ราชันอหังการ: Chapter0000 ตอนที่ 1
บทนำ (ผู้อ่านห้ามพลาด สำคัญมาก)
บทนำ
“แมะ...แมะ...แมะ...” เสียงเลียนเสียงร้องของแพะดังสะท้อนก้องท่ามกลางหุบเขาอันเงียบสงัด
หลี่ชีเย่ปีนขึ้นไปบนเนินเขา ลมรัตติกาลทั้งแรงและเย็น ทว่า เวลานี้เขากลับร้อนใจจนเหงื่อท่วม เขาในวัยสิบสามปีกำลังใช้มือและเท้าพยายามคลานขึ้นไปบนเนินเขา แสงสีรัตติกาลดูวังเวงมากกว่าเคย ชวนให้เกิดความรู้สึกขนลุกซู่
แม้แสงรัตติกาลจะน่ากลัว แต่ใจของหลี่ชีเย่กลับร้อนปานจะมอดไหม้
หลี่ชีเย่ เกิดในครอบครัวชาวนา บิดามารดาล้วนเป็นคนยากจน เขาเริ่มทำอาชีพเลี้ยงแพะตอนอายุเจ็ดปี
หลี่ชีเย่ ตระกูลของเขาแซ่หลี่ เนื่องจากตอนที่เกิดเขาร้องไห้นานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน จึงถูกตั้งชื่อว่าหลี่ชีเย่[footnoteRef:1] [1: 李七夜 อ่านว่า หลี่ชีเย่ โดย 李 (หลี่) คือ แซ่และ 七夜 (ชีเย่) คือชื่อซึ่งมีความหมายว่า 7 คืน]
วันนี้ หลี่ชีเย่ออกมาเลี้ยงแพะตามปกติ ทว่า ช่วงเย็นระหว่างที่ต้อนแพะกลับนั่นเอง พบว่ามีลูกแพะหายไปหนึ่งตัว ซึ่งทำให้เขาร้อนใจมากพลันเร่งรีบกลับไปตามหาที่เนินเขา ทว่า หลังจากวนหาจนทั่ว เขากลับไม่พบแพะตัวที่ว่า
คิดถึงความโหดร้ายของนายทุนจางเจ้าของที่ดิน ทำแพะหายไปหนึ่งตัว ใจของหลี่ชีเย่ร้อนราวกับไฟไหม้ รู้สึกหวาดกลัวไม่เป็นสุข
หลังจากค้นหาจนทั่วเนินเขา ก็ยังไม่พบแม้แต่เงาของแพะตัวดังกล่าว ทันใดนั้น หลี่ชีเย่คิดถึงสถานที่แห่งหนึ่ง มีเพียงที่เดียวเท่านั้นที่เขายังไม่ได้ตามหา......ถ้ำมารเซียน!
แหงนหน้ามองสีรัตติกาลที่หุบเขาเบื้องหน้า ราวกับรูปทรงของอสูรโบราณที่อ้าปากกว้างพร้อมกลืนกินคนได้ทุกเวลา ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของหมาป่า มองตรงไปยังภาพยามรัตติกาลที่อยู่ไกลลิบๆ ของถ้ำมารเซียน หลี่ชีเย่ขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว
ถ้ำมารเซียน เป็นสถานที่เลื่องชื่อน่าสะพรึงในพื้นที่นี้ ว่ากันว่าในนั้นมีมารร้ายตนหนึ่งอาศัยอยู่ ใครก็ตามที่เข้าไปจะต้องถูกกิน เมื่อเข้าไปไม่เคยมีใครรอดชีวิตออกมาได้
ทว่า เวลานี้ เมื่อเสียงเพี๊ยะเพี๊ยะของแส้ในมือนายทุนจางดังก้องในหูของหลี่ชีเย่ ทำแพะหายไปหนึ่งตัว นายทุนจางต้องตีเขาจนเนื้อแตกเป็นแน่
นึกถึงจุดนี้ หลี่ชีเย่กัดฟันกรอด มุ่งหน้าไปยังถ้ำมารเซียนที่มีลักษณะเหมือนปากของอสูรร้ายเบื้องหน้า ในชั่วพริบตา เงาของเขาได้เลือนหายไปกับสีของรัตติกาล
