หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 025 ตอนที่ 25

#25Chapter 025

บทที่ 25 ข้าก็เป็นวิชาแพทย์

หลิ่วเอ๋อร์ยืนอยู่หน้าประตูอีกครั้ง ถึงแม้คุณหนูจะบอกว่าให้นางกันคนอื่นแอบฟัง แต่ครั้งนี้นางไม่พอใจอยู่นิดหน่อย

คนตระกูลฟางมีแต่พวกไม่ได้ความจริงๆ ลำบากก็ทำเป็นแค่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปฟ้อง

ฟางจิ่นซิ่วเป็นแบบนี้ ไอ้ง่อยคนนั้นก็แบบนี้ ตอนนี้ขนาดนายหญิงใหญ่ฟางอายุขนาดนี้ก็ยังเป็นแบบนี้

ไม่รู้รออีกครู่หนึ่งนายหญิงผู้เฒ่าโดนคุณหนูด่าเข้าให้ จะไปหาใครร้องไห้ร้องทุกข์ หลิ่วเอ๋อร์คิดถึงคนทุกข์แล้วสุขใจ แต่แล้วก็ถอนหายใจ ทำหน้าเป็นกังวล

คุณหนูเป็นคุณหนูตระกูลบัณฑิตผู้มีการอบรม จะด่าชนะนายหญิงผู้เฒ่าคนนี้ที่เกิดในตระกูลพ่อค้าทั้งยังใช้ทั้งชีวิตอยู่ข้างนอกทำการค้าเหมือนผู้ชายคนนี้ได้หรือ?

ดังนั้นนางจึงไม่ดีใจ คุณหนูน่าจะให้นางอยู่ในห้องคอยช่วย

ตั้งแต่ได้มาอยู่ข้างกายคุณหนู นางร่วมรบร่วมถอยกับคุณหนู หลังมาถึงหยางเฉิงยิ่งนำเป็นทัพหน้า แต่ตอนนี้คุณหนูดูเหมือนไม่ต้องการนางแล้ว

สาวใช้ที่คุณหนูไม่ต้องการยังนับว่าเป็นสาวใช้ที่ดีได้หรือ?

หลิ่วเอ๋อร์ทั้งทุกข์ใจทั้งเสียใจ ยิ่งส่งสายตาชิงชังไปให้บรรดาสาวใช้หญิงรับใช้ในลาน

ในห้องยังคงไม่มีเสียงทะเลาะโวยวายออกมาเหมือนเดิม นิ่งเงียบราวกับไม่มีคน

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองคุณหนูจวิน วางถ้วยชาในมือลง

“เจ้าพูดไม่ผิด เฉิงอวี่ถูกพิษ พิษนี่ยังเป็นพวกเราป้อนเขากินลงไปกับมือ” นางพูดขึ้นอย่างเฉยชา “และจนถึงตอนนี้ทุกวันเขาก็ยังกินพิษชนิดนี้อยู่ ไปจนถึงหนึ่งปีหลังจากนี้เมื่อเขาอายุเต็มสิบห้าตายจากไป”

คุณหนูจวินไม่ได้มีใบหน้าหัวเราะสมใจหรือแค่นเสียงว่าสักประโยคว่ากรรมตามสนอง แต่กลับพยักหน้า

“คงเป็นเมื่อตอนเขาล้มป่วยเมื่อตอนห้าขวบสินะ” นางเอ่ยขึ้น “บรรดาสาวใช้บอกว่าถึงเขาจะอ่อนแอ แต่โรคนี้ไม่ใช่เป็นมาแต่เกิด เป็นเมื่อครั้งอายุห้าขวบล้มป่วย พวกท่านให้เขากินยา ยานี้รักษาโรคของเขาหาย แต่กลับจะเอาชีวิตเขา”

พูดถึงตรงนี้ก็หยุดไปครู่หนึ่ง

“เฉิงอวี่เป็นทายาทสืบสายเลือดเพียงคนเดียวของพวกท่าน เขาป่วยย่อมมีเพียงพวกท่านคนที่ใกล้ชิดที่สุดดูแล ยากับหมอที่เขาใช้ย่อมต้องเป็นพวกท่านเลือกมาอย่างดีไม่ให้มีสิ่งใดผิดพลาด”

ดังนั้นนางถึงพูดกับนายหญิงใหญ่ฟางว่าเฉิงอวี่ถูกพิษเป็นนางป้อนให้เขาด้วยมือตนเอง

ที่พวกนางอยากพูดคงไม่ใช่เรื่องนี้หรอก นายหญิงผู้เฒ่าฟางริมฝีปากขยับ คิดอยากตะโกนถามเจตนาของคุณหนูจวินออกมาตรงๆ

“นั่นเป็นยาพิษ” นางหญิงใหญ่ฟางอดรนทนไม่ได้พูดออกมา

คุณหนูจวินส่ายศีรษะ

“นั่นเป็นยาพิษ แต่ที่จริงก็เป็นยาดีตัวหนึ่ง” นางเอ่ยขึ้น “ไม่เช่นนั้นย่อมหลอกพวกท่านไม่ได้”

“ใช่” นายหญิงผู้เฒ่าฟางพูดขึ้นเสียงนิ่ง “ยานี้กลืนเข้ากับโรคของเฉิงอวี่”

“หลังยานี้กลืนเข้ากับโรคของเฉิงอวี่ก็กลายเป็นโรคชนิดใหม่คือยาจะกัดกินเส้นลมปราณ เพื่อคุมไม่ให้เส้นลมปราณขาด มีแต่ต้องกินยาชนิดนี้ซ้ำ ถ้าไม่กินยาชนิดนี้ โรคชนิดนั้นก็จะกำเริบทันที” คุณหนูจวินคิดดูแล้วก็พูด

ไม่กินยาก็ตายทันที กินยาก็ตายช้าๆ ถึงแม้ว่าในที่สุดล้วนต้องตาย แต่คนย่อมไม่อาจทนตัดใจให้ตายทันทีได้ ดังนั้นทั้งที่รู้ว่าสุดท้ายคือความสิ้นหวัง กลับไม่อาจไม่ดื่มเหล้าดับกระหาย คว้าเอาความหวังที่ไม่ใช่ความหวังนี้

ความหวังที่ไร้ผล ทำให้คนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าสิ้นหวัง

คุณหนูจวินมองนายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟาง สีหน้าเห็นใจ

“นี่ไม่ใช่การทรมานน้องชาย นี่คือการทรมานพวกท่าน” นางกล่าวขึ้น

นายหญิงใหญ่ฟางยกมือปิดหน้าหลั่งน้ำตา ความรู้สึกของมารดาคนหนึ่งที่ป้อนยาพิษทีละคำๆ ให้บุตรชายกินทุกข์ทรมานมากเพียงใด นางไม่กล้าแม้กระทั่งบอกบุตรชาย

“ตอนข้าอุ้มท้องเขาเกือบแท้งทำเขาตายไปแล้ว ไม่คิดว่าหลังเกิดมา ก็ยังเป็นข้าป้อนยาพิษให้เขาเองกับมือ” นางกลั้นสะอื้นพูด “โรคของเขาแต่เดิมไม่ร้ายแรง ข้ากลับจะเอาชีวิตเขา สุดท้ายก็ยังเป็นข้าจะเอาชีวิตเขา”

“ท่านป้าท่านคิดเช่นนี้ได้อย่างไร” คุณหนูจวินพูด “นี่เห็นชัดๆ ว่าเป็นคนอื่นทำร้ายพวกท่าน ท่านจะโทษตนเองได้อย่างไร”

“ถ้าหากข้าระวังอีกนิด จะเอายาพิษให้เฉิงอวี่กินได้ยังไง” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้น อารมณ์ปั่นป่วน

“สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” เสียงของคุณหนูจวินยิ่งอ่อนโยนลงอีก แต่แฝงความแน่วแน่ “ในเมื่อผู้อื่นอยากทำร้ายท่าน นอกเสียจากสังหารเขาเสีย ไม่เช่นนั้นก็ป้องกันไว้ไม่ได้”

พูดถึงตรงนี้นางก็หยุดชั่วครู่ สีหน้ามีแววโศกเศร้าเจ็บปวดแวบหนึ่งพาดผ่าน

“ยิ่งไปกว่านั้น คนที่อยากทำร้ายท่านบางทีอาจเป็นคนที่ท่านไม่ได้ป้องกันเลยสักนิด”

นายหญิงใหญ่ฟางกดเก็บเสียงร้องไห้ นายหญิงผู้เฒ่าฟางสูดหายใจลึกมองคุณหนูจวิน

“พวกเรายอมรับแล้วว่าเจ้าพูดถูก เจ้าบอกได้รึยังว่าใครเป็นคนบอกเรื่องพวกนี้กับเจ้า?” นางถามขึ้นเสียงเย็น

คุณหนูจวินมองนางแล้วก็หัวเราะ

“ท่านยายท่านเข้าใจผิดแล้ว” นางเอ่ยขึ้น “ไม่มีใครบอกข้า เป็นข้าเห็นด้วยตัวเอง”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองหน้าสีหน้าเฉยชา

“ข้าไม่เห็นรู้ว่าเจ้ายังมีดวงตาหยั่งรู้อดีตงอกมาคู่หนึ่ง” นางพูดแฝงน้ำเสียงประชด

“ข้าไม่มีดวงตาหยั่งรู้อดีต” คุณหนูจวินอมยิ้มพูดว่า “ท่านยายลืมเสียแล้ว ตระกูลของข้าเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางนิ่งงันไป

ตระกูลจวินสืบทอดอาชีพหมอไม่ผิด แต่เกี่ยวอะไรกับคุณหนูจวิน?

“ท่านพ่อของข้าตอนยังเล็กก็ร่ำเรียนมา ตอนเป็นขุนนางก็ไม่ได้ละทิ้ง ท่านปู่กับท่านพ่อก็เคยสอนข้า” คุณหนูจวินพูดขึ้น

เพราะแทบไม่เคยติดต่อกับตระกูลจวิน เรื่องตอนคุณหนูจวินยังเล็กนายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่รู้จริงๆ แต่สอนมาบ้างจะสอนออกมามีความสามารถแบบนี้หรือ?

“เจ้าแค่เห็นเฉิงอวี่เมื่อวาน มองทีหนึ่ง จับชีพจรทีหนึ่ง ก็รู้พวกนี้แล้ว?” นายหญิงผู้เฒ่าฟางพูด ตวัดตามองคุณหนูจวินทีหนึ่ง “ข้าไม่เห็นรู้ว่าตระกูลจวินของเจ้ายังมีวิชาแพทย์วิเศษถึงเพียงนี้”

คุณหนูจวินพยักหน้า

“ใช่แล้ว” นางพูด “วิชาแพทย์ของตระกูลจวินของเราสูงส่ง ไม่อย่างนั้นท่านปู่ของข้าจะรักษานายท่านผู้เฒ่าหนิงหายได้อย่างไร จนเขาไม่เสียดายเอาหลานชายคนโตมาตอบแทน”

นางยังจะโอ้อวดอีก

นางหญิงผู้เฒ่าฟางนิ่งเงียบไป

“เรื่องนี้แต่เดิมก็ไม่ใช่ความลับที่ต้องปิดบังอะไร” นางหน้าขรึมไม่สนใจคำพูดอวดตัวของคุณหนูจวิน “เพียงแต่ตลอดมาไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร เพื่อจะไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น พวกเราก็เลยทำเป็นไม่รู้มาตลอด ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าบอกว่าเฉิงอวี่เป็นโรคที่เป็นมาตั้งแต่เกิด”

