หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 034 ตอนที่ 34

#34Chapter 034

บทที่ 34 คำวิจารณ์ที่ยากจะโต้

ไม่ว่าคนมากน้อยเท่าไรจะตกตะลึงรวมไปถึงคัดค้าน ก็เหมือนตอนที่มารดาของนางใช้ความตายมาบีบคั้น นางก็ยังไม่ยอมถอยให้ตระกูลเฉาเข้าร่วมกิจการร้านแลกเงินของตระกูลฟางเช่นนั้น การตัดสินใจของนายหญิงผู้เฒ่าฟางแต่ไหนแต่ไรก็ไม่มีวันเปลี่ยน

งานแต่งงานของนายน้อยตระกูลฟางเริ่มเตรียมการขึ้นอย่างคึกคัก

เงินทองถูกใช้ไปราวกับสายน้ำ ข้าวของสารพัดถูกลากเข้ามาคันรถแล้วคันรถเล่า ไม่ว่าจะจริงหรือแสร้งตระกูลฟางทั้งบนทั้งล่างเปี่ยมไปด้วยสีหน้ายินดี

เพียงแต่ความยินดีนี้เอาเข้าจริงผิดประหลาดไปอยู่บ้าง อย่างไรเจ้าบ่าวก็เป็นแค่คนพิการที่มีชีวิตอยู่ได้อีกปีเดียว และเป้าหมายของการแต่งงานครั้งนี้ก็ยังเพื่อเสริมมงคล

นางหญิงใหญ่ฟางกักบริเวณฟางจิ่นซิ่ว เป็นการลงโทษที่ไม่เคารพต่อนายหญิงผู้เฒ่าฟางในวันนั้น

ตระกูลฟางไม่มีใครกล้าวิจารณ์เรื่องนี้ แต่ตระกูลฟางไม่วิจารณ์ ก็คุมคำวิจารณ์ของคนข้างนอกไม่ได้ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้ในหยางเฉิงก็ยิ่งคึกคักขึ้นทุกที ส่วนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แบ่งออกเป็นสองแบบ

แบบที่หนึ่งบอกว่าตระกูลฟางรังแกเด็กสาวกำพร้า ให้เด็กสาวดีๆ คนหนึ่งแต่งกับเจ้าง่อยใกล้ตายคนหนึ่ง ไม่มีใครยินดีเป็นหญิงหม้ายพรหมจรรย์ทั้งชีวิต ไม่ใช่เพราะคุณหนูจวินไม่มีที่ไป มีตระกูลฟางเป็นญาติเพียงหนึ่งเดียวหรือ ตระกูลฟางถึงได้บีบเค้นนางตามใจ

ถึงขนาดลือกันว่าคุณหนูจวินถูกตระกูลฟางขังเอาไว้

นี่ช่างเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ

“ท่านผู้ว่าการอำเภอจวินตายเพื่อประเทศชาติและประชาชน วันนี้โครงกระดูกยังไม่ทันเย็นชืด ลูกสาวที่เหลือทิ้งไว้ก็ถูกญาติพี่น้องใจโฉดกระทำเช่นนี้ สวรรค์ ความยุติธรรม กฎบ้านเมืองอยู่หนใด?”

“ตระกูลฟางตระกูลพ่อค้าแห่งหนึ่งใจกล้าย่ำยีลูกหลานของขุนนางถึงเพียงนี้ ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง”

“ข้าจะไปหาทางการฟ้องร้องพวกเขา ไม่เช่นนั้นคนใต้หล้าใครยังจะกล้าเรียนหนังสือ ใครยังจะกล้าทุ่มเทกายใจสละทั้งชีวิตให้บ้านเมือง ตายไม่กลัว กลัวบุตรชายหญิงที่ทิ้งไว้กำพร้าไร้ที่พึ่งถูกรังแกเช่นนี้”

บรรดาบัณฑิตจำนวนมากในหยางเฉิงล้วนโกรธแค้นคุณธรรมคับอก ลือกันว่าจะเขียนหนังสือข้อคิดเห็นไปยื่นต่อทางการจริงๆ แต่ในเวลาเดียวกันนี้เองก็มีความเห็นอีกแบบหนึ่งขึ้นมา

“คุณหนูจวินคนนี้ชื่อเสียงเป็นอย่างไรใครในหยางเฉิงไม่รู้ กำพร้าไร้ที่พึ่งตรงไหน ยโสบ้าอำนาจต่างหาก”

“ก่อนนี้อ้างอดีตระหว่างของญาติผู้ใหญ่กับตระกูลหนิงจะแต่งเข้าตระกูลหนิง หลังถูกปฏิเสธ ก็หลอกเอาเงินไปห้าพันตำลึง นี่มันเป็นพฤติกรรมของคนถ่อย หน้าของบรรดาญาติผู้ใหญ่จะถูกทำลายเสียสิ้นแล้ว”

“พวกเจ้าคิดดู ถ้าหากนางไม่ยินดี ใครจะบีบให้นางแต่งเข้าตระกูลฟางได้? ตอนแรกทะเลาะลงไม้ลงมือกับพี่น้องในตระกูลฟาง ยังวิ่งไปหน้าจวนว่าการฟ้องร้อง นายหญิงใหญ่ฟางแทบจะลงไปขุกเข่าขอร้องนางให้กลับไป”

“เห็นชัดๆ ว่านางหมายตาตระกูลฟางแล้ว อย่างไรนายน้อยฟางก็เป็นคนง่อยใกล้ตาย ได้ชื่อว่านายหญิงน้อยฟาง ถึงเวลารับลูกเลี้ยงมาสักคน ตระกูลฟางก็เป็นของนางแล้ว”

ความเห็นเช่นนี้แพร่อยู่มากในหมู่พ่อค้าผู้ร่ำรวย พูดว่าคูณหนูจวินเป็นเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งถูกรังแกเสียที่ไหน เป็นฝ่ายใช้อำนาจรังแกคนชัดๆ

อำนาจที่ว่าแน่นอนย่อมเป็นการที่บิดาของตนเป็นขุนนางผู้ตายเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ตนเองกำพร้าไร้ที่พึ่งกลายเป็นผู้อ่อนแอ ต้องการอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น ไม่เช่นนั้นก็กลายเป็นคนอื่นรังแกนาง

บรรดาพ่อค้าผู้ร่ำรวยมีกิจการของครอบครัวต่างพากันเห็นใจ ถูกผู้หญิงเช่นนี้เกาะ ตระกูลฟางโชคร้ายจริงๆ

คำพูดเช่นนี้ยิ่งเล่ายิ่งร้ายกาจ เพื่อพิสูจน์ว่าความเห็นของตัวเองถูกต้อง ทุกคนต่างหาหลักฐานมากยิ่งกว่าเดิมมาเป็นหลักฐานสนับสนุน และด้วยเหตุนี้เรื่องเก่าเรื่องร้ายของตระกูลฟางรวมถึงคุณหนูจวินล้วนถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเรื่องจริงเรื่องหลอก พูดจริงพูดเกินจริงแพร่สะพัดปนกันไปทั่ว

“ดูแล้วเหมือนอีกฝ่ายที่เห็นต่างทำเพื่อปกป้องพวกเรา” นายหญิงใหญ่ฟางเอ่ยขึ้น “แต่ที่จริงกลับทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเรากับเจินเจินมัวหมอง”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางสีหน้าเฉยชา

“ไม่มีลมไม่เกิดคลื่น ไม่มีเงินไม่ตื่นเช้า” นางเอ่ยขึ้น “ไม่มีคนตั้งใจทำ ใครจะเสียแรงเปล่ายุ่งไม่เข้าเรื่องพูดไร้สาระ”

นายหญิงใหญ่เงียบงันไปครู่หนึ่ง

“เป็นคนพวกนั้นหรือ?” นางเอ่ยขึ้นเสียงเบา “พวกเขาแม้กระทั่งการแต่งงานของเฉิงอวี่ก็ไม่อยากเห็นหรือ?”

