ราชันอหังการ: Chapter0054 ตอนที่ 55
ตอนที่ 54 โลหิตสมุทรหยินหยาง (2)
สีหน้าของจางอวี๋สลับกันไปมาระหว่างสีเขียวและขาว ข้อดีและข้อเสียนั้น เขาพอเข้าใจได้ ความทุ่มเทตลอดห้าปีที่ผ่านมา จู่ๆ มันก็กำลังจะถูกทำลายลง การฝึกฝนตลอดห้าปีของเขากลายเป็นสิ่งเสียเปล่า
“หากเจ้าไม่สามารถตัดสินใจได้ในตอนนี้ เจ้าลองกลับไปคิดทบทวนให้ดี คิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาพบข้า” หลี่ชีเย่ไม่คิดจะบังคับ เส้นทางของตัวเองท้ายที่สุดตนก็ต้องเป็นผู้เลือก หากไม่มีแม้แต่ความสามารถในการตัดสินใจ การฝึกฝนตบะเต๋าก็คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“ข้า ข้าจะทำลาย! ข้า ข้าจะฝึก ‘เคล็ดสว่านสีคราม’ ” ทันทีที่หลี่ชีเย่พูดจบ จางอวี๋กัดฟัน เขาตัดสินใจแล้ว จึงพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น
หลี่ชีเย่ได้แต่พยักหน้าเล็กน้อย โดยไม่พูดอะไรอีก แต่หันไปบอกกับหลี่ซวงเหยียนที่ยืนอยู่ข้างกายเขา “ทำลายฐานเต๋าของเขา เริ่มต้นตั้งแต่แรก”
สำหรับคำพูดของหลี่ชีเย่ ในวันนี้ หลี่ซวงเหยียนไม่เคยลังเลสงสัยอีก นางปฏิบัติตามทันที...
ในที่สุด หลี่ชีเย่ก็ตรวจสอบฐานเต๋าของศิษย์ทั้งหมดจนครบ พูดได้ว่า ศิษย์ส่วนใหญ่ต่างไม่ได้มีปัญหาในการฝึกฝนฐานเต๋ามากนัก คนที่มีปัญหามากที่สุด ก็คือจางอวี๋!
หลังจากศิษย์ทุกคนได้รับการตรวจสอบฐานเต๋า ในที่สุดทุกอย่างก็สามารถดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลี่ชีเย่เริ่มวางมือ ปล่อยให้ศิษย์ทั้งหลายลงมือฝึกฝนกันเอง ฐานเต๋าที่ชัดเจน ศาสตร์แห่งเต๋าที่ถูกต้อง ขั้นตอนต่อไปคือการให้ศิษย์ทำการฝึกด้วยตนเอง
เมื่อดำเนินมาขั้นตอนนี้ หลี่ชีเย่ได้ชี้แนะจนศิษย์ของเขาล้างศิลาเดินในเส้นทางที่ถูกต้องได้แล้ว เขาจะไม่คอยประคับประคองอย่างใกล้ชิดอีก เขาปล่อยให้ศิษย์ทั้งหลายในเขาล้างศิลาฝึกฝนด้วยตนเอง โดยจะอาศัยบางเวลาแวะมาบรรยายให้กับเหล่าศิษย์เท่านั้น
ผ่านช่วงเวลามานานนับไม่ถ้วน เคยฝึกมาแล้วแม้กระทั่งราชันเซียน หลี่ชีเย่รู้ชัดกว่าใครๆ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในระดับไหน แต่หากไม่ยอมวางมือ คอยประคับประคองเขาตลอดเวลา ศิษย์เหล่านั้นก็จะไม่สามารถเติบโตด้วยตนเอง ท้ายที่สุดก็คงประสบความสำเร็จด้วยลำแข้งตัวเองไม่ได้! หากไม่เคยผ่านลมและฝน จะพบกับสายรุ้งได้อย่างไร!
