พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 048 ตอนที่ 48

#48Chapter 048

ตอนที่ 48 รู้ว่ายากก็ถอย

เงาหลังนั้นเป็นของร่างที่ใส่ชุดยาวสีขาวธรรมดาที่สุด กลับถูกดอกเหมยสีแดงข้างๆ ขับจนล่องลอยดั่งเซียน เพียงมองปราดเดียว มั่วชิงเฉินก็ตระหนักว่า เขาต้องเป็นคุณชายฮวาที่โด่งดังในตระกูลมั่วเมื่อเร็วๆ นี้ผู้นั้น

“ท่านพี่เชียนซู่ เหตุใดท่านตาถึงเรียกพวกเรากลับไปอีกแล้วล่ะ” เสียงของหู่โถวแฝงไว้ด้วยความไม่ยินยอมลอยมา

“ทำไม หู่โถวไม่อยากไปหรือ รึว่า ไม่ชอบเล่นกับพี่เชียนซู่หรืออย่างไร” เสียงต่ำกลับไม่ขาดความอ่อนโยนของชายหนุ่มลอยมา

หู่โถวลังเลครู่หนึ่งว่า “หู่โถวชอบสิ แต่ว่า...แต่ว่าไปบ้านท่านตาแล้วก็เล่นกับชิงเฉินไม่ได้แล้ว”

มั่วชิงเฉินที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วรู้สึกทั้งขบขันทั้งซาบซึ้ง

ในเวลานี้เอง ฮวาเชียนซู่พลันหันหน้ามามองมั่วชิงเฉินนายบ่าวสองคน

“อ๊ะ ชิงเฉิน เจ้าหายดีแล้ว ข้ายังบอกว่าจะไปหาเจ้าเลยนะ มารดาบอกว่าไม่ให้ไปรบกวนการพักผ่อนของเจ้า” หู่โถวเห็นมั่วชิงเฉิน ก็ลืมเรื่องงอนกันวันนั้นไปถึงนอกเก้าชั้นฟ้าแล้ว วิ่งเข้ามาอย่างร่าเริง

มั่วชิงเฉินยิ้มให้หู่โถว

“ชิงเฉินๆ นี่ก็คือญาติผู้พี่ พี่เชียนซู่ของข้า” หู่โถวดึงมือมั่วชิงเฉินชี้เดินไปหาฮวาเชียนซู่แล้วเอ่ย

มั่วชิงเฉินไม่ใช่คนบ้าผู้ชายแน่นอน แต่ว่าต่อหน้าคุณชายรูปงามในโลกอันวุ่นวายนี้ ใบหน้ายังคงไม่อาจไม่ร้อนผ่าวเหมือนคนทั่วไป ย่อตัวเล็กน้อยเอ่ยว่า “ชิงเฉินขอคารวะท่านพี่เชียนซู่”

ฮวาเชียนซู่นั่นตรึกตรองเพ่งพิศมั่วชิงเฉิน ผ่านไปพักใหญ่ถึงค่อยๆ เปิดปากว่า “เจ้าก็คือคนที่ประลองในตำหนักวันนั้น เด็กผู้หญิงที่กระอักเลือดสลบไปใช่หรือไม่ หึๆ วันนี้ดูแล้วกลับค่อนข้างต่างจากวันนั้นนะ”

“พี่เชียนซู่กล่าวเกินไปแล้ว การประลองย่อมต้องสู้ให้สุดกำลัง ไม่เหมือนยามปกติก็เป็นเรื่องธรรมดา” มั่วชิงเฉินใจเย็นขึ้นแล้วจึงพูดเสียงใส

หู่โถวเห็นสองคนพูดคุยกันทิ้งเขาไว้ข้างๆ จึงกระตุกมั่วชิงเฉินว่า “ชิงเฉิน หรือไม่วันนี้เราไปจับนกกระจอกกันเถอะ”

“เอ่อ วันนี้?” มั่วชิงเฉินประหลาดใจ

หู่โถวพยักหน้าอย่างแรงว่า “ใช่ พี่เชียนซู่มาบอกมารดาว่าท่านตาเรียกเรากลับไปพรุ่งนี้ วันนี้กำลังดีเลย มิเช่นนั้นไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไร”

“เช่นนั้นก็ได้ มีแค่เราสองคนหรือ” มั่วชิงเฉินได้แต่รับปากไว้

หู่โถวเงยหน้ามองเฉินเฟิงว่า “เฉินเฟิง เจ้าไปเรียกพี่สิบสี่มา แล้วก็พี่สิบสอง พี่สิบสาม หากพวกเขาเต็มใจก็มาด้วยกันเลย”

“ขอรับ” เฉินเฟิงรับคำพลางถอยออกไป

จากนั้นก็เห็นหู่โถวตาเป็นประกาย ตบมือว่า “พี่เชียนซู่ หรือไม่ท่านไปจับนกกระจอกด้วยกันกับพวกเราเถอะ”

มั่วชิงเฉินเห็นสีหน้าจะร้องไห้ก็ไม่ใช่จะหัวเราะก็ไม่ใช่ของฮวาเชียนซู่สมดังที่หวังแล้ว

“พี่เชียนซู่...” หู่โถวเห็นฮวาเชียนซู่ไม่พูด จึงดึงเสื้อยาวของเขา

“ได้ ทว่าหู่โถว พรุ่งนี้เจ้าต้องไปหาท่านตาแต่เช้านะ” ฮวาเชียนซู่เอ่ย

เชิงเขาหลังเขาตระกูลมั่วมีทุ่งหญ้าอยู่ผืนหนึ่ง ฤดูหนาวนกกระจอกที่มาเล่นที่นี่เยอะทีเดียว พวกเขามาถึงด้วยกัน หู่โถวมองนกกระจอกเต็มพื้นไปหมดแล้วท่าทางระริกระรี้อยากจะลอง

