เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 232
ตอนที่ 232 เป็นต้องพบคน ตายต้องพบศพ (1)
ส่วนตัวฮ่องเต้ถูกปิดบัง นั่นก็หมายความว่า...เรื่องนี้...น่าหลานเป็นคนทำเอง
องครักษ์สงสัย “คุณชาย ข้าน้อยไม่เข้าใจอยู่บ้าง ไฉนน่าหลานฮองเฮาต้องทำเช่นนี้ด้วย”
จิ่วหมิงยกยิ้มเย็นชา “กฎเกณฑ์ในทวีปชางเยว่นี้ไม่อาจผิดได้ คนในโลกสันโดษไม่อาจลงมือกับคนในโลกปุถุชนได้ เพื่อกันไม่ให้เกิดผลกระทบสถานการณ์รวมในทวีป!”
อีกอย่างไม่อาจปล่อยให้คนทั่วไปรู้ว่า ประมุขจวนเฟิงอวิ๋นก็คือน่าหลานฮองเฮาด้วย!
ส่วนคนในโลกสันโดษสุดท้ายก็ทนไม่ได้ ลอบเข้ามาในแคว้นหลิวอวิ๋นในวันที่ฮองเฮาให้กำเนิดธิดา ให้โอกาสนางทำเป็นแสร้งหนีตาย! มีแต่นางปกปิดชื่อแซ่ ถึงจะได้แสดงกำลังของตัวเองได้อย่างอิสระ
มิฉะนั้น ทันที่ทีคนรู้ว่าจวนเฟิงอวิ๋นและน่าหลานฮองเฮามีความเกี่ยวข้องกัน คนของโลกสันโดษไม่ต้องหลบซ่อนอีก ยิ่งมีอำนาจในการลงมือต่อญาติของน่าหลานฮองเฮาได้
เพราะว่าจวนเฟิงอวิ๋นอยู่เหนือโลกปุถุชนไปแล้ว!
ตอนนางยังไม่อยู่เหนือฝั่งนั้น จึงไม่กล้าเผยร่องรอยใดๆ ออกไป
อีกอย่างปีที่จวนเฟิงอวิ๋นก่อตั้งขึ้น ก็ตรงกับปีที่น่าหลานฮองเฮาหายตัวไปจริงๆ!
“แต่ข้าได้ยินว่า สิบปีก่อน ประมุขจวนเฟิงอวิ๋นหายตัวไป”
องครักษ์ตะลึง เขาคิดถึงข่าวที่สืบมาได้ รายงานต่อว่า “คุณชาย ข้าน้อยได้ยินว่า ไม่กี่วันก่อนมีแม่นางคนหนึ่งนำป้ายหยกไปยังจวนเฟิงอวิ๋น นางบอกว่าตนเป็น ศิษย์ของหรงเยียนประมุขจวนเฟิงอวิ๋น!”
“คนของจวนเฟิงอวิ๋น...เชื่อหรือไม่” แววตาของจิ่วหมิงลุ่มลึก
อาศัยป้ายหยกแผ่นเดียวไปยังจวนเฟิงอวิ๋น นั่นก็พิสูจน์ได้ว่า หรงเยียนมิได้ร่วมทางไปด้วยกัน
แค่ป้ายหยกอันเดียว คนพวกนั้นก็เชื่อแล้วเหรอ
“เรียนคุณชาย คนของจวนอวิ๋นเฟิงไปสืบแม่นางผู้นั้นแล้ว บนตัวนางมีกลิ่นอายของหรงเยียนไปจริงๆ ยังไม่สลายไป อีกอย่างนางรู้จักวิชาที่หรงเยียนฝึกด้วย”
ในทวีปนี้มีสมบัติบางอย่างที่สามารถจับกลิ่นอายของคนผู้หนึ่งได้ ทั้งยังสามารถตามคนจากกลิ่นอายได้ นอกเสียจากว่าคนผู้นี้เก่งกาจอย่างที่สุด หรือว่ามีสมบิตวิเศษอื่นช่วยปิดบังกลิ่นอาย มิฉะนั้นจะถูกจับได้โดยง่าย
ถึงหรงเยียนจะเสียสติไปแล้ว แต่พลังยังคงอยู่ คนของจวนเฟิงอวิ๋นไม่อาจตามหานางได้จากกลิ่นอาย ทว่าสามารถแยกแยะจากคนที่เคยพบปะกับนางมาก่อนได้
และก็เป็นเพราะว่าหรงเยียนอยู่ที่เขาด้านหลังตระกูลถังมาตลอด ไม่ได้ออกมาเป็นเวลาสิบปี เกรงว่าจวนเฟิงอวิ๋นทุ่มเทกำลังอย่างสุดชีวิต ก็ไม่อาจตามร่องรอยของนางได้
“หรงเยียนเล่า” นิ้วของจิ่วหมิงกุมแก้วชาเบาๆ แววตาลุ่มลึกยังแฝงได้ด้วยความตื่นเต้น
หากน่าหลานฮองเฮายังมีชีวิตอยู่ล่ะก็...
“แม่นางผู้นั้นบอกว่า หลายวันก่อนหรงเยียน...ตายแล้ว”
เพล้ง!
มือของจิ่วหมิงออกแรง ถ้วยชาถูกเขาบีบแตกเป็นผุยผง
เศษแก้วทิ่มมือเขา น้ำชาร้อนๆ ลวกฝ่ามือเขาจนแดงก่ำ ทว่าเขากลับไม่รู้สึกอะไร บรรยากาศในเรือสำราญเปลี่ยนไปหนักอึ้งขึ้นมา
“เรื่องนี้ ห้ามเผยออกไปเด็ดขาด”
หรงเยียนตายแล้วหรือ
หากหรงเยียนตายแล้ว เขาก็ไม่อาจรู้ได้ว่า นางคือน่าหลานฮองเฮาจริงหรือเปล่า!
อย่างไรซะทุกอย่างเขาคาดเดาไปเอง ไม่อาจมั่นใจได้ทั้งหมด
อีกอย่าง...ไม่ว่าหรงเยียนจะเป็นหรือตาย ก็ไม่อาจให้เฟิงหรูชิงรับรู้
“ส่งคนทั้งหมดของหอแห่งแรกออกไป หาที่อยู่ของหรงเยียน! เป็นต้องพบคน ตายต้องพบศพ ไม่ต้องเสียดายค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้น!”
“ขอรับ คุณชาย”
องครักษ์หมุนตัวจากไป
แววตาจิ่วหมิงทอประกายร้ายกาจวาบหนึ่ง เอ่ยเสียงเย็นชา “ดูท่าพวกคนในโลกสันโดษคงคิดว่าฮองเฮาตายแล้ว ไม่สืบหาร่องรอยของนาง ดังนั้นพวกเจ้ารีบไปลบข่าวทั้งหมดของนางซะ ห้ามให้คนฝั่งนั้นหานางพบเด็ดขาด”