อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0020 ตอนที่ 20
ตอนที่ 19 ตีชนะเข้าคุก ตีแพ้เข้าโรงพยาบาล (2)
หันจือจิ่นแสดงพลังแยกเขี้ยวยิงฟันตอนที่เผชิญหน้ากับสองคนนั้นที่ทะเลาะวิวาทกันก่อนหน้านี้ ก็สงบลงทันใด ซย่าหว่านอานเองก็ตกใจเสียจนดวงตาเบิ้งกว้าง ปากอ้าเล็กน้อย ซ่งโย่วมั่นที่ยืนอยู่ข้างเธอจับแขนของเธอไว แอบกรี๊ดเบาๆ รู้สึกว่าซย่าหว่านอานแย่แน่แล้ว “ยิ่งเกลียดยิ่งเจอจริงๆ เลย”
“เธอใช่คำเป็นหรือไม่เป็น เธอนี่มันเป็นคู่รักคู่แค้น หมายถึงเธอกับคุณอาเล็กของฉัน? เธอเป็นอา-สะใภ้เล็กของฉัน มาพูดแบบนี้ต่อหน้ากันเหมาะสมเหรอ” หันจือจิ่นมองที่ผู้ช่วยของหันจิงเหนียน ใบหน้าที่ยิ้มและกัดฟันแน่นขณะที่พูดออกมา “เฮ้ย กับอาเล็กของคุณ? คุณคิดว่าคุณอาเล็กของคุณเป็นหมั่นโถวหอมๆ ที่ใครเห็นก็หวงแหน!” ซ่งโย่วมั่นกับหันจือจิ่นยิ้มอย่างชื่นชม กัดฟันแล้วก็พูดออกมาทีละคำทีละคำเหมือนกัน
ไม่นานนักทั้งสามคนก็เดินมาถึงข้างทาง
ถึงแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีเพียงผู้ช่วยของหันจิงเหนียน แต่หันจือจิ่นเอ่ยปากถามขึ้น ด้วยวาจาที่เป็นเด็กดีราวกับเป็นเด็กนักเรียนดีเด่นที่มีความประพฤติดี “ผู้ช่วยพิเศษจังครับ ทำไมเป็นคุณล่ะครับ ไม่ใช่คุณแม่จังมารับเหรอครับ”
“คุณแม่จังมีธุระกะทันหัน คุณย่าเรียกตัวไป แล้วพอดีว่าผมอยู่บ้านเก่า เลยมาแทนคุณแม่จัง”
ผู้ช่วยพิเศษจังกับหันจิงเหนียนสนิทสนมกันจนเหมือนเงาตามตัว ผู้ช่วยพิเศษจังอยู่ที่บ้านเก่า ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าหันจิงเหนียนก็อยู่ด้วย?
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น หัวใจที่โหดเหี้ยมของหันจือจิ่นก็สั่นเทา “ถ้างั้นคุณอาเล็กก็รู้เรื่องที่พวกเราทะเลาะวิวาทแล้วใช่หรือเปล่า”
ผู้ช่วยพิเศษจังพยักหน้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ตายแน่ๆ...” หันจือจิ่นแสดงสีหน้าเหมือนว่ากำลังจะตาย
ในขณะเดียวกันนั้น ก็ยังมีซ่งโย่วมั่นที่เอ่ยพูดขึ้น แต่เสียงของเธอเบามาก มีเพียงเธอกับซย่าหว่าน-อานสองคนที่ได้ยิน “จบกันๆ คนที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่างฉัน ฉันควรปฏิเสธหันจิงเหนียนหนุ่มหน้ามนคนโหดใช่มั้ย แล้วกลับไปเข้าไปอยู่ในคุกต่อไป?”
ซย่าหว่านอานไม่ได้ตอบรับเรื่องที่ซ่งโย่วมั่นพูด แต่ในใจเธอกลับรู้สึกหวาดกลัวเป็นพิเศษ
ถึงแม้หันจิงเหนียนจะอายุมากกว่าหันจือจิ่นเพียงสามปี แต่มีคำกล่าวว่าคนเกิดก่อนกดขี่คนเกิดหลัง บวกกับหันจิงเหนียนเกิดมาเป็นคนมีนิสัยทรงอำนาจต่อคนรอบข้าง หันจือจิ่นในสมัยเด็กๆ จึงไม่รู้สึกว่าคุณ-อาเล็กมีอายุมากกว่าตนเองสามปี แต่รู้สึกว่ามากกว่าตนเองสามสิบปี ดังนั้นหลังจากที่เขาโอดครวญจบ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบถามว่า “ผู้ช่วยพิเศษจัง คุณอาเล็กของผมได้พูดอะไรหรือเปล่า”
“มี” ผู้ช่วยพิเศษจังยิ้มจนตาหยีขณะที่ตอบคำถาม “ผู้จัดการใหญ่หันให้ผมถามคุณว่าทะเลาะวิวาทแล้วชนะมั้ย”
“ตีชนะ”
“ตีชนะ ถ้างั้นคุณชายจือจิ่น เชิญคุณกลับบ้านไปหันหน้าเข้าหากำแพงสำนึกความผิดเป็นเวลาหกชั่วโมง”
“หกชั่วโมง?” หันจือจิ่นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“ใช่แล้ว คุณชายจือจิ่น คุณควรจะปิติยินดีที่คุณตีชนะแล้ว ถ้าหากคุณแพ้ ผู้จัดการใหญ่หันบอกให้หันหน้าเข้าหากำแพงสามสิบหกชั่วโมง ในเมื่อคุณเป็นผู้ชาย ก็ต้องรับโทษแทนคุณนายกับคุณซ่งรวมกัน ดังนั้นจึงเป็นสามสิบหกชั่วโมง” นิ่งไปครู่หนึ่ง ผู้ช่วยพิเศษจังก็พูดต่ออีกว่า “ผู้จัดการใหญ่หันยังบอกอีกว่าหากว่าคุณไม่ยอม เขาก็จะบอกคุณย่ากับคุณนายใหญ่...”
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ผมกลับไปถึงบ้านหันหน้าเข้ากำแพงสำนึกความผิด ยังไม่พอใจอีกเหรอ” ขณะที่พูดหันจือจิ่นก็ยื่นมือไปโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งที่กำลังวิ่งมา
ก่อนหลังหนึ่งวินาทีที่รถจอด ซ่งโย่วมั่นก็พุ่งตัวออกไป ชิงตัดหน้าเปิดประตูรถ แล้วพุ่งตัวเข้าไปในรถ “ส่งฉันๆ...”
ซย่าหว่านอานเห็นหันจือจิ่นกับซ่งโย่วมั่นต่างก็ขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว แล้วก็โบกมือให้กันผู้ช่วยพิเศษจัง พร้อมพูดว่า “ลาก่อน” ซย่าหว่านอานก็ยากขึ้นรถเหมือนกัน เพียงแต่เพิ่งก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว ผู้ช่วยพิเศษจังก็ส่งเสียงผ่านข้างๆ หูเธอไป “คุณชายหันจือจิ่น คุณซ่ง ลาก่อน คุณนาย กรุณารอสักครู่....”
ได้ยินประโยคนี้ หันจือจิ่นกับซ่งโย่วมั่นก็ปิดประตูรถโดยไม่ลังเลเลยสักนิด กำชับกับคนขับแท็กซี่ว่าให้รีบไป ซย่าหว่านอานมองดูรถที่วิ่งหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา ซย่าหว่านอานทำได้เพียงหยุดเดิน แล้วหันหน้าไปหาผู้ช่วยพิเศษจัง “งั้น...ผู้ช่วยพิเศษจัง คุณยังมีธุระอื่นอีกหรือเปล่า”
ผู้ช่วยพิเศษจังผายมือ เปิดประตูรถ “เชิญขึ้นรถครับคุณนาย”
ความหมายของผู้ช่วยพิเศษจังคือ...ส่งเธอกลับบ้านหรือ?
ซย่าหว่านอานนึกได้ว่าเมื่อตอนแรกผู้ช่วยพิเศษจังบอกว่ามาแทนคุณแม่จัง คิดว่าเขามาคนเดียว ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก จึงกล่าวว่า “ขอบคุณค่ะ” แล้วโน้มตัวเข้าไปในรถ
รอกระทั่งเธอนั่งเรียบร้อย ผู้ช่วยพิเศษจังจึงปิดประตูรถลง หลังจากนั้นเธอจึงพบว่าภายในรถมีแสงไฟ เธอตะลึงงงงัน เหลียวไปมองที่ข้างๆ เห็นหันจิงเหนียนตัวจริงเสียงจริงนั่งอยู่เบาะหลัง ประคองคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกำลังดูข้อมูลอยู่
~