ไม่นานนัก มั่วหนิงโหรงยังมีเจ้าสิบสองเจ้าสิบสามต่างตามกันมา

เห็นคนครบแล้ว หู่โถวพลันว่า “พวกเรามาแข่งกัน ดูใครจับนกกระจอกได้มากกว่ากัน”

“ดีสิๆ” พวกเด็กๆ เอ่ยเห็นด้วย

มั่วชิงเฉินในใจทำอะไรไม่ได้อีกครั้ง แต่อายุภายนอกวางอยู่ตรงนั้น เพื่อให้เข้าพวกจึงได้แต่เห็นด้วย

รอพวกหู่โถวเริ่มเคลื่อนไหว มั่วชิงเฉินถึงพบว่า พวกเขาไม่มีกลเม็ดอะไรในการจับนกกระจอกเลย อาศัยเพียงมือสองข้าง ตะปบทางนี้ทีทางนั้นทีไม่หยุด

เช่นนี้จับได้ก็เห็นผีแล้ว!

มั่วชิงเฉินเลิกการกระทำไร้ประโยชน์โดยเด็ดขาด กวักมือเรียกอวิ๋นจือมา สั่งสองสามคำข้างหูอวิ๋นจือก็หันหลังเดินจากไป

มั่วชิงเฉินฉวยโอกาสที่พวกเด็กๆ กระโจนใส่นกกระจอกกำลังสนุกสนานนั้น ถอยออกมาเงียบๆ มองดูพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนคิดหาที่นั่งลง ก็เห็นฮวาเชียนซู่นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง มุมปากอมยิ้มมองพวกหู่โถวอยู่

มั่วชิงเฉินลังเลครู่หนึ่ง อย่างไรก็ไม่อยากนั่งลงบนพื้นที่หนาวเย็น แอบคิดว่าต่อไปตนต้องเอาเก้าอี้หลายๆ แบบใส่ไว้ในถุงเก็บวัตถุ ถึงเวลาอยากนั่งตัวไหนก็นั่งตัวไหน

ไม่นึกเลยว่ายังไม่รอมั่วชิงเฉินเปิดปาก ฮวาเชียนซู่ก็โบกแขนเสื้อสีขาว บนพื้นปรากฏเก้าอี้ขึ้นอีกตัวหนึ่ง ด้านบนยังปูไว้ได้เบาะรองนั่งหนาๆ

“นางหนูน้อย นั่งนี่เถอะ” เสียงอ่อนโยนของชายหนุ่มลอยมา

“ขอบคุณท่านพี่เชียนซู่” มั่วชิงเฉินนั่งลงไปอย่างไม่เกรงใจ

มั่วชิงเฉินเอ้อระเหยมองพวกหู่โถวที่ยุ่งจนเหงื่อโทรมกาย จู่ๆ ได้ยินฮวาเชียนซู่ถามว่า “ทำไม ชิงเฉินไม่ชอบจับนกกระจอกหรือ”

มั่วชิงเฉินยกตาดูฮวาเชียนซู่ ไม่เชื่อว่าผู้ชายอายุยี่สิบกว่าเช่นเขาจะสนใจเรื่องสนุกของเด็กๆ จึงเอ่ยว่า “ชิงเฉินตัวเล็กมือก็ช้า ขืนจับเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าฟ้ามืดก็จับไม่ได้สักตัว”

ความจริงต่อให้พวกหู่โถวที่ยุ่งอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังจับไม่ได้สักตัวอยู่ดี

ถึงแม้ฝีมือพวกเขาจะคล่องแคล่วกว่าคนสามัญ กลับใช้คาถาไม่เป็น คิดจับนกกระจอกที่บินได้ด้วยมือเปล่า ความยากไม่น้อย

“เห็นว่าได้ก็ลอง รู้ว่ายากก็ถอยเช่นนั้นหรือ” ฮวาเชียนซู่เสียงต่ำเหมือนพูดเองเออเอง สีหน้าบอกไม่ถูก

มั่วชิงเฉินมองฮวาเชียนซู่ปราดหนึ่ง ใจคิดว่าท่านช่างยกย่องข้าจริงๆ แต่ก็ไม่คิดอธิบาย ยังคงมองดูคนอื่นอย่างเอ้อเร้อเอ้อเต่อ

เวลาผ่านไปอีกประมาณหนึ่งเค่อ ในที่สุดอวิ๋นจือก็รีบเดินมา ในมือยังถือของไว้ไม่น้อย

พวกหู่โถวก็เหนื่อยแล้ว ต่างวิ่งมาหามั่วชิงเฉิน เห็นของในมืออวิ๋นจือจึงถามอย่างแปลกใจว่า “นี่คืออะไรหรือ”

มั่วชิงเฉินยิ้มแต่ไม่ตอบ ยื่นมือรับของในมืออวิ๋นจือแล้วเดินไปถึงพื้นโล่ง ยันกระด้งใบหนึ่งขึ้นก่อน บนกระด้งวางอิฐไว้ก้อนหนึ่ง ใต้กระด้งวางข้าวสารไว้เล็กน้อย ท่อนไม้เล็กที่ยันกระด้งผูกเชือกไว้เส้นหนึ่ง จากนั้นลากเชือกยาวๆ ไปถึงเก้าอี้นั่น

“ชิงเฉิน นี่เจ้าทำอะไรน่ะ” หู่โถวดวงตากลมโตเป็นประกายถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

มั่วชิงเฉินยื่นนิ้วมือ ชู่ ทีหนึ่งแล้วว่า “อีกสักครู่พวกเจ้าก็รู้แล้ว”

ฮวาเชียนซู่มