ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย: Chapter0064 ตอนที่ 64
ตอนที่ 64 เพราะเธอมันรกหูรกตาไง
เฉินเชียนโหรวประคองใบหน้า ตาคู่นั่นเปลี่ยนเป็นสีแดงน้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นขึ้นมาจากกรอบตา
สุดท้ายแสงจากหยดน้ำก็สะท้อนกลับมาสองหยด น้ำตาร่วงหล่นจากกรอบตาออกมาได้อย่างพอดิบพอดี!
เล่นละครเก่งเสียจริงนะ!
“เธอไม่รู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงตบเธอ”
เธอก้มหน้าอันแสนเย็นชาลงแล้วพูดต่อ
“ได้ เชิญเธอแกล้งโง่ต่อไป! ฉันจะตอบเธอเอง ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะเธอมันรกหูรกตาไง!”
เฉินฝานซิงพูดจบก็ง้างมือเตรียมจะฟาดลงไปอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับโดนใครบางคนคว้ามือเอาไว้!
“ฝานซิง!”
ซูเหิงที่ไม่รู้ว่าเดินลงมาจากรถตั้งแต่ตอนไหน ได้เดินมาหยุดตรงหน้าแล้วคว้ามือของเฉินฝานซิงเอาไว้มองเธอด้วยสายตาพิโรธก่อนจะส่งเสียงเข้มออกมาจากลำคอ
“เมื่อกี้เชียนโหรวไม่ได้ตั้งใจ!”
เฉินฝานซิงมองเขาอย่างเยือกเย็นไร้ความรู้สึกใดๆ
“เธอไม่ได้ตั้งใจ?” สีหน้าเธอไร้อารมณ์ แววตาเย็นเยียบจนเสียดแทงไปถึงกระดูก
“อ๋อ สำหรับนายต่อให้วันนี้เธอเกิดชนคนตายขึ้นมาก็ถือว่าไม่ตั้งใจสินะ”
ซูเหิงขยับปากแต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ
ความเย็นชาของเธอราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยบีบเบาๆ ที่หัวใจของเขากดให้บรรยากาศดูอึดอัด
รถโรลส์-รอยซ์ โฮลดิงส์คันสีดำได้จอดลงข้างๆ กัน หลินเฟยเฟยลงมาจากรถ เหมือนจะเห็นว่าทางนี้เกิดเรื่องขึ้นแล้วจึงได้วิ่งมาหยุดที่เฉินเชียนโหรวเพื่อปกป้องเธอ!
“เฉินฝานซิงเธอจะจบไม่จบ ทำไมไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่เธอนะ ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ ทำไมเธอถึงได้น่ารำคาญแบบนี้...นี่ก็ยังไม่ได้ชนไม่ใช่เหรอ จะว่าไปต่อให้ชนไปแล้วยังไงล่ะ สองคนนั้นยังไงก็ไม่มีค่าเท่ากับกระจกมองหลังอันนึงของรถคันนี้หรอก!”
เฉินฝานซิงกลอกตามองไปยังเฉินเชียนโหรวที่ก้มหน้าร้องห่มร้องไห้อย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม สายตาที่มอบให้เธอกลับเต็มไปด้วยเงาแห่งความเกลียดชัง ไหนจะคำพูดที่ออกมาจากปากของหลินเฟยเฟยจนต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์!
“พี่คะ เมื่อกี้ฉันไม่ทันระวังเอง ทำให้ผู้ใหญ่สองท่านนี้ต้องตกใจ ฉันจะชดใช้ให้ก็ได้ สักสองแสนพอไหมคะเดี๋ยวฉันจะรีบให้...”
คิ้วงามขมวดเข้าหากัน น้ำแข็งได้ก่อตัวขึ้นจากส่วนลึกในดวงตา!
สายตากวาดมองไปยังรถที่จอดอยู่ด้านหลังเฉินเชียนโหรว
เฟอร์รารี่ GTC แปดล้านห้า!
ค่าชดใช้สองแสน ไม่เห็นจะสมกับที่หลินเฟยเฟย พูดว่ากระจกมองหลังแพงๆ อันนึง!
หลินเฟยเฟยพูดจาไม่เข้าหูอีกแล้ว ไร้สมองสิ้นดี
เธอแสดงสีหน้าที่ทั้งแสนดีและบอบบาง ระหว่างนั้นก็ทิ่มแทงคนให้เจ็บปวดรวดร้าว ถากถางคนด้วยสีหน้าเรียบเฉยและความคิดลึกซึ้ง
คิดๆ ดูแล้วไม่ใช่ว่าเธอถูกหลอกมาตลอดหรอกเหรอ
“สองแสน?!”
หลินเฟยเฟยหัวเราะเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“นับว่าเข้าทางพวกเขาแล้วนะ เป็นครั้งแรกที่จะได้รู้สึกว่าเงินที่หาได้จากการหลอกลวงนั้นได้มาช่างง่ายดาย!”
“...เฟยเฟย อย่าพูดแบบนั้น”
ใบหน้าของเชียนโหรวยังคงเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ท่าทางน่าสงสารจับใจ
ริมฝีปากบางยกขึ้นอย่างถากถางพร้อมกับรอยยิ้มอันเยือกเย็น
มองคนเหล่านี้ที่เริ่มจะชาหนังศีรษะ[footnoteRef:1] [1: ชาหนังศีรษะ หมายถึง กลัวหรือเคร่งเครียดจนทำตัวไม่ถูก]
ขณะที่เดาไม่ออกว่าเฉินฝานซิงคิดจะทำอะไรเพียงแต่เห็นเธอหันไปยังรถพาสสาท ซีซี ของตน เปิดกระจกรถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออก
—
ณ ห้องประชุมสมาคมสกุลป๋อชั้นสิบแปด การประชุมในภาคบ่ายกำลังดำเนินต่อไป
ทุกๆ ฝ่ายกำลังทำการรายงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้บรรยากาศเคร่งเครียดดุดันราวกับอยู่ในขุมนรกเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
แม้ว่าอวี๋ซงจะอยู่ในสภาพที่ตาแดงบวมฉึ่งน้ำตาหยดติ๋งๆ ต่างกับเขาในลุคปกติที่มักจะเคร่งขรึมแข็งทื่อราวฟ้ากับเหว
แต่เมื่อมองไปยังชายหนุ่มรูปงามเจ้าของสีหน้าเรียบเฉยไม่แยแสคนนั้นเป็นอันดับแรก ใครก็ยิ้มไม่ออก
หัวหน้าฝ่ายยังคงยืนรายงานอยู่หน้าโปรเจคเตอร์ เหลือบมองสีหน้าของชายหนุ่มเป็นครั้งคราว คิ้วโก่งดังภูเขา นัยน์ตาสีนิลเงียบสงบ ยากแก่การคาดเดา
การประชุมไม่ได้เคร่งเครียดตลอดเวลา แต่อวี๋ซงที่ยืนอยู่อีกด้าน กลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง
ครืด ครืด เสียงนั้นได้ยินชัดเจนเมื่ออยู่ในห้องประชุมอันเงียบสงบ...