หลังจากวางมือ หลี่ชีเย่ก็เริ่มทุ่มเทให้กับการฝึกฝนตบะเต๋าของตน อันที่จริง เพื่อการสั่งสอนศิษย์ในเขาล้างศิลา ทำให้การฝึกฝนของหลี่ชีเย่ล่าช้าไปมากทีเดียว
เวลานี้หลี่ชีเย่ฝึกฝนถึงระดับอวิ้นถี่ (สะสมกาย) แล้ว อีกทั้งการฝึกเลือดลมของเขาก็ใกล้จะสมบูรณ์เต็มที โดยกำลังจะก้าวเข้าไปสู่ระดับชุบร่าง เวลานี้สำหรับหลี่ชีเย่แล้ว เป็นโอกาสที่ดีในการชุบร่างของตนอีกครั้ง
หลี่ชีเย่หยิบกล่องโบราณออกมากล่องหนึ่ง หากเป็นหลี่ซวงเหยียนบางทีนางอาจจะจำกล่องโบราณนี้ได้ เพราะมันคือกล่องโบราณที่ได้มาจากถ้ำทิพย์ของสำนักปีศาจนพเก้า
อันที่จริง เหล่าผู้อาวุโสหรือแม้กระทั่งกษัตราวงตะวันของสำนักปีศาจนพเก้าต่างไม่รู้ว่ากล่องโบราณนี้บรรจุอะไรไว้ เกรงว่าแม้แต่กษัตราวงตะวันเองก็คงต้องแปลกใจ ว่าเหตุใดหลี่ชีเย่จึงไม่เลือกของวิเศษราชันเซียน แต่กลับเลือกกล่องโบราณนี้ มันบรรจุอะไรเอาไว้กันแน่?
ตามหลักการแล้ว เมื่อศิษย์คนหนึ่งฝึกฝนเลือดลมจนถึงระดับอวิ้นถี่(สั่งสมกาย) สำนักจะมีการมอบสมบัติวัฒนะให้หนึ่งชิ้น! ทว่า เวลานี้สำนักโบราณสี่เหยียนตกต่ำลงไปมาก ของที่อยู่ในคลังจึงมีอยู่จำกัด หากได้รับสมบัติวัฒนะตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าสำนัก เกรงว่าคลังในสำนักโบราณสี่เหยียนคงไม่เหลือสมบัติอะไรอีก!
คุณสมบัติหลักของสมบัติวัฒนะคือการหล่อเลี้ยงเลือดลมอายุขัย สมบัติวัฒนะและอาวุธชีพเป็นของวิเศษสำคัญของผู้บำเพ็นตน ผู้บำเพ็ญตนส่วนใหญ่จะต้องมีสมบัติวัฒนะและอาวุธชีพเป็นของตัวเอง!
อาวุธชีพ ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษหรืออาวุธแท้ เป้าหมายหลักของมันคือใช้สำหรับการโจมตีศัตรูและป้องกันภัย ในสถานการณ์ต่างๆ คงมีเพียงในสมรภูมิเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ใช้อาวุธแท้
ส่วนสมบัติวัฒนะนั้นต่างออกไป สมบัติวัฒนะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในทุกเวลา สมบัติวัฒนะหนึ่งชิ้น สามารถยืดอายุของผู้บำเพ็ญตนได้ ขณะเดียวกัน ยังสามารถเสริมสร้างเลือดลมให้กับผู้บำเพ็ญตน ถึงขั้นที่สามารถเสริมสร้างเลือดวัฒนะให้กับผู้บำเพ็ญตนได้
สำหรับการต่อสู้สมบัติวัฒนะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเช่นกัน หากเลือดลมหรือเลือดวัฒนะถูกใช้ไปมากระหว่างการต่อสู้ เราสามารถใช้สมบัติวัฒนะ เพื่อเสริมสร้างเลือดลมหรือระเบิดพลังให้กับเลือดลมของเราได้ภายในเวลาสั้นๆ และสามารถเพิ่มพลังต่อสู้ได้!
หลี่ชีเย่เปิดกล่องโบราณออก ภายในกล่องโบราณบรรจุมุกโลหิตจำนวนสองเม็ด มุกโลหิตสองเม็ดนี้ไม่ได้ดูพิเศษอะไร มันดูเหมือนเลือดสองหยดที่จับตัวกันเป็นก้อนเท่านั้น
ทว่าหากมองดูอย่างละเอียด ก็จะสังเกตได้ว่า มุกโลหิตทั้งสองเม็ดนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยเลือดลมที่ไร้ขีดจำกัด ราวกับมหาสมุทรเลือดที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต หากลองตั้งใจดู จะพบว่ามุกโลหิตทั้งสองเม็ดมีความแตกต่างกัน มุกโลหิตเม็ดหนึ่งมีแสงสีทองของพลังหยางปรากฏอยู่ ส่วนมุกอีกเม็ดจะมีแสงของพระจันทร์เคลื่อนไหวอยู่ภายใน!
