เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 865
ตอนที่ 865 หญิงสาวบนหลังเขาของจวนฝูจู่ (4)
ฮูหยินผู้เฒ่าที่เดิมในใจมีแต่ทอดถอนใจ พอได้ยินคำพูดของหลัวลี่มุมปากของนางก็กระตุกขึ้นมาทันที
“ลี่เอ๋อร์ เจ้าจะแต่งกับจิ้งจอกตังหนึ่งจริงหรือ?”
“ใช่แล้ว จิ้งจอกน้อยดีกับข้ามาก”
“ที่จริงข้ารู้สึกว่าฉินเฉินของตระกูลฉินก็ไม่เลว จริงๆ” ฮูหยินผู้เฒ่ายังคิดจะเกลี้ยกล่อมอีกสองสามคำ
ปากเล็กๆ ของหลัวลี่ยื่นออก “เขาเย็นชาเกินไปไม่อบอุ่นเสียเลย ข้าไม่ชอบ”
“เช่นนั้น...มู่ชิงอิ้นก็ไม่เลว เจ้าลองคิดดูเสียหน่อยดีหรือไม่?”
“ไม่ได้เขาอายุมากแล้วข้ายังเด็ก อีกอย่างเขาเหมือนเป็นดวงจันทร์แบบที่มองได้แต่ไม่อาจใกล้ชิด ข้าไม่อยากเงยหน้ามองคนคนหนึ่งทั้งชีวิต อีกอย่างข้าก็ไม่ใช่ฉินเฟยเอ๋อร์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าห่างชั้นกันมากเหลือเกินก็ยังจะรนหาที่ตายไปชอบคนคนนั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ
“เช่นนั้นเมื่อไหร่เจ้าจะพาจิ้งจอกน้อยกลับมาให้ข้าดู”
ดวงตาหลัวลี่เป็นประกายโค้งมนดุจพระจันทร์เสี้ยว “ได้ รอจิ้งจอกน้อยสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้แล้วข้าก็จะพากลับมา จริงสิ ท่านย่าฉินเสี่ยวเย่ว์ต้องการวางยาพิษกู้อีอีให้ตายเพียงเพราะการทะเลาะโต้แย้งกันจริงน่ะหรือ? ยังมีอีก เหตุใดท่านจึงหายาวิเศษของท่านพ่อพบ?”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้ม “ฉินเฉินมาบอกข้าด้วยตัวเอง บอกว่าฉินเสี่ยวเย่ว์สับเปลี่ยนยาวิเศษแต่กลับไม่ให้ข้าไปเร็วนัก มิเช่นนั้นแม่นางเสี่ยวชิงจะไม่ได้เห็นฉากละครดีๆ ดังนั้นข้าจึงถือยาวิเศษรออยู่ด้านนอกนานแล้ว”
“...”
ที่แท้เจ้าเป็นแบบนี้นี่เองฉินเฉิน
“ส่วนยาวิเศษฉินลี่ให้ฉินเสี่ยวเย่ว์มาสับเปลี่ยน”
“ฉินลี่?” สายตาหลัวลี่แฝงด้วยความงุนงง “เรื่องนี้ฝูจู่รู้หรือไม่?”
“ฝูจู่ไม่ใช่คนโง่ ไม่มีทางมองไม่ออก”
เพื่อเพราะการทะเลาะโต้แย้งก็จะวางยาทำร้ายกู้อีอี? มีเพียงคนโง่เท่านั้นจึงจะเชื่อคำพูดพวกนี้
“ฝูจู่รักทะนุถนอมกู้อีอีปานนั้น เช่นนั้นเหตุใดเขาจึงปล่อยตระกูลฉินไป?” หลัวลี่ไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น “ดูผิวเผินคือปล่อยตระกูลฉินไปแล้วแต่หลังจากนั้นใครจะรู้? ลี่เอ๋อร์ ฝูจู่ผู้นี้เดิมทีก็ขึ้นครองอย่างไม่เหมาะสม เขาต้องการให้กู้อีอีสืบทอดตำแหน่ง ฉะนั้นในตอนที่ยังไม่มีหลักฐานก็ไม่อาจแตะต้องตระกูลฉินได้ เพียงแต่ว่า...ฝูจู่เป็นคนโหดเหี้ยมแล้วก็เป็นคนบ้า”
หากเขาไม่ใช่คนโหดเหี้ยมย่อมไม่มีทางช่วงชิงตำแหน่ง
“ดังนั้นขอเพียงให้โอกาสเขาสักเล็กน้อย เขาจะต้องกัดตระกูลฉินแน่นไม่ปล่อย แล้วเขาก็ยังเป็นคนเก็บความแค้น ต่อให้ไม่อาจทำลายตระกูลฉินวันนี้ชีวิตของตระกูลฉินในวันหน้าก็ไม่ดีนัก...”
ในจวนเทียนเสินนี้อย่างไรฝูจู่ก็เป็นผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง
แม้จะบอกว่าไม่รู้ว่าฝูจู่กับปรมาจารย์ไห่หรงใครแข็งแกร่งกว่ากัน แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คืออำนาจและตำแหน่งของเขาสูงกว่าผู้ใด
ฉินลี่ต้องการให้ฝูจู่บ้าคลั่ง เขาจะได้มีโอกาสคว้าผลประโยชน์ ที่น่าเสียดายก็คือแผนการที่เขาคิดพังทลายในที่สุดไม่อาจแย่งชิงตำแหน่งฝูจู่ไปได้
“ข้าเข้าใจแล้วท่านย่า” บนใบหน้าหลัวลี่ปรากฏรอยยิ้ม “ตระกูลฉิน...ไม่มีทางอยู่ได้นานแล้ว”
ใครบ้างไม่รู้ว่าฝูจู่รักและทะนุถนอมกู้อีอีที่สุด และเพื่อโจมตีเขาคนพวกนั้นลงมีดที่ลูกสาวที่เขารักและทะนุถนอมที่สุด
บีบให้คนบ้าคนนี้โกรธตระกูลฉินไม่มีทางมีชีวิตที่ดีอะไร
อย่าเห็นว่าบางครั้งสุนัขนั้นเชื่อง หากเจ้ากล้าทำร้ายลูกของมัน สุนัขเชื่องเพียงใดก็สามารถพุ่งเข้ามากัดเจ้าได้
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงกู้สื่อที่ไม่ใช่สุนัขเชื่องๆ เขาเป็นสุนัขทิเบตันที่ขี้โมโหและดุร้าย
หลัวลี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ดูพ่อของคนอื่นล้วนรู้จักปกป้องลูกแล้วก็มานึกถึงพ่อของตัวเอง...
ในใจนางเย็นวาบขึ้นมาทันที