไว และคิดเลขได้เร็ว ถึงจะเริ่มเรียนเป็นคนสุดท้าย แต่นอกจากหลินเอ๋อร์ เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนที่เก่งที่สุด”
“ยอดไปเลย เราจะส่งจื้อเอ๋อร์ไปสถานศึกษา” หยางเล่อเล่อปรบมือเข้าหากันเป็นอันตัดสินใจโดยไม่ไถ่ถามความเห็นบุรุษอีกสองคน
พอได้ยินที่หยางเล่อเล่อพูด หยางจู้และหยางอี้ถึงเพิ่งตั้งสติได้ ดวงตาหยางอี้มีฉายแววซับซ้อนขณะมองยังน้องสาวตน “เล่อเล่อ เราต้องใช้เงินอีกมากนักถึงจะส่งหยางจื้อไปเรียนไหว”
“แล้วมันทำไมรึ หลังจากนี้ไป สภาพตระกูลเราจะมีแต่ดีขึ้นแล้วก็ดีขึ้น” หยางเล่อเล่อจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหยางอี้คิดอะไรอยู่ ถึงเป็นเช่นนั้นแล้วมันทำไม นี่คือหลานของนาง พอเขาได้เข้าเรียนแล้ว มีหรือนางจะไม่ภูมิใจ
หนิงเมิ่งเหยาเห็นว่าหยางอี้ยังมีเรื่องอยากจะพูดอีกก็หัวเราะออกมาสั้นๆ “พี่ใหญ่หยาง อย่าคิดมากนักเลย อันที่จริงข้ามีเรื่องที่อยากจะให้ท่านช่วยเรื่องหนึ่งเมื่อท่านหายดีแล้ว”
“เรื่องใดกัน”
“งานบริหาร” ริมฝีปากแดงของหนิงเมิ่งเหยาเผยอเล็กน้อยตอนนางมองหยางอี้แล้วพูดคำนั้นออกมา
คำว่า ‘งานบริหาร’ ทำหยางเล่อเล่อกับบิดาของนางหัวสมองว่างเปล่าเพราะทั้งสองไม่รู้ว่าคำนี้หมายถึงอะไร หนิงเมิ่งเหยาก็ไม่อธิบาย เอาแต่ยิ้มแล้วพูดว่า “แล้วพี่ใหญ่หยางจะเข้าใจเองในภายหลัง”
“ก็ได้” หยางอี้ครุ่นคิดแล้วพยักหน้าตกลง อย่างไรเสียคงเป็นงานเกี่ยวกับช่วยเหลือตัวนาง เพราะนางก็ช่วยครอบครัวเขาหลายต่อหลายครั้ง และนางไม่มีวันทำร้ายพวกเขา ในเมื่อนางไม่มีทางทำร้ายพวกเขา ผลก็มีแต่ช่วยเหลือพวกเขา
ตอนพวกเขารวมตัวล้อมโต๊ะ หยางอี้บอกสิ่งที่หนิงเมิ่งเหยาพูดไว้ให้ภรรยาและนางหยางฟัง ทั้งสองตื่นเต้นขึ้นมา โดยเฉพาะนางเฉียว นางถึงขั้นนึกซาบซึ้งใจหนิงเมิ่งเหยาและน้องสะใภ้ตนยิ่งขึ้นไปอีก
หลังจากกินอาหารเสร็จ หนิงเมิ่งเหยาไม่ได้อยู่ต่อนานนักแล้วกลับบ้านไปตามลำพัง ระหว่างทางกลับ นางคอยมองไปยังในหมู่บ้าน เจอเด็กบางรายที่เคยมาเรียนระหว่างทางบนถนน นางมองเข้าไปในดวงตาพวกเขาทุกคน และเห็นสายตาที่พวกเขามองมา
แต่นางเพียงยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ
เมื่อผ่านบ้านหลังหนึ่ง หนิงเมิ่งเหยาได้ยินเสียงคุ้นหู “ชายหญิงนั้นต่างกัน และไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป หยางชุ่ย เจ้ากลับบ้านไปก่อนดีกว่า”
หนิงเมิ่งเหยาหันดูด้วยความสงสัยเพราะนางคุ้นหูเสียงนั้นนัก เขาคือนักล่าสัตว์ที่ขายเนื้อให้นางเป็นครั้งคราวนั่นเอง นางเอียงศีรษะ เห็นว่ามีไก่ฟ้า และกระต่ายป่าอยู่ข้างเท้าเขา หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ตัดสินใจเข้าไปหา
ที่จริงแล้ว ตอนเฉียวเทียนช่างกลับบ้านมาเห็นบุตรสาวของเพื่อนข้างบ้านอยู่ในบ้านของตน และกำลังค้นข้าวของของเขา เขารู้สึกไม่ชอบใจจนใบหน้าบูดเบี้ยว ครั้นเห็นหนิงเมิ่งเหยาเดินมาหา กลับมีรอยยิ้มไปถึงดวงตา เขาปล่อยหยางชุ่ยไว้เพื่อมาทักทายนาง