“คงไม่ใช่” คุณหนูจวินที่นั่งอยู่ข้างหนึ่งพลันพูดขึ้นมา

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางต่างมองไปทางนาง

“เรื่องทำลายชื่อเสียงเช่นนี้ศัตรูของพวกท่านคงไม่ชายตาแลเข้าร่วม” คุณหนูจวินเอ่ยขึ้น “พวกเขาควรจะยิ่งยินดีแทบตาย”

คำพูดตรงขวานผ่าซากเช่นนี้ฟังไปแล้วช่างชวนให้คนปวดใจอยู่บ้าง

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางไร้คำพูดไปชั่วครู่ ส่วนคุณหนูจวินราวกับคิดอะไรบางอย่างได้เพราะว่าคำพูดของตนเองจึงเหม่อลอยไปนิดหนึ่ง

ไม่ผิด ตลอดมานอกจากประโยคนั้นที่ว่าตระกูลฟางโดนสาปให้ไร้ทายาทสิ้นตระกูล ชื่อเสียงของตระกูลฟางก็ดีงามมาตลอด ส่วนประโยคไร้ทายาทสิ้นตระกูลนั้นก็ใช้มาอำพรางเรื่องที่ทายาทชายของตระกูลฟางประสบเรื่องร้าย

จากกิจการที่ราบรื่นตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ ดูแล้วศัตรูไม่ได้ทำลายชื่อเสียงและกิจการของตระกูลฟาง

“น่าสนใจ” คุณหนูจวินเอ่ยขึ้น

“มีอะไรน่าสนใจ?” นายหญิงใหญ่ฟางเอ่ยขึ้น “เจ้าว่าใครเป็นคนทำ?”

“คงเป็นตระกูลหนิง” คุณหนูจวินไม่แม้แต่จะคิดก็ตอบ “คงอยากเล่นงานพวกเราบ้าง”

ตระกูลหนิงหรือ

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางพยักหน้า แล้วก็ยิ้มฝืดเฝื่อนส่ายศีรษะ

“เรื่องนี้ช่างมันเถิด” คุณหนูจวินเอ่ยขึ้น ถือกระดาษแผ่นหนึ่ง “นี่เป็นยาที่น้องชายต้องใช้ อาศัยการซื้อของเตรียมงานแต่งงานครั้งนี้ ปะปนไปกับยาอย่างอื่น คนที่ตั้งใจทำร้ายจะได้ไม่ทันสังเกต”

ฟางเฉิงอวี่อาบยาโตมา ยามแต่งงานจะซื้อหายามาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ครั้งนี้จะแต่งงานทั้งที ซื้อยามากหน่อยให้เขาทนไปถึงกราบฟ้าดินได้ก็เป็นเรื่องสมควร

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางสีหน้าหวั่นไหวไปบ้าง

“เจินเจิน มียาจริงหรือ?” นายหญิงใหญ่ฟางถามขึ้น

หรือที่จะรักษาเฉิงอวี่เป็นเรื่องจริง?

“แน่นอน” คุณหนูจวินอมยิ้มพูดขึ้น “ไม่มียาข้าก็รักษาโรคไม่ได้ ข้าย่อมไม่ใช่เทพเซียน”

นานๆ ทีนางจะพูดตลกขึ้นมา แต่ว่านายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางกลับไม่หัวเราะ แต่สีหน้าสับสน

จนกระทั่งถึงตอนนี้พวกนางก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าจวินเจินเจินคิดจะรักษาอาการป่วยให้ฟางเฉิงอวี่จริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจะรักษาอาการป่วยได้จริง

วันนี้พวกนางมาบอกเรื่องคำเล่าลือข้างนอกให้นางฟัง ก็แค่มาบอกกล่าวเท่านั้น ดูปฏิกิริยาของนาง พร้อมกันในใจก็เตือนนาง ความคิดของนางคนข้างนอกต่างก็รู้

แต่นางทั้งไม่โกรธไม่ด่าทอ และก็ไม่ร้องไห้คับแค้น สีหน้านิ่งสงบตรงกันข้ามยังวิเคราะห์กับพวกนางว่าเรื่องนี้ใครเป็นคนทำอยู่เบื้องหลัง

พูดได้ค่อนข้างมีเหตุผลทีเดียว

นางแตกต่างจากเมื่อก่อนจริงๆ

นายหญิงผู้เฒ่าฟางอดไม่ได้มองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า ท่านั่งของนางสง่า ใบหน้านิ่งสงบอ่อนโยน

นางรักษาเฉิงอวี่ได้จริงใช่หรือไม่?

