ความลับแห่งจินเหลียน
29 / 29
ตอนถัดไป

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 029 ตอนที่ 29

#29Chapter 029

ตอนที่ 29 ต่อรองราคา

นอกจากนี้จะเป็นคนที่ชื่นชอบหยกและเล่นหวยหยกพอเป็นกระษัยเหมือนตาหวังเมื่อตอนกลางวัน พวกเขาจะเลือกก้อนหินหยกลักษณะดีที่เถ้าแก่โจวคัดไว้เรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็เลือกซื้อก้อนหินหยกที่เปิดเปลือกแล้ว แม้ราคาจะแพงกว่ามาก แต่ความเสี่ยงก็น้อยกว่ามากเช่นกัน

เถ้าแก่โจวรู้ดีแก่ใจว่าซีเหมินจินเหลียนเป็นนักเล่นมือใหม่ที่ดวงดีมาก เมื่อตอนกลางวันเธอเพิ่งจะผ่าหินหยกออกมาได้เป็นหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดก้อนใหญ่ มิหนำซ้ำยังเป็นการผ่าหินหยกต่อหน้าธารกำนัลอีกต่างหาก สำหรับธุรกิจของเขาแล้วนี่ถือเป็นเรื่องที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของเขาเป็นอย่างมาก เห็นแก่ที่เขากับหลินเสวียนหลานรู้จักกันมานาน เขาไม่มีทางเอาเปรียบซีเหมินจินเหลียนแน่นอน เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมให้เธอมาถึงที่นี่ในตอนกลางคืนเพื่อดูหินหยกดิบราคาถูกพวกนี้แน่ๆ

“นี่มันหินหยกดิบทั้งหมดเลยนี่นา!” ซีเหมินจินเหลียนพึมพำเสียงเบา

“ใช่แล้ว ราคาก็เลยถูกยังไงล่ะครับ!” เถ้าแก่โจวสูบบุหรี่อย่างช้าๆ ความจริงเขาไม่เสียดายที่จะขายหินหยกดิบให้เธอในราคาไม่กี่ร้อยหยวนต่อกิโลกรัมหรอก แต่เขาต้องคำนึงถึงหลินเสวียนหลานด้วย เพราะถ้าเขาขายหินหยกดิบในราคาถูกให้ซีเหมินจินเหลียน หลินเสวียนหลานต้องขอลดราคากับเขาแน่ๆ “ถ้าคุณซีเหมินอยากได้หินหยกที่ดีหน่อย ความเสี่ยงน้อยหน่อย ลองดูเป็นหินหยกที่เปิดเปลือกแล้วดีไหมครับ”

“เอ่อ...แล้วขายเป็นกิโลกรัมเหมือนกันหรือเปล่าคะ” ซีเหมินจินเหลียนถามอย่างระแวง ถ้าขายเป็นกิโลกรัมจริง เธอคงต้องยอมเสียแรงเหนื่อยหน่อยเพื่อดูว่าหินหยกที่เปิดเปลือกแล้วทั้งหมดมีก้อนไหนที่ดีจริงๆ จากนั้นเธอจะซื้อเอาไว้แล้วขายต่อให้หลินเสวียนหลาน แบบนี้น่าจะทำกำไรให้เธอได้เยอะน่าดู

หลินเสวียนหลานต้องดีใจมากแน่ๆ ที่สามารถซื้อหินหยกดีๆ ได้เยอะขนาดนั้น ก็อย่างที่หลินเสวียนหลานบอกนั่นแหละ เครื่องประดับคุณภาพระดับกลางที่ทำจากหยกเนื้อน้ำแข็ง หยกเนื้อถั่วเขียว หรือหยกเนื้อดอกไม้เขียวพวกนี้ต่างหากที่ผู้บริโภคที่มีฐานะปานกลางมีกำลังพอที่จะซื้อ ในเมื่อเครื่องประดับคุณภาพระดับกลางเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาด นั่นหมายความว่าหินหยกดิบพวกนี้ก็เป็นที่ต้องการอย่างสูงของผู้ผลิตเช่นเดียวกัน

สำหรับหยกคุณภาพสูงหรือหยกหายากทั้งหลายที่มีราคาเหยียบล้านหรือเป็นสิบล้านนั้น เหมาะที่จะเป็นมรดกประจำตระกูลมากกว่า คนที่มีกำลังซื้อก็น้อย และคนที่ซื้อก็น่าจะซื้อเก็บไว้เป็นของสะสมมากกว่า คงไม่มีใครสวมใส่เครื่องประดับราคาเป็นสิบล้านไว้โชว์คนอื่นหรอก

“คุณซีเหมินก็พูดเป็นเล่นไป!” เถ้าแก่โจวสูบบุหรี่เข้าเต็มปอดแล้วพ่นควันออกมา “หินหยกที่เปิดเปลือกแล้วไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัมหรอกครับ แต่ขายเป็นก้อนต่างหาก คุณซีเหมินสนใจก้อนไหนเป็นพิเศษล่ะครับ”

“ช่างเถอะค่ะ ฉันซื้อหินหยกดิบราคาถูกพวกนี้ดีกว่าค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนพูดพลางถอนหายใจ “คุณไม่รู้หรอกว่าฉันจนมาก!”

“คนที่เพิ่งจะทำกำไรได้สี่สิบล้านกลับมาพูดกับผมว่าตัวเองจนนี่นะครับ!” เถ้าแก่โจวหัวเราะล้อเลียน

“ฉันไม่เอาหินหยกดิบก้อนใหญ่นั่นแล้วค่ะ ขายเป็นกิโลกรัมแบบนี้ ซื้อก้อนใหญ่คงเสียเปรียบไม่น้อย ฉันเอาแค่ห้าก้อนนี้ก็พอค่ะ!”อ ซีเหมินจินเหลียนพูดพลางชี้ไปยังหินหยกดิบก้อนเล็กห้าก้อนนั้น หนึ่งในนั้นเป็นหินหยกดิบที่มีหยกสีเขียวสดใสแวววาวซ่อนอยู่ข้างในที่ถูกเธอย้ายไปกองรวมกันแต่แรกแล้ว แล้วยังมีหินหยกสีแดงอีกก้อน แม้ว่าจะลายจุดสีทองระยิบระยับแต่เธอก็ชอบมันมาก ซื้อไปเก็บไว้ดูเล่นก็ไม่เลวเหมือนกัน หินหยกแต่ละก้อนไม่ใหญ่มาก ดูแล้วน่าจะหนักประมาณสิบกว่ากิโลเห็นจะได้ ตอนนี้เธอมีเงินแล้ว เธอไม่รู้สึกเสียดายเลยถ้าจะต้องเสียเงินไม่ถึงหมื่นเพื่อซื้อหินหยกพวกนี้

เถ้าแก่โจวได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มเฝื่อน สั่งเด็กหนุ่มสองคนในร้านให้เอาตาชั่งมาชั่งน้ำหนัก หินหยกดิบห้าก้อนไม่ใหญ่มาก ชั่งน้ำหนักรวมกันแล้วหนักแค่แปดสิบหกกิโลกรัมเท่านั้น ซีเหมินจินเหลียนขอให้เถ้าแก่โจวหักเศษหกกิโลกรัมออกให้เธอได้อย่างง่ายดาย

เถ้าแก่โจวได้แต่ส่ายศรีษะ ซีเหมินจินเหลียนครุ่นคิดแล้วมองดูหินหยกดิบเปลือกทรายขาวก้อนใหญ่แล้วต่อรอง “ถ้าเถ้าแก่โจวลดราคาให้อีกหน่อย ฉันก็จะซื้อก้อนนี้ด้วยค่ะ!”

เถ้าแก่โจวตรึกตรองดูแล้วเห็นว่าลักษณะของหินหยกดิบพวกนี้ก็ไม่ได้ดีอะไร ส่วนหินหยกเปลือกทรายขาวก้อนใหญ่ก้อนนั้นก็แสนจะธรรมดา จึงยอมตัดใจพร้อมผงกศรีษะให้เธอ “ได้สิครับ!”