“เจ้ามีธุระอะไรหรือ” เฉียวเทียนช่างตระหนักดีว่าคำพูดคำจาตนฟังดูตีสนิทเกินไป ยิ่งในสายตาของหยางชุ่ยด้วยแล้ว
หยางชุ่ยเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในหมู่บ้านไป๋ซาน นางเป็นคนเปราะบาง ตระกูลนางเลี้ยงดูนางในฐานะบุตรสาวแห่งตระกูลใหญ่โดยหวังให้นางได้แต่งงานกับชายที่ดี
หยางชุ่ยเป็นคนประเภทมองตัวเองเหนือกว่าคนอื่น และคิดว่าไม่มีใครในหมู่บ้านรูปโฉมงดงามไปกว่าตน กระทั่งบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างหยางเล่อเล่อก็ยังสู้นางไม่ได้ บัดนี้นางได้เห็นหญิงสาวที่ตนไม่เคยเจอมาก่อนในชุดสีเหลือง ศีรษะติดเครื่องประดับเรียบง่ายเพียงสองชิ้น แต่นางกลับดูงามหยาดเยิ้ม
ไม่เพียงเท่านั้น นางรู้สึกได้ว่าตนเกิดความรู้สึกด้อยขึ้นมาเมื่อเห็นหนิงเมิ่งเหยา ยิ่งมาอยู่ต่อหน้าความสวยสง่าหมดจดของหนิงเมิ่งเหยาแล้ว ตัวนางดูเหมือนพวกตาสีตาสา
“ข้าเห็นเหยื่อที่เจ้าล่ามาตอนเดินผ่านแล้วอยากจะซื้อสักหน่อย” หนิงเมิ่งเหยายิ้มขณะอธิบายว่าตนมาด้วยเหตุใด
เฉียวเทียนช่างเลิกคิ้วเล็กน้อย ครั้งก่อนนางซื้อไปเยอะแล้ว คงไม่มีทางกินทั้งหมดแล้วหรอก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องพะวง “เจ้าต้องการเท่าไร”
“ไก่ฟ้าสองตัว กระต่ายสองตัว” หนิงเมิ่งเหยาก้มศีรษะลงดูเหยื่อแล้วชี้เลือกบางตัว
เขาหยิบเหยื่อขึ้นมาอย่างง่ายดายแล้วเอาให้หนิงเมิ่งเหยา นางจ่ายค่าเหยื่อแล้วเตรียมตัวจะเดินจากไปขณะที่เฉียวเทียนช่างไปส่งนางตรงประตู
หยางชุ่ยเห็นท่าทีที่เฉียวเทียนช่างมีต่อหญิงผู้นี้แล้วสีหน้าก็พลันบิดเบี้ยว ยิ่งเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายสวยกว่าตนแล้ว นางพึมพำเสียงเล็กเสียงน้อย “หน้าไม่อาย มายั่วผู้ชายกลางวันแสกๆ” ไม่เพียงเฉียวเทียนช่างที่ได้ยินคำพูดนาง แต่หนิงเมิ่งเหยาก็ได้ยินเช่นกัน นางชะงักฝีเท้าตอนกำลังจะออกไปแล้วหันทั้งตัวมองไปยังหญิงอีกคนด้วยสายตาเย็นชา “ข้าซื้อเหยื่อ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่เหมือนเจ้าหรอก แม่สาวน้อย เจ้าก็ดูถึงวัยแล้ว หญิงสาวโตแล้วมาโผล่ที่บ้านผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”
“นี่เจ้า…”
“หยางชุ่ย ข้าหวังว่าจะไม่ต้องเห็นเจ้าแอบเข้ามาในบ้านข้าอีก โดยเฉพาะในวันที่ข้าลงกลอนประตูบ้าน” เฉียวเทียนช่างพลันมองยังหยางชุ่ยแล้วเตือนนางน้ำเสียงเย็นเยือก ถ้อยคำของเขาหักหน้าหยางชุ่ยต่อหน้าหนิงเมิ่งเหยาอย่างไม่ต้องสงสัย
นางมองเฉียวเทียนช่างอย่างไม่อยากเชื่อ “พี่ใหญ่เฉียว ท่านเข้าข้างนางผู้นี้หรือ”
“เราไม่ใช่คนคุ้นเคยกัน ดังนั้นอย่ามาเรียกข้าเสียสนิทสนมเช่นนั้น ต่อให้วันนี้นางไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ข้าก็จะพูดแบบนี้กับเจ้า ข้าไม่อยากทำให้เจ้าแปดเปื้อน แต่ก็ไม่อยากให้เจ้าทำให้ตัวเองขายหน้าเช่นกัน” เฉียวเทียนช่างเสริมต่ออย่างไร้เยื่อใย ไม่ยอมให้หญิงผู้นี้ได้รักษาหน้าตัวเอง
ถ้อยคำเขาเปรียบดั่งเข็มปักทิ่มแทงเข้าถึงหัวใจหยางชุ่ย