ที่แท้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร คุณหนูจวินมองนายหญิงผู้เฒ่าฟางสงสารอยู่บ้าง

นายหญิงผู้เฒ่าฟางเมินความสงสารของนาง

“แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่ความลับที่พูดไม่ได้อะไร” นางเอ่ยขึ้น “เรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ต่อให้ประกาศออกไปทั่วก็ไม่เป็นไร ดังนั้นเจ้าคิดจะใช้สิ่งนี้มาข่มขู่พวกเรา ก็รีบเลิกคิดเสีย”

คุณหนูจวินยิ้ม

“ท่านยาย” นางพูด “ท่านเข้าใจผิดแล้ว ท่านลืมแล้วหรือ? คำพูดที่ข้าพูดกับน้องชายนอกจากชี้บอกว่าเขาถูกพิษ ยังมีอีกประโยค”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางผงะไปนิดนึง ในหูคำพูดของเด็กรับใช้ที่เล่ารายละเอียดเหตุการณ์ในสวนดอกไม้ดังขึ้น

“แล้วคุณหนูจวินก็พูดกับนายน้อยอีกประโยคหนึ่ง นางบอกว่าข้าจะกลับไปลองคิดดู บางทีอาจคิดวิธีแก้พิษได้”

เป็นประโยคนี้หรือ?

“เจ้า หมายความว่ายังไง?” นายหญิงผู้เฒ่าฟางอดถามขึ้นมาไม่ได้

คงไม่ใช่ความหมายนี้ที่นางคิดอยู่หรอกนะ

“ข้ากลับมาลองคิดดูแล้ว ข้าแก้พิษนี้ของน้องชายได้” คุณหนูจวินพูดขึ้น

“นี่เป็นไปไม่ได้” นายหญิงใหญ่ฟางโพล่งออกมา “เจ้าจะทำได้ยังไง?”

“จวินเจินเจิน เจ้าไม่ต้องเล่นละครแล้ว โรคของเฉิงอวี่พวกเราเห็นมานานปีขนาดนี้ หมอชื่อดังใต้หล้าล้วนไปหามาหมดแล้ว ไม่มีสักคนบอกว่ารักษาเขาให้หายได้” นายหญิงผู้เฒ่าฟางพูดเสียงเรียบ แล้วหยุดไปนิดนึง “นอกเสียจากหมอเทวดาจางผู้นั้นบางทีอาจลองดูได้สักครั้ง”

ตระกูลจวินของพวกเจ้าเก่งกาจได้เท่าหมอเทวดาจางขนาดนั้นหรือ?

นายหญิงผู้เฒ่าแม้ไม่ได้พูดออกมา แต่ประโยคนี้สิ่งที่สื่อก็คือความหมายนี้

คำพูดของนางจบลง ก็เห็นสีหน้าของคุณหนูจวินนิ่งไปเล็กน้อย

“หมอเทวดาจาง” นางพูดทวนซ้ำ

“หมอเทวดาจางเจ้าไม่รู้จักหรือ?” นางหญิงผู้เฒ่าฟางพูดขึ้น แฝงแววประชด “เขาไม่เหมือนวิชาแพทย์ตระกูลจวินของพวกเจ้ามีแค่ตัวเองพูด ความสูงส่งของวิชาแพทย์ของเขาใต้หล้าใครๆ ก็พูด”

หมอเทวดาจางนางย่อมรู้จัก ในฐานะศิษย์เพียงคนเดียวของหมอเทวดาจาง ติดตามเคียงข้างหกปี จะมีใครรู้ว่าวิชาแพทย์ของหมอเทวดาจางเป็นอย่างไรมากกว่านาง

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 025 ตอนที่ 25