“มุกโลหิตสมุทรหยินหยาง...” เขาหยิบมุกโลหิตทั้งสองเม็ดที่ดูธรรมดานั้นขึ้นมา หลี่ชีเย่ถอนหายใจออกมาเบาๆ จู่ๆ สงครามเลือดในอดีตกลับปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ในตอนนั้น ราชันเซียนหมิงเหรินฝึกฝนมหาวิถีเต๋าจนสำเร็จ เขาสืบทอดชะตาฟ้า มีเหล่าขุนพลเทพในสังกัดจำนวนนับไม่ถ้วน มีบารมีแผ่กว้างไปยังเก้าฟ้าสิบแดน! เมื่อราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้า สมรภูมิแรกหลังจากที่เขากลายเป็นราชันเซียนก็คือสมรภูมิร้างอันโหดร้าย!
เวลานั้น เขาที่ยังเป็นอีกาทมิฬมีสถานะที่ไม่มั่นคงนัก ทว่า เขายังอยากเห็นการต่อสู้ครั้งแรกของราชันเซียนหมิงเหริน สำหรับราชันเซียนทุกคน สงครามครั้งแรกถือว่ามีความสำคัญมาก เป็นโอกาสที่จะได้ท้าทายชะตาฟ้า
หลี่ชีเย่เลือกสมรภูมิร้างอันโหดร้ายเป็นสมรภูมิแรกในการต่อสู้ให้กับราชันเซียนเมิงเหริน! เวลานั้นแม้ว่าหลี่ชีเย่จะไม่ได้นำทัพเอง ทว่า เขาก็ยังมีโอกาสได้เห็นสงครามอันโหดร้ายในครั้งนั้น ได้เห็นการฆ่าฟันสังหารแบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
สงครามในครั้งนั้น สามารถทำลายดวงดาว ทำลายล้างหมื่นดินแดน! ท้ายที่สุด ราชันเซียนหมิงเหรินเป็นผู้นำทัพ บุกเบิกเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของดินแดนรกร้าง
การบุกตะลุยไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของแดนรกร้างในเวลานั้น สิ่งหนึ่งที่ได้จากดินแดนที่ว่าก็คือกล่องโบราณใบนี้! ตอนนั้นหลี่ชีเย่ใกล้เข้าสู่การหลับใหล จากเจตนาของเขา เขาหวังว่าราชันเซียนหมิงเหรินจะสามารถหลอมมุกโลหิตสมุทรหยินหยางให้กลายเป็นของวิเศษราชันเซียนของตนเอง
ทว่า หลังจากราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้า เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองมาก สมบัติวัฒนะของเขาเองมีมากมายพอแล้ว ดังนั้น เขาจึงไม่อยากเสียของวิเศษนี้ไป ท้ายที่สุด เขาจึงมอบของวิเศษนี้ไว้ให้กับคนที่ทุ่มเทให้กับสงครามครั้งนั้นอย่างผู้วิเศษนพเก้า เพื่อเป็นของรางวัล
ต่อมาหลังจากที่หลี่ชีเย่หลับไป เขาจึงไม่ได้สอบถามถึงเรื่องนี้อีก เขายังเข้าใจว่าผู้วิเศษนพเก้าได้ทำการหลอมมุกโลหิตสมุทรหยินหยางนี้ให้เป็นสมบัติวัฒนะไปแล้ว กระทั่งเมื่อเปิดถ้ำทิพย์ออกมา เขาจึงรู้ว่าผู้วิเศษนพเก้าไม่ได้ใช้ของวิเศษชิ้นนี้
ในตอนที่เปิดถ้ำทิพย์ หลี่ชีเย่จำได้ว่า ในอดีตขณะที่ผู้วิเศษนพเก้าฝากฝังสำนักปีศาจนพเก้าไว้กับเขา ผู้วิเศษนพเก้าเคยพูดถึงสุดยอดของวิเศษอย่างหนึ่งซึ่งก็คือมุกโลหิตสมุทรหยินหยางนั่นเอง!
“ตึง...” เมื่อหลี่ชีเย่หยดมุกโลหิตสมุทรหยินหยางเข้าไปยังลัคนา ทั่วทั้งร่างของหลี่ชีเย่ก็สั่นเทิ้ม ในชั่วพริบตานั้น ราวกับมีมหาสมุทรขนาดยักษ์สองแห่งกำลังจมรอบชีวิตของเขาลงไป พริบตานั้น จู่ๆ รอบชีวิตของเขาก็เปล่งแสงสีแดงเจิดจ้า กลืนร่างทั้งร่างของเขา
เลือดลมภายใต้คลื่นโลหิตสมุทรที่ถาโถมนี้แข็งแกร่งเหลือเกิน ในชั่วพริบตานั้น รอบชีวิตของหลี่ชีเย่เริ่มพังทลาย จู่ๆ ลัคนาของเขาก็ขาดความเสถียร แม้กระทั่งภายในร่างกายของเขาก็เริ่มมีความรู้สึกเหมือนถูกโจมตี ราวกับว่าเลือดลมนั้นกำลังพยายามทำลายร่างกายภายในของเขา!
“ปัง...ปัง…ปัง...” ในชั่วพริบตานั้น เมื่อสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดของพลังวงตะวันจันทราถูกขับเคลื่อนด้วยเลือดลมที่มาจากโลหิตสมุทร ใช้ความเป็นไปได้สูงสุดในการนำพาเลือดลมจากโลหิตสมุทรเข้าไปยังลัคนา
หากเปลี่ยนเป็นเคล็ดชีวิตอื่นๆ มันคงไม่สามารถขับเคลื่อนเลือดลมที่หนักอึ้งขนาดนี้ได้ ดังเช่นม้าเล็กที่ไม่อาจชักพารถใหญ่ ย่อมไม่สามารถลากมันให้เคลื่อนไปได้ ทว่า พลังวงตะวันจันทราที่มีความพิศวงในระดับนั้น เมื่อเลือดลมยิ่งแข็งแกร่ง วังวนของมันก็ยิ่งทรงพลัง ในชั่วพริบตานั้น พลังวงตะวันจันทราก็จะยิ่งขับเคลื่อนเลือดลมอย่างบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ดึงเลือดลมจำนวนมหาศาลเข้าสู่ลัคนา
ทว่า มุกโลหิตสมุทรหยินหยางมีที่มาลึกล้ำมาก แม้แต่ราชันเซียนก็ยังชื่นชมในของสิ่งนี้ ทว่าระดับของพลังวงตะวันจันทรานั้นไม่สามารถขับเคลื่อนเลือดลมทั้งหมดของมัน และไม่สามารถดึงเลือดลมทั้งหมดเข้าไปยังรอบชีวิตได้!
ชั่วขณะหนึ่ง เลือดลมมหาศาลนี้ได้จมกายเนื้อ ลัคนาของหลี่ชีเย่ เลือดลมมหาศาลได้ทำลายกายเนื้อและลัคนาของเขาไปในชั่วพริบตา
ในช่วงเวลาเป็นตายนั้นเอง ในที่สุดกายเทวะสยบอเวจีที่หลี่ชีเย่ฝึกฝนก็ระเบิดออก เกิดเสียงดัง ตึง ตึง ตึง ราวกับโซ่เทวะในนรกที่ถูกรากดึง โซ่เทวะแต่ละสายที่มีน้ำหนักกว่าล้านล้านชั่ง โซ่เทวะของทักษะกายแต่ละเส้นกำลังสยบเลือดลมมหาศาลเหล่านั้น ใช้พลังที่หนักแน่นสูงสุดดึงเลือดลมเหล่านั้นเข้าไปในกายเนื้อของหลี่ชีเย่ ยัดเข้าไปยังกายเนื้อของร่างเทวะสยบอเวจี!
ในขณะเดียวกัน ภายในลัคนาของหลี่ชีเย่ ‘วิหคมัจฉาหกผัน’ ในฐานเต๋าของเขาก็กำลังกลายร่างเป็นวิหคมัจฉาขนาดยักษ์ วิหคมัจฉาขนาดยักษ์ได้กลืนกินเลือดลมมหาศาล ในระหว่างที่กำลังกลืนกินนั้น มันดูราวกับมหาสมุทรที่กลืนกินสรรพสิ่งได้อย่างไม่สิ้นสุด ฐานเต๋าแปลงเป็นวิหคมัจฉา เลือดลมมหาศาลถูกฐานเต๋ากลืนและคายออกมาเป็นชีพแท้! ชั่วเวลาหนึ่ง แสงสว่างแห่งลัคนาทอแสงเรืองรอง ดูโอ่อ่าตระการตา!
