เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 662
ตอนที่ 662 ซู่อีและหนานเสียน (5)
ด้วยความไม่รู้ของซู่อี แค่คำพูดไม่กี่ประโยคของหนานเสียนตอนนี้จึงทำให้นางตระหนักได้
“เช่นนั้น ข้าเติมกระสักหน่อยดีหรือไม่”
ช่วงนี้แคว้นหลิวอวิ๋นนิยมกระ ไม่เช่นนั้นนางลองแต้มกระลงบนใบหน้าเสียหน่อยเป็นอย่างไร
“อืม”
สีหน้าหนานเสียนยังคงสงบนิ่ง ไม่มีใครมองความคลายใจของเขาออก
…
รอจนซู่อีกลับมาถึงจวนองค์หญิงแล้ว เฟิงหรูชิงตกใจถึงขึ้นที่ว่าหนังสือในร่วงลงพื้น สายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วกระอย่างตื่นตระหนก
“นี่ท่าน...”
“อ้อ” ซู่อีลูบกระบนใบหน้า เอ่ยเสียงนิ่งว่า “ข้าออกไปเที่ยวหนึ่ง ถูกคนแพร่เชื้อใส่แล้ว จากนั้นก็กลายเป็นเช่นนี้”
“...”
เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินว่า กระสามารถแพร่เชื้อได้ด้วย!
ซู่อีทำเหมือนไม่เห็นความตื่นตระหนกของเฟิงหรูชิง มุ่งตรงไปเรือนด้านหลัง
เฟิงหรูชิงหันมองสาวใช้สองที่ตอนนี้ปกติที่สุดในจวน
“ระยะนี้คนพวกนั้นเป็นอะไรไปแล้ว”
ชิงหลิงกะพริบตาปริบๆ เผยแววฉงน “อาจจะนิยมกระมังเจ้าคะ หลิวลี่พวกเราควรเติมกระบ้างดีหรือไม่”
“...”
เฟิงหรูชิงถอนหายใจ พวกเจ้าอย่าทำได้หรือไม่
คนงามของนาง!
“คุณหนู ข้ากลับมาแล้ว!”
ในขณะนี้เอง....เสียงหงอวี้ดังขึ้นมา เฟิงหรูชิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นสตรีชุดแดงเดินยิ้มร่าเข้ามา
นางกำลังคิดจะทักทาย พลันตกใจยกใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นก็พุ่งเข้าหานาง อ้าแขนโอบกอดสองขานางไว้
ส่วนใบหน้าชรานี้ดันเต็มไปด้วยกระแน่นขนัด มีมากกว่าคนที่นางเคยพบเจอมาทั้งหมดเสียอีก!
ขณะนั้นเฟิงหรูชิงขนลุกไปทั่วสรรพางค์กาย เตะขาออกอย่างไม่ลังเล ลูกเตะนี้กระเข้าที่ใบหน้าชรานั้น
“เจ้าเป็นผีอะไร ไสหัวไปซะ”
ไม่รู้หรือว่านางเป็นโรคกลัวรู
ผู้อาวุโสห้ายังไม่ทันเอ่ยวาจา ก็ถูกถีบจนถอยไปไม่กี่ก้าว ใบหน้ามีรอยเท้าประทับไว้ความเนื้อใจแผ่พุ่งออกมา
“คุณหนูใหญ่ ข้าคือผู้อาวุโสห้าจวนเฟิงอวิ๋น”
“ผู้อาวุโสห้าหรือ” เฟิงหรูชิงค่อยได้สติ ยิ้มเจื่อน “ขอโทษด้วย หน้าตาท่านน่ากลัวอยู่บ้าง ข้าทนไม่ไหว”
ผู้อาวุโสห้าสีหน้าแข็งขืนหันกลับไป “ข้าอัปลักษณ์หรือ ตอนข้าอายุเยาว์ แม่นางที่มาตามจีบข้ามาต่อคิวตั้งเขาลูกนี้ไปยังเขาอีกลูกหนึ่ง ข้าอัปลักษณ์นักหรือไง”
เฟิงหรูชิงมองใบหน้าผู้อาวุโสหาที่เต็มไปด้วยกระอย่างเห็นใจ “ท่านอัปลักษณ์หรือไม่น่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
ตอนนี้นางมองก็หัวใจไปหมดแล้ว อาการขนลุกยังไม่หายไปเลย
ผู้อาวุโสห้าสีหน้าเปลี่ยนไป คล้ายถูกทำร้ายอย่างหนัก เขาหันไปมองหงอวี้
“ข้าน่าเกลียดจริงหรือ”
หงอวี้ยืนอยู่ข้างเฟิงหรูชิง ตอบจริงจังว่า “คุณหนูบอกว่าอัปลักษณ์ ท่านย่อมอัปลักษณ์ คุณหนูพูดอะไรไม่มีทางผิด ท่านยอมรับชะตากรรมเถอะ”
ผู้อาวุโสห้ามุมปากกระตุก พลันเกิดความรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาเขาปาดน้ำตา ลุกขึ้นจากพื้นอย่างขมขื่น
“คุณหนูพูดถูก ไม่รู้ว่าคุณหนูจะเห็นแก่ที่ข้าอัปลักษณ์เช่นนี้ อภัยให้ข้าได้หรือไม่”
“อภัยให้เจ้าหรือ” เฟิงหรูชิงประหลาดใจ นางลุกขึ้น “ท่านวางเพลิงจวนเฟิงอวิ๋นแล้ว”
“เปล่า”
“เช่นนั้นท่านขโมยยาวิเศษของเสด็จแม่หรือ”
“ก็เปล่า...”
เฟิงหรูชิงขมวดคิ้วอย่างไม่ข้าใจ “งั้นท่านมาขอให้ข้าให้อภัยเรื่องอะไรกัน”