“อ๊าก.......” ท่ามกลางบรรยากาศแสนเศร้า มีเสียงหนึ่งหวีดร้องขึ้นภายในถ้ำมารเซียน น้ำเสียงตระหนกของหลี่ชีเย่ดังขึ้น “เจ้า เจ้า เจ้าจะทำอะไร......อ๊าก......” จากนั้น เสียงหวีดร้องก็หยุดชะงักลง
“ดี ดีมาก ในที่สุดข้าก็ฝึกอีกาทมิฬอมตะสำเร็จ ขาดแค่ดวงวิญญาณเท่านั้น วันนี้ได้โอกาสใช้ดวงวิญญาณของเจ้าพอดี!” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ที่เกิดเสียงวังเวงน่ากลัวดังขึ้นในถ้ำมารเซียน
“ผับ......ผับ......ผับ......” ไม่ถึงชั่วครู่ เสียงสยายปีกรุนแรงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น นกประหลาดที่ดูเหมือนอีกาตัวหนึ่งบินออกไปจากถ้ำมารเซียน
“บินสิ บินไป ข้าจะอาศัยดวงวิญญาณของเจ้าจารึกไปยังหลุมฝังศพ บินข้ามแผ่นดินที่ต่ำต้อย ขอเพียงดินแดนทั้งเก้ายังคงอยู่ ข้าจะต้องตามหาให้พบ!” ภายในถ้ำมารเซียน เสียงวังเวงน่ากลัวนั้นยังคงดังก้อง
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ท่ามกลางฟ้าและดิน มีปีกสีดำทมิฬคู่หนึ่ง ทะลวงสู่พิภพ เข้าไปยังแดนเซียน ข้ามผ่านดินแดนหฤโหด....... ร่างที่ไม่อาจควบคุม บินข้ามเก้าแดน ผ่านอุปสรรคนับหมื่น พันล้านปีไม่มีวันตาย!
วันเวลาล่วงเลย ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าสร้างชื่อขึ้น ผู้นำคนแล้วคนเล่าเสื่อมอำนาจลง
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ไม่รู้ว่าเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใด ที่อีกาลึกลับตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้น อีกาปริศนาที่หลุดพ้นจากพันธนาการ เริ่มออกตามหาเส้นทางที่สามารถลิขิตชะตาของตนเอง
จากเทพโอสถ ถึงราชันเซียนเหิน ไปยังราชันเซียนเซวี่ยสวี่ ไปถึงราชันเซียนทุนรื่อ ไปสู่ราชันเซียนหมิงเหริน กระทั่งถึงราชันเซียนปิงอวี่......ท้ายที่สุดก็ไปถึงราชามังกรดำ
เบื้องหลังผู้นำไร้เทียมทานเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีเงาของอีกาตัวหนึ่งแอบซ่อนอยู่ เงาของอีกาผู้ซึ่งตามหาเส้นทางที่สามารถลิขิตชะตาชีวิตของตนเอง
ผู้นำไร้เทียมทานที่สร้างชื่อขึ้นสมัยแล้วสมัยเล่า กับอารยธรรมที่เสื่อมถอยลงยุคแล้วยุคเล่า ทว่า ผ่านพ้นวันเวลานับล้านปี อีกาตัวนั้น ยังคงปรากฏกายอย่างเงียบๆ ท่ามกลางแม่น้ำแห่งกาลเวลาอันยาวไกล
อีกาตัวหนึ่งที่ไม่ยอมจำนนต่อลิขิตของดวงชะตา ต่อต้านการดำรงอยู่ที่น่ากลัวที่สุดของฟ้าดิน คอยกุมบังเหียนความเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดระยะเวลานับล้านปีที่ผ่านมา!
----------------------------------------------------------------------------