ภายใต้แรงบีบของ ‘พลังวงตะวันจันทรา’ ‘กายเทวะสยบอเวจี’ และ ‘วิหคมัจฉาหกผัน’ รอบแล้วรอบเล่า ท้ายที่สุด โลหิตสมุทรสองหยดนี้จึงสงบนิ่งอยู่ภายในรอบชีวิตของหลี่ชีเย่ โลหิตสมุทรได้ทำการรวมเป็นร่างเดียว ราวกับกระดานภาพหยินหยาง หนึ่งหยินหนึ่งหยาง ดังมัจฉาหยินหยางที่กำลังเวียนว่ายอยู่ภายในสมุทรแห่งโลหิต
ในเวลานี้ รอบชีวิตที่โลหิตสมุทรหยินหยางกำลังกลืนและคายอยู่นั้น กำลังเสริมพลังให้กับเลือดลมของหลี่ชีเย่ ส่วนเลือดสกัดที่ไหลเวียนของหลี่ชีเย่ก็กำลังชำระล้างแก่นกระดูกทั่วทั้งร่างกายของเขา เลือดสกัดกำลังทะลวงเข้าไปยังแก่นกระดูกของหลี่ชีเย่ มันทำให้หลี่ชีเย่รู้สึกราวกับกำลังเกิดใหม่!
โดยไม่ทันรู้ตัว จู่ๆ หลี่ชีเย่ก็ก้าวเข้าสู่ช่วงชุบร่าง อาศัยโลหิตสมุทรหยินหยาง ชุบเลือดสกัดในร่างกายของตน ใช้กายเทวะสยบอเวจีในการชำระล้าง ทำให้คุณสมบัติของหลี่ชีเย่กำลังก้าวเข้าสู่ระดับถัดไป!
โลหิตสมุทรหยินหยางเปรียบเสมือนกับมัจฉาหยินหยาง ที่แหวกว่ายอยู่ภายในรอบชีวิตไม่หยุด เวลานี้ โลหิตสมุทรหยินหยางอาจดูนิ่งเงียบ แต่หลี่ชีเย่รู้ดีว่าอาศัยทักษะเต๋าของเขาในตอนนี้ เขายังไม่สามารถกระตุ้นเลือดลมแม้แต่หนึ่งในหมื่นส่วนของโลหิตสมุทรหยินหยาง! หากสามารถกระตุ้นอานุภาพทั้งหมดของโลหิตสมุทรหยินหยางจริงๆ นั่นคงเป็นเรื่องที่น่าพรั่นพรึงจนไม่อาจจินตนาการได้ มันคงสามารถสะเทือนไปทั้งเก้าเมฆา จนแม้แต่เทพมารยังต้องสะท้านเลยทีเดียว!
ขณะที่หลี่ชีเย่กำลังสงบพลังของตน โดยไม่รู้ตัวที่จู่ๆ หลี่ซวงเหยียนก็มายืนอยู่ที่หน้าประตู เวลานี้ ดวงตางดงามไร้ที่ติของหลี่ซวงหยียนกำลังจ้องมองไปที่หลี่ชีเย่
“เจ้ากำลังฝึกพลังมารอะไรอยู่?” หลี่ซวงเหยียนดูตื่นตาตื่นใจ เดิมทีนางกำลังนั่งสมาธิอยู่ในที่พักของตน แต่จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเลือดลมที่รุนแรงไร้ที่ติ ทว่า เพียงพริบตาพลังที่ว่าก็หายวับไป
ความเปลี่ยนแปลงนี้ แม้จะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่วพริบตา แต่มันไม่สามารถหลบเลี่ยงพรสวรรค์ของหลี่ซวงเหยียนได้ นางรู้ดีว่าความเคลื่อนไหวนั่นจะต้องมาจากตัวของหลี่ชีเย่แน่นอน
เลือดลมอันน่าพรั่นพรึงนั่นน่าตกใจเหลือเกิน มันทำให้หลี่ซวงเหยียนสงสัย ว่าหลี่ชีเย่กำลังฝึกวิชามารอะไรอยู่หรือเปล่า!
“ข้าจำเป็นต้องฝึกวิชามารงั้นเหรอ?” สำหรับความสงสัยของหลี่ซวงเหยียน หลี่ชีเย่ได้แต่ยิ้ม เขาพูดขึ้นเรียบๆ
หลี่ซวงเหยียนมองหลี่ชีเย่ด้วยความสงสัยครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ได้ซักถามอะไรอีก