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองกระดาษในมือ บนนั้นเขียนชื่อยายุบยับ

ตัวอักษรบรรจงตัวเล็กงดงาม

“ดี” นางเก็บกระดาษแล้วลุกขึ้นยืน

คุณหนูจวินคำนับส่ง มองพวกนางแม่สามีกับลูกสะใภ้จากไป

.....................................................................................................

นายหญิงผู้เฒ่าฟางส่งกระดาษรายชื่อยาให้กับนายหญิงใหญ่ฟาง นายหญิงใหญ่ฟางตื่นเต้นอยู่บ้างรับไป

“หาหมอมาตรวจดูมั้ยเจ้าคะ?” นางถามเสียงเบา

“ปนไปกับยาที่ในบ้านต้องซื้อแล้วค่อยถาม” นายหญิงผู้เฒ่าฟางตอบ

นายหญิงใหญ่ฟางย่อมรู้ว่าจะทำอย่างไร ขานรับคำเก็บกระดาษไว้อย่างดีแล้วขอตัวไป แม้เวลานี้คำวิจารณ์ข้างนอกจะไม่ส่งผลกระทบต่อตระกูลฟางอย่างจริงจัง แต่การป้องกันที่ควรทำก็ยังต้องทำ งานของนางก็มีมากมาย

นายหญิงผู้เฒ่าฟางพักอยู่ครู่หนึ่ง ก็เรียกหญิงรับใช้ประจำตัวมา

“เจ้าไปหาของที่คุณหนูจวินเคยเขียนมา” นางสั่ง

หญิงรับใช้นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรขานรับ

ด้านนอกครึกโครมก็ดี การเตรียมงานก็ดี ไม่มีผลต่อคุณหนูจวิน นางยังคงใช้ชีวิตตามที่ตนเองวางไว้ แต่ไม่นานนายหญิงใหญ่ฟางก็มาหาอีก

“ยาไม่กี่อย่างนี้ ร้านยาไม่รู้จัก” นางเอ่ยขึ้น ชี้ชื่อยาที่เขียนบนกระดาษ

คุณหนูจวินขมวดคิ้วน้อยๆ มองยาไม่กี่รายการนี้ปราดเดียวก็นึกขึ้นมาได้ ยาไม่กี่ตัวนี้เพิ่งค้นพบ บรรดาหมอทางใต้เพิ่งเริ่มทดลองใช้ ทางเหนือด้านนี้คิดว่าคงไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลาย

ยาไม่กี่ชนิดนี้ในร้านยาควรจะมี เพียงแต่ไม่ค่อยพบเห็นและชื่อก็อาจไม่เหมือนกัน

“ข้าไปหาแล้วกัน” นางเอ่ยขึ้น “ชื่อไม่เหมือนกัน แต่เห็นหน้าตาข้าย่อมจดจำได้”

ทำแบบนี้ก็ได้ นายหญิงใหญ่ฟางพยักหน้า

“เจ้ากำลังจะแต่งงงาน ไปเลือกข้าวของที่ตนเองชอบก็เป็นเรื่องสมควร” นางเอ่ยขึ้น พลางตะโกนเรียกคน “ให้คุณหนูสาม...”

พูดถึงตรงนี้ก็ชะงักไป

คุณหนูสามฟางจิ่นซิ่วอย่าเลย ไม่ต้องพูดถึงนางยอมหรือไม่ยอมไปด้วย สองคนไปด้วยกันข้างนอกทะเลาะกันขึ้นมาอีกก็อับอายผู้คน

“ให้คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองออกไปเป็นเพื่อนคุณหนูจวินสักครั้ง”

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 034 ตอนที่ 34