ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย: Chapter0068 ตอนที่ 68
ตอนที่ 68 หักแขนเธอมาให้ฉัน
สิ้นประโยคนั้น หญิงชราที่นั่งอยู่บนรถก็ดีใจยกใหญ่!
“โอ้โห แม่หนูฝานซิงของย่า สุดยอดจริงๆ เลย ! ไหลหรงได้ยินไหม หนูฝานซิงกำลังบอกว่าฉันเป็นสิ่งสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้แหนะ!”
“ได้ยินแล้วค่ะ นายหญิง”
ไหลหรงยิ้มรับอย่างเอาใจ ในใจพลางคิดไปว่าจิตใจของหญิงชรานั้นเข้มแข็งนัก หากเมื่อกี้รถคันนั้นไม่จอดละก็ พวกเธอสองคนก็คงถึงคาดไปแล้ว!
ขาสองข้างของเธอยังอ่อนยวบอยู่เลย!
หลังเฉินฝานซิงพูดกับหลินเฟยเฟยจบ ก็ได้เคลื่อนสายตาไปหยุดที่เฉินเชียนโหรว
สายตาเพิ่มความขุ่นแค้นขึ้นทันใด
“เฉินเชียนโหรว อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ในฐานะบุคคลสาธารณะ เธอเอาชีวิตคนอื่นมาเล่นสนุกแบบนี้ หากเรื่องมันแดงขึ้นมาเธอคิดว่าสังคมจะให้อภัยเธอ? หรือจะบอกว่ามีหลานอวิ้นคอยถือหาง แล้วเธอจะทำอะไรก็ได้! ”
น้ำเสียงของเฉินฝานซิงหนักแน่นกว่าทุกครั้ง เฉินเชียนโหรวแข็งทื่อไปทั้งตัว ยกมือขึ้นดึงหมวกบนศีรษะให้ต่ำลงอีกหน่อย
ร่างกายก็พลอยสั่นหนักกว่าเก่า
เรื่องนี้จะจริงจะเท็จก็ไม่อาจบอกได้
“ไปให้พ้น! ไปให้ห่างจากเรานะ! นังผู้หญิงต่ำช้า!”
หลินเฟยเฟยเดือดถึงขีดสุด จู่ๆ เธอก็ยกมือขึ้นผลักเฉินฝานซิง
เฉินฝานซิงถอยไปสองก้าวอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จนเอวไปชนเข้ากับรถโรลส์-รอยซ์ของซูเหิงคันนั้น
ความระบมแล่นเข้ามาจนใบหน้างดงามเรียบเฉยนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
ดูเหมือนจะยังไม่สาแกใจ หลินเฟยเฟยจึงก้าวเข้าไปผลักเข้าที่ไหล่ของเฉินฝานซิงอีกครั้ง
“ถอยไป! แกทำรถพี่ชายฉันสกปรก!”
“เฟยเฟย!”
ในที่สุดซูเหิงก็ทนดูต่อไปไม่ไหว เอ่ยปากปรามหลินเฟยเฟย
เวลานี้ความเลือดเย็นได้ผุดขึ้นในดวงตาอันลึกล้ำของป๋อจิ่งชวน
“อวี๋ซง” แม้แต่น้ำเสียงก็แทบจะทำให้อากาศกลายเป็นน้ำแข็ง
อวี๋ซงตอบรับอย่างตึงเครียด “ครับ คุณผู้ชาย”
“หักแขนผู้หญิงคนนั้นให้ฉัน! แล้วก็...พังรถคันนั้นให้ฉันด้วย!”
เฉินฝานซิงไม่ได้มีไว้ให้ใครรังแก
ฝานซิงสองคำนี้ พูดออกจากปากคนอื่นก็ฟังดูขัดหูสิ้นดี!
“ครับคุณผู้ชาย!”
อวี๋ซงรับคำอย่างไร้ข้อแม้ เขาหยัดกายขึ้น ใบหน้าเย็นชาหันมองมาทางนี้
อวี๋ซงเดินไปหยุดตรงหน้าเฉินฝานซิง เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ
“คุณหนูเฉิน ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
เฉินฝานซิงแหงนหน้ามองเขาแล้วค่อยๆ ทรงตัวขึ้น คิ้วสวยผูกเข้าหากันเล็กน้อย
“คุณหนูเฉินเชิญไปพักตรงอื่นก่อนเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการต่อเอง!”
เธอเม้มปาก พยักหน้าเบาๆ
เธอไม่รู้ว่าป๋อจิ่งชวนพูดอะไรกับเขา คิดแต่เพียงว่าพวกเขาไม่ควรนิ่งเฉยต่อนายหญิงสกุลป๋อที่เกือบเกิดอุบัติเหตุแบบนี้
เห็นว่าเฉินฝานซิงได้เดินจากไปอย่างเงียบๆ เหลือไว้แค่เพียงอวี๋ซง ซูเหิงจึงได้รวบเฉินเชียนโหรวเข้ามาในอ้อมกอดด้วยสัญชาตญาณ
อวี๋ซงเค้นหัวเราะในใจ เคลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่หลินเฟยเฟยที่อยู่อีกด้าน
นัยน์ตาของเธอวูบไหว มองเขาด้วยสีหน้าหวาดระแวง จับซูเหิงที่อยู่ข้างๆ เอาไว้ ทำเป็นใจดีสู้เสือยกมือชี้หน้าอวี๋ซง น้ำเสียงแหลมสูงด้วยความตื่นกลัว!
“แกจะทำอะไร ฉันเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าแก...อ๊ายยย”
หลินเฟยเฟยไม่ทันได้พูดจบ หญิงสาวก็ได้ระเบิดเสียงกรีดร้องอันแสบแก้วหูออกมาท่ามกลางฝูงชน
เฉินฝานซิงชะงักเท้าลงหันแล้วมามอง ภาพที่เห็นคืออวี๋ซงที่กำลังหักไหล่ของหลินเฟยเฟยด้วยมือข้างเดียว ในขณะที่หลินเฟยเฟยกำลังโอดครวญเสียงแหลมอยู่นั้น เสียง กร๊อบแกร๊บ ดังขึ้นเบาๆ แม้จะไม่ได้ดังมากแต่กลับแว่วเข้าโสตประสาทของทุกคนได้อย่างชัดเจน