ซีเหมินจินเหลียนดีใจจนเนื้อเต้น ต่อราคาได้ตั้งหกกิโลกรัมเท่ากับประหยัดเงินในกระเป๋าไปตั้งหกพันหยวน เงินหกพันหยวนนี่เอาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ได้ตั้งหลายตัว หรือถ้าเป็นของกินเล่นก็มากพอให้เธอกินได้อีกหลายเดือนเลยทีเดียว โอ้โห การต่อรองราคานี่เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ!

พนักงานชายสองคนในร้านต้องออกแรงกันอย่างหนักจึงสามารถยกหินหยกดิบเปลือกทรายขาวขึ้นไปวางบนตาชั่งได้ ชั่งแล้วหนักห้าสิบสามกิโลกรัม ซีเหมินจินเหลียนไม่ยอมจ่ายเงินที่เป็นเศษสามกิโลกรัมนั่นเด็ดขาด เธอจึงต่อรองให้หักเศษสามกิโลกรัมออกจนได้ยอดรวมสุทธิที่หนึ่งร้อยสามสิบกิโลกรัมพอดี

เถ้าแก่โจวคำนวณแล้วแทบอยากจะกระทืบเท้า หากรวมน้ำหนักของหินหยกดิบทั้งหกก้อนแล้ว ทั้งหมดต้องเท่ากับหนึ่งร้อยสามสิบเก้ากิโลกรัม ต่อให้ลดราคาอย่างไรอย่างน้อยที่สุดก็ต้องคิดที่หนึ่งร้อยสามสิบห้ากิโลกรัม แต่เขากลับถูกซีเหมินจินเหลียนหลอกล่อให้คิดน้ำหนักแยกกันจนทำให้ต้องหักออกตั้งเก้ากิโลกรัม หักลบกันแล้วนั่นมันเป็นเงินตั้งเก้าพันหยวนเลยเชียวนะ...

“เถ้าแก่โจว ทั้งหมดคิดเป็นเงินหนึ่งแสนสามหมื่นหยวนนะคะ ฉันขอจ่ายเงินพรุ่งนี้เช้าได้ไหมคะ” ซีเหมินจินเหลียนถาม เวลานี้เธอไม่มีทางที่จะหาเงินสดเยอะขนาดนี้มาจ่ายให้เขาได้แน่นอน ตู้เอทีเอ็มก็สามารถกดเงินสดได้แค่สามหมื่นหยวนต่อวันเท่านั้น

“ได้สิครับ!” เถ้าแก่โจวผงกศรีษะตกลงแล้วสั่งเด็กหนุ่มสองคนในร้านให้มาขนหินหยกดิบทั้งหกก้อนไปเก็บแยกไว้ต่างหาก เขาพูดยิ้มๆ “คุณจะมาเอาสินค้าพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ก็ได้นะครับ ผมกับคุณชายหลินทำธุรกิจด้วยกันไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง คุณซีเหมินวางใจได้แน่นอนครับ”

ซีเหมินจินเหลียนยิ้มๆ แอบคิดในใจ ต่อให้เถ้าแก่โจวไม่มีความน่าเชื่อถือใดๆ เลย เธอก็คงทำอะไรเขาไม่ได้

ถ้าเทียบกับซีเหมินจินเหลียนแล้วหลินเสวียนหลานถือว่าใช้เวลาในการเลือกหินหยกดิบค่อนข้างนานมาก หลังจากที่ซีเหมินจินเหลียนเลือกหินหยกดิบเสร็จแล้วจึงว่างและรู้สึกเบื่อๆ เธอจึงเดินดูไปรอบๆ สุดท้ายความรู้สึกง่วงก็ถามหา เธอหาวแล้วฟุบตัวลงบนหินหยกดิบก้อนใหญ่ที่อยู่แถวนั้น ความง่วงทำให้เธอฟุบหลับไปทั้งอย่างนั้น

ขณะที่ยังสะลึมสะลืออยู่นั้น ซีเหมินจินเหลียนรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในโลกแห่งอัญมณีสีเขียว สีเขียวสดใสมันวาวนั่นค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่กลางใจสร้างความหฤหรรษ์ให้เธออย่างยิ่ง เธอรู้สึกว่าร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนเหลือเพียงสีสันสวยงามที่ยังตราตรึงอยู่ในใจ...

