อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0052 ตอนที่ 52
ตอนที่ 52 เขาเห็นแสงสว่าง แล้วก็เห็นเธอด้วย (2)
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวินาทีซย่าหว่านอานปิดประตูลง หลังจากหนึ่งวินาทีก็ได้ยินเสียงใส่รหัสจากด้านหลังประตู
ซย่าหว่านอานหันกลับไปด้วยสัญชาตญาณ เห็นประตูถูกเปิดออก หันจิงเหนียนที่ใส่สูทสวมรองเท้าหนังเดินเขามา
หันจิงเหนียนก็คิดไม่ถึงว่าจะเจอเธอทันทีที่เข้าประตูมา จึงชะงักงันอยู่หน้าประตูไปช่วงหนึ่ง
ทั้งสองคนต่างก็ไม่มีใครคุยกับใคร ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน ยืนเงียบอยู่อย่างนั้นตรงบริเวณโถงทางเดิน
ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการกระทำเช่นนี้ ซย่าหว่านอานมักจะเป็นฝ่ายทักทายหันจิงเหนียนก่อนเสมอ ถึงแม้บ่อยครั้งเวลาที่เธอพูดกับเขา ถ้าไม่สนใจเธอ เขาก็จะตอบแบบขอไปทีอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่ซย่าหว่านอานในวันนี้ มีอารมณ์ความรู้สึกด้านลบหนักอยู่สักหน่อย คิดว่าอย่างไรก็ตามหากพูดกับเขา เขาก็อาจไม่สนในตนเอง จึงละสายตากลับมาอย่างเด็ดขาด หมดแล้วซึ่งความพยายามและเธอยอมตกอยู่ในสภาวะเช่นเดิม เลื่อนเปิดประตูตู้แล้วหยิบรองเท้าแตะออกมา
เธอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จก็ลุกขึ้นยืน มุ่งตรงเข้าไปยังห้องนอน ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน
“รอเดี๋ยว”
ซย่าหว่านอานรู้สึกเหนือความคาดหมาย หันจิงเหนียนที่ยืนอยู่ข้างหลังเริ่มเอ่ยพูดขึ้นก่อน
เธอตกตะลึงงงงันอยู่อย่างนั้น หลังจากที่ซย่าหว่านอานหยุดเดิน แต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมองเขา
หันจิงเหนียนกลับต้องเป็นคนเดินไปสองสามก้าว เพื่อมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ “ให้คุณ”
ซย่าหว่านอานเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วมองดูนิดหน่อย เป็นโทรศัพท์มือถือที่เธอทำตกไว้ที่ห้องพักผ่อนในห้องผู้จัดการใหญ่
เธอพูดเพียง “อ้อ” หนึ่งคำ แล้วก็รับโทรศัพท์มือถือมา เห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรอีก ก็ก้าวเท้าเดินกลับห้องไป
เมื่อคืนเธอไม่ได้อาบน้ำ สิ่งแรกที่ทำหลังจากถึงห้องแล้วคือชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็ไปอาบน้ำ จนกระทั่งหลังจากที่เธอออกมา เธอไม่คาดคิดมาก่อนที่จะพบว่าหันเหนียนก็อาบน้ำอยู่ที่ห้องข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดอยู่บ้าน
นี่เพิ่งจะถึงตอนกลางวัน...เขาวางแผนที่จะพักอยู่ที่บ้านไม่มีทีท่าว่าออกไปไหน?
ซย่าหว่านอานรู้สึกอึดอัดอยู่ลึกๆในจิตใจ แต่ยังคงทำใจแข็งเหมือนว่าเขาไม่มีตัวตน เธอเดินไปที่ข้างเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
เพราะไม่รู้ว่าช่วงกลางดึกของเมื่อคืนโทรศัพท์มือถือดับไปตั้งแต่กี่โมง ดังนั้นข้อความวีแชทที่ยังไม่ได้อ่านจึงค่อนข้างเยอะอยู่สักหน่อย
เธออ่านข้อความและจัดการข้อความ จากนั้นก็เห็นข้อความที่ซ่งโย่วมั่นส่งมาให้เมื่อตอนเช้า
ซ่งโย่วมั่น : [อานอาน วันนี้เป็นวันหยุด ตอนบ่ายไปชอปปิ้งที่ห้างเอสเคพี[footnoteRef:1] กันมั้ย พนักงายขายหลายคนส่งข้อความมาให้ฉัน บอกว่าสัปดาห์นี้มีสินค้ามาใหม่เพียบเลย] [1: ห้างเอสเคพี มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Shin Kong Place เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในปักกิ่ง ด้านในส่วนมากจะขายสินค้าแบรนด์เนม มีร้านอาหาร และซุปเปอร์มาร์เกต ]
สองปีที่เธอแต่งงานกับหันจิงเหนียน นับครั้งไม่ถ้วนที่ต้องเฝ้ารอคอยเขากลับมาบ้าน วันนี้เป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ที่เขาอยู่บ้านในตอนกลางวัน แต่ทว่าเธอกลับไม่อยากอยู่ด้วยกันกับเขา
เพราะเวลาที่เธอเห็นเขา ก็จะคิดถึงตอนที่เธอได้ยินประโยคนั้นในห้องทำงาน...
ซย่าหว่านอานลังเลอยู่สองวินาที ก็ตอบซ่งโย่วมั่นไป
ซย่าหว่านอาน : [ตกลง เดี่ยวเราเจอกันที่ห้างเอสเคพี]
ซ่งโย่วมั่นส่งข้อความกลับมา
ซ่งโย่วมั่น : [โอเค]
หลังจากนั้นซย่าหว่านอานก็ไปเปลี่ยนเสื้อสำหรับออกไปข้างนอกที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ
ตอนที่ซย่าหว่านอานหิ้วกระเป๋าเตรียมจะออกจากประตู หันจิงเหนียนก็ถามขึ้นว่า “คุณจะออกไป?”
ซย่าหว่านอานหยุดการเปลี่ยนรองเท้าไปชั่วครู่ แล้วเอ่ยว่า “อืม” เพียงคำเดียว
เหมือนว่าวันนี้เขาจะพูดเยอะกว่าปกติมาก...ขณะที่คิดนั้น ซย่าหว่านอานก็พูดเสริมไปว่า “นัดกับเพื่อนไว้”
หันจิงเหนียนตอบกลับว่า “อ้อ” เพียงหนึ่งคำแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ซย่าหว่านอานเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ก็เปิดประตูเดินออกไป
เดินเที่ยวเล่นไปจนถึงเวลาหกโมงกว่าๆ ซย่าหว่านอานกับซ่งโย่วมานก็ปรึกษากันว่าจะไปทานข้าวเย็นที่ไหนกันดี
ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อย ก็ไม่ลืมที่จะโทรหาหันจือจิ่นให้เขามาจ่ายเงินให้
...
หันจือจิ่นที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าตนเองถูกใช้ประโยชน์ให้เป็นคนจ่ายเงิน ตอนที่รับสายของซย่าหว่านอานก็ยังคงที่ใจมากสุดๆ “อาสะใภ้เล็ก มีธุระอะไรเหรอ”
“กินข้าว? ตอนนี้เหรอ? ตกลง...”
หันจือจิ่นกำลังคิดที่จะว่างสายโทรศัพท์ ทันใดนั้นก็คิดถึงหันจิงเหนียนที่เพิ่งมาถึง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “เอ่อ...อาสะใภ้เล็ก คุณอาเล็กเพิ่งมาถึง คุณย่าทวดกับแม่ของฉันไม่อยู่ ให้ฉันเรียกคุณอาเล็กไปกินข้าวด้วยกันมั้ย? อ้อ ไม่ต้องเหรอ งั้นก็ได้ พวกเธอรอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวฉันก็ไปถึงแล้ว”
หันจือจิ่นวางสายโทรศัพท์ รีบวิ่งตะบึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องเปลี่ยนเสื้อ ไม่ใด้สนใจหันจิงเหนียนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนเลยสักนิด