ยอดหญิงอันดับหนึ่ง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 030 ตอนที่ 30

#30Chapter 030

ตอนที่ 30 สะระแหน่แก้พิษ

ซย่าโหวซื่อถิงถาม “อย่างไร”

“รบกวนช่วยหม่อมฉัน ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพคะ”

ในเวลาเช่นนี้อวิ๋นหว่านชิ่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะเหตุใดตนถึงได้วางใจที่จะอยู่ในห้องกับเขา อาจเพราะ ถือว่าเขาเป็น...คนรู้จักในชาติก่อน? และนางไร้เรี่ยวแรง ต้องการคนช่วย

อีกอย่าง เขาก็เห็นสภาพของนางแล้ว แต่นางจะให้ผู้อื่นเห็นอีกไม่ได้!

ซย่าโหวซื่อถิงย่นหน้าผากตกใจ “นี่นิดหนึ่งหรือ”

ไม่นิดหรือ อวิ๋นหว่านชิ่นจ้องมองเขา

ซย่าโหวซื่อถิงถูกหญิงสาวจ้องจนรู้สึกเขิน “ก็ข้าไม่เคยใส่เสื้อผ้าให้ผู้หญิงนี่ ทำไม่เป็น”

ก็แค่ยกขึ้นคลุมนิดเดียวเอง? ไม่ได้บอกให้ผูกเป็นรูปดอกไม้นี่! อวิ๋นหว่านชิ่นไหล่สั่น อยากจะต่อยหน้าหล่อๆ ของเขาขึ้นมา

พอซย่าโหวซื่อถิงเห็นสีหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของนาง จึงต้องพูดหงอยๆ อย่างไม่ค่อยจะเต็มใจ

“ลองดูก็ได้”

พอนิ้วของเขาสัมผัสถูกเนินอกขาวๆ ของอวิ๋นหว่านชิ่น ก็ยืนอึ้งไปครึ่งค่อนวัน เป็นอันหาปกเสื้อไม่เจอกันเลยทีเดียว

เอ๋? อวิ๋นหว่านชิ่นเงยหน้ามอง เห็นเขาหันหน้าไปอีกทาง มิได้มองตน

พอสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย อวิ๋นหว่านชิ่นค่อยโล่งอก และเห็นว่าเขาก็มีสีหน้าผ่อนคลายลงเช่นเดียวกัน

“แล้วก็ รบกวนองค์ชายออกไปนอกเรือน ช่วยข้าดูหน่อยว่ามีไม้เลื้อยคลุมดิน ที่มีใบสีเขียวทรงรี รอบใบหยักแหลมหรือไม่ กลิ่นของมันจะแรงหน่อย ถ้ามี รบกวนเด็ดมาให้สักสองสามใบ” อวิ๋นหว่านชิ่นไหว้วาน

ท่าทางหญิงสาวผู้นี้จะเสพติดการสั่งแล้วจริงๆ! แม้ช่วยตนไว้ครั้งหนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกใช้ฉินอ๋องอย่างตนดั่งบ่าวรับใช้ได้? ใส่เสื้อผ้า เด็ดใบไม้ ใช่เรื่องที่องค์ชายเขาทำกันหรือ ซย่าโหวซื่อถิงทำตาดุ สะบัดแขนเสื้อ...ยังคงออกไปจัดการให้

สักพัก เขาก็หอบใบไม้กองหนึ่งกลับมา วางลงบนตั่ง

ฉลาดมาก! พูดนิดเดียวก็เด็ดมาได้อย่างถูกต้อง อวิ๋นหว่านชิ่นนำใบไม้มาอังที่จมูก แล้วสูดหายใจ กลิ่นเหม็นเขียวแต่เย็นสดชื่นซึมเข้าไปในโพรงจมูก ปอด และจุดตันเถียนบริเวณท้องน้อย ดับความร้อนลงได้มาก พละกำลังกลับคืนมากว่าครึ่ง

สะระแหน่เป็นพืชสำคัญชนิดหนึ่งในตระกูลวงศ์พืชดอก มักใช้ฟื้นฟูสภาพผิวที่ถูกแดดแผดเผา และยังใช้ขับลม ดับร้อน ช่วยให้สดชื่นแจ่มใส อวิ๋นหว่านชิ่นจำได้ว่ามีปลูกอยู่ตามเรือนเล็กเรือนน้อยในจวนโหว แต่เพิ่งคิดได้เมื่อครู่ จึงร้อนใจไปหน่อย ใช้ให้ซย่าโหวซื่อถิงไปดูว่ามีหรือไม่ คิดไม่ถึงว่าจะใช้ได้ผลยิ่ง

หลังจากสูดดมไปพอสมควร อวิ๋นหว่านชิ่นก็ฉีกใบสะระแหน่เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในเอี๊ยม พอก้มหน้าลง

จะได้สูดกลิ่นหอมสดชื่น เวลาออกไปแล้วพิษยาเกิดกำเริบขึ้นอีก สมองจะได้แจ่มใสเสมอ

ซย่าโหวซื่อถิงเบิ่งตามองอวิ๋นหว่านชิ่นที่กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาจากสภาพอ่อนปวกเปียก พลางว่า

“เจ้ากินยากระตุ้นกำหนัดเข้าไป แต่กลับควบคุมตนเองได้ดีมาก สามารถยืนหยัดจนถึงตอนนี้ และยังระงับฤทธิ์ยาเอาไว้ได้ ทำให้คนทั่วไปดูไม่ออกว่าเจ้ากินยาสัปดนแบบนั้นลงไป”

อวิ๋นหว่านชิ่นตอบทันควัน “เรื่องในวันนี้ ขอองค์ชายสามอย่าได้พูดออกไป”

นี่ตนดูเหมือนคนปากโป้งชอบนินทาชาวบ้านหรือ ซย่าโหวซื่อถิงชักสีหน้าไม่พอใจ

อวิ๋นหว่านชิ่นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา มาแหย่เขาแทน “องค์ชายสามสายตาแหลมคมไม่เบา รู้ไปหมดว่าเป็นยาอะไร หรือทรงเคยใช้มาก่อน”

ซย่าโหวซื่อถิงจ้องมองอวิ๋นหว่านชิ่นด้วยสายตาเย็นชา

ไม่ตลกหรือ คนผู้นี้ไม่รับมุกเอาเสียเลย ก็แค่อยากทำให้บรรยากาศดีขึ้น อวิ๋นหว่านชิ่นทำปากยื่นปากยาว ขณะจะพูด ซย่าโหวซื่อถิงกลับพูดขึ้นเสียงเรียบ

“เสด็จแม่ข้าเคยถูกพิษ ตั้งแต่นั้นมา พืชมีพิษพื้นๆ หลายชนิด ข้าล้วนจำได้หมด”

อวิ๋นหว่านชิ่นอึ้งเล็กน้อย ไม่รู้ควรพูดอะไรต่อดี

องค์หญิงแห่งแคว้นเหมิงหนูทางตอนเหนือ...ชนเผ่าเฮ่อเหลียน แม้เป็นพระสนมเอก แต่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจของคนในวังหลังโหดร้ายและน่ากลัวมาก ยิ่งมีเหตุจูงใจจากสถานะ ก็ยิ่งตกเป็นเป้าโจมตี การมีประสบการณ์จากพิษ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

พอคิดเช่นนี้ นางก็จำได้ว่า ชาติก่อนเคยได้ข่าวพระสนมเอกเฮ่อเหลียนถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานาอยู่เหมือนกัน

มีอยู่ครั้งหนึ่งสาหัสยิ่ง ทรงถูกหนิงซีฮ่องเต้กรอกสารปรอทเข้าไปในหู ให้ไหลผ่านทวารทั้งเจ็ด แม้ต่อมารักษาชีวิตไว้ได้ แต่ก็กลายเป็นคนหูหนวกตาบอด ต้องอยู่อย่างทรมานตลอดชีวิต! ซึ่งนี่อาจทำให้ซย่าโหวซื่อถิงเคียดแค้น จนกลายเป็นชนวนเหตุให้เขาหมายมั่นปั้นมือว่าต้องขึ้นครองบัลลังก์ให้ได้

สรุปแล้ว ชนเผ่าเฮ่อเหลียนคือภัยคุกคามครั้งแล้วครั้งเล่า

ทว่าตอนนี้ เรื่องราวเหล่านี้ยังไม่เกิด

คิดๆ แล้ว นางจึงตัดสินส่งสัญญาณบอก

“ชีวิตในวังหลังซับซ้อนยิ่ง หม่อมฉันแม้ไม่เคยข้องเกี่ยว แต่ก็เคยได้ยินมาพอสมควร ท่านแม่ของหม่อมฉันจากหม่อมฉันไปแต่เด็ก หม่อมฉันจึงรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสแสดงความกตัญญู แต่องค์ชายสามยังมีเสด็จแม่อยู่ทั้งคน ถ้าหม่อมฉันเป็นพระองค์ จะต้องคอยดูแลห่วงใยเสด็จแม่ จัดคนอารักขาคุ้มกันข้างกาย ป้องกันไม่ให้ถูกคนรอบข้างให้ร้าย”

ซย่าโหวซื่อถิงจ้องหน้าหญิงสาวผู้ชาญฉลาดตรงหน้า “เจ้ากำลังเตือนข้า?”

นางเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงคิดปกป้องตน แต่ก็ไม่คิดสนิทกับตน และเหตุใดจึงดูเหมือน...รู้ชะตาของเสด็จแม่ตนล่วงหน้า

อวิ๋นหว่านชิ่นรีบตอบ “องค์ชายสามคิดมากไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงพูดตามความรู้สึกเท่านั้น และ

วันนี้ก็คงพูดคุยกับพระองค์ได้เพียงเท่านี้ หม่อมฉันขอตัวเพคะ”

วันนี้นอกจากทำการยกเลิกการแต่งงานกับมู่หรงไท่สำเร็จ นางยังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ สืบเนื่องจากฉินลี่ชวน

หนังสือผูกดวงที่เมี่ยวเอ๋อร์นำมาจากบ้านท่านลุง ยังอยู่ในแขนเสื้อของอวิ๋นหว่านชิ่น

นางต้องเอาไปให้โคแก่ที่ชอบฝันกลางวันว่าได้กินหญ้าอ่อน แต่รักตัวกลัวตายดูเสียหน่อย ให้เห็นว่าหญิงสาวผู้นี้มีดวงพิฆาตสามี ถ้าแต่งด้วยแล้ว อาจฆ่าเขาตายในห้องหอได้ ดูซิว่า เขายังจะกล้าแต่งหรือไม่

งานเลี้ยงในวันนี้ เจ้ากรมกลาโหมฉินลี่ชวนมาร่วมงานด้วย เพียงแต่ไม่สะดวกนั่งรวมกันกับแขกท่านอื่นๆ อวิ๋นหว่านชิ่นจึงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ พอเกิดเรื่องวุ่นวายในจวน โอกาสยัดหนังสือผูกดวงใส่มือฉินลี่ชวนก็มาถึง

เมื่อครู่ที่บ่าวสองคนคุยกันนอกเรือนว่า เพราะเรื่องอื้อฉาวของมู่หรงไท่กับอวิ๋นหว่านเฟย แขกเหรื่อจึงถูกท่านโหวเชิญกลับไปเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเกรงว่าฉินลี่ชวนจะกลับไปด้วย อวิ๋นหว่านชิ่นจึงต้องรีบไป ไม่มีเวลาพูดมากกับซย่าโหวซื่อถิง

“คุณหนูอวิ๋นต้องการพบเจ้ากรมฉินหรือ” บุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้นเรียบๆ ขัดฝีเท้าทาง แม้เป็นคำถามธรรมดาๆ ทว่าน้ำเสียงน่าเกรงขามยิ่ง

เขารู้ได้อย่างไร...เหงื่อซึมออกจากฝ่ามืออวิ๋นหว่านชิ่น

ซย่าโหวซื่อถิงก้าวเท้าเข้าหา แล้วหมุนตัวมายืนตรงหน้านาง รูปร่างอันสูงใหญ่ของเขาขวางทางนางไว้ เงาดำทะมึนทอดลง ขนตาที่ทั้งยาวและหนาจนน่าทึ่งกะพริบขึ้นจากเปลือกตาของชายหนุ่ม ขณะจ้องมองหญิงสาว

“คุณหนูอวิ๋นไหว้วานคนให้ไปหาพระอาจารย์เจี้ยเชิน เพื่อขอหนังสือผูกดวงชายหญิง ทว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่ในหนังสือ เป็นลายมือของคุณหนูอวิ๋น ซึ่งผูกดวงตัวเองกับดวงเจ้ากรมฉินได้อย่างขี้ริ้วขี้เหร่ เห็นได้ชัดว่า...เป็นดวงพิฆาตในดวงพิฆาต”

“องค์ชายสามสะกดรอยหม่อมฉันหรือเพคะ” แววตาอวิ๋นหว่านชิ่นเยือกเย็นลง

“เจ้าอาวาสในวัดที่อาจารย์เจี้ยเชินประจำอยู่ เคยเป็นนักบวชประจำราชสำนัก”

“ใช่ แล้วอย่างไรเพคะ”

“เผอิญ” ซย่าโหวซื่อถิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “อดีตนักบวชประจำราชสำนักท่านนี้เป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาแก่ข้าในวัยเยาว์ แม้ท่านเกษียณแล้ว ก็ยังพบปะพูดคุยกับข้าอยู่เสมอ เผอิญตอนจิบน้ำชาเดินหมาก มีคนมาขอผูกดวงที่วัด ซึ่งปกติแล้วก็มักจะขอให้มั่งมีศรีสุขยิ่งๆ ขึ้นไป แต่คุณหนูอวิ๋นนั้นประหลาดยิ่ง ท่านอาจารย์จึงนำมาเล่าให้ข้าฟังเมื่อวันก่อน”

เจี้ยเชินผู้นี้ รับเงินไปแล้วยังปากมาก ฟ้องเจ้าอาวาสอีก! อดีตนักบวชประจำราชสำนักก็เช่นกัน ยังอุตส่าห์เล่าให้ท่านอ๋องฟัง คงเกษียณแล้วว่างจัด ไม่รู้จะทำอะไรดี!

อวิ๋นหว่านชิ่นขมวดคิ้ว แล้วแสงก็วาบขึ้นในหัวสมอง จึงตั้งสติ ครุ่นคิดสักพัก ใบหน้าค่อยปรากฏรอยยิ้ม

บางๆ ก่อนใช้มือทั้งสองข้างมอบหนังสือผูกดวงที่จับจนมีรอยยับให้กับฉินอ๋อง

ยอดหญิงอันดับหนึ่ง: Chapter 030 ตอนที่ 30