หลินเสวียนหลานเลือกหินหยกดิบเสร็จแล้ว ขณะที่กำลังเงยหน้าขึ้นสายตาพลันเห็นซีเหมินจินเหลียนกำลังหลับปุ๋ยอยู่บนหินหยกดิบเปลือกทรายเหลืองก้อนใหญ่ เมื่อคืนเธอเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์การเลิกรากับแฟนหนุ่มมาหมาดๆ จากนั้นเธอต้องตกใจจากเหตุการณ์ถูกรถชนที่มีเขาเป็นต้นเหตุอีก วันนี้เขายังลากเธอมาดูหินหยกทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลย ถ้าเธอจะเหนื่อยล้าจนหลับไปก็ไม่ใช่สิ่งที่เกินคาดหมายนัก เขาไม่อยากกวนเวลานอนของซีเหมินจินเหลียนจึงเรียกเถ้าแก่โจวให้สั่งเด็กในร้านมาขนหินหยกดิบไปชั่งน้ำหนัก

แต่กระนั้นเสียงพูดคุยต่อรองราคากันเบาๆ ระหว่างหลินเสวียนหลานกับเถ้าแก่โจวก็ยังดังพอจนทำให้ซีเหมินจินเหลียนตื่นจนได้

“ครั้งนี้คุณชายหลินซื้อไม่เยอะเท่าเมื่อก่อนนี่ครับ” เถ้าแก่โจวกะด้วยสายตา สินค้ารอบนี้ของเขาน่าจะมีราวๆ ห้าร้อยก้อนซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร แต่หลินเสวียนหลานเลือกมาแค่ร้อยกว่าก้อนเท่านั้น คำนวณดูแล้วน่าจะเลือกไปแค่หนึ่งในห้าของสินค้าทั้งหมดเท่านั้น เมื่อก่อนหลินเสวียนหลานซื้อหินหยกดิบแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก อย่างน้อยก็ต้องเลือกซื้อสักหนึ่งในสามของหินหยกดิบทั้งหมด

ในจำนวนหินหยกดิบทั้งหมดที่เลือกซื้อไป ขอแค่ผ่าออกมาเป็นหยกเนื้อแก้วก้อนเดียว ไม่สิ เพียงแค่ผ่าออกมาเป็นหยกเนื้อน้ำแข็งสีเขียวสวยๆ สักก้อนก็ได้ทุนคืนมาหมดแล้ว การซื้อหินหยกดิบคราวละมากๆ แบบนี้อาจจะไม่ทำกำไรเยอะแต่ก็ไม่ขาดทุนแน่นอน แล้วถ้าได้หยกสีเขียวเนื้อดอกไม้เขียว หยกเนื้อถั่วเขียว หยกเนื้อน้ำมันที่น้ำดีหน่อยแล้วเอาไปแปรรูปเป็นเครื่องประดับขาย รับรองว่าได้ราคาดีแน่

ด้วยเหตุนี้บริษัทจิวเวลรี่ย่อมทำกำไรได้อย่างงาม ข้อนี้เถ้าแก่โจวย่อมรู้ดีกว่าใคร หินหยกดิบของเขามีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น และรับประกันว่าไม่มีของปลอมแน่นอน ฉะนั้นบริษัทจิวเวลรี่ในเมืองเซี่ยงไฮ้บางบริษัทจึงเลือกที่จะซื้อหินหยกดิบจากที่นี่

“ช่วงนี้ผมหมุนเงินไม่ค่อยทันน่ะครับ!” หลินเสวียนหลานกล่าวยิ้มๆ “คุณปู่ของผมท่านไปงานประมูลหยกที่เมืองย่างกุ้งประเทศพม่า เราไม่มีเงินสดหมุนเวียนเยอะขนาดนั้นหรอกครับ ไม่อย่างนั้นเมื่อเช้านี้ผมคงซื้อหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดของจินเหลียนไปแล้ว และคงไม่ต้องลำบากมาเลือกหินหยกดิบพวกนี้ในคืนนี้หรอกครับ”

______________________________________

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 029 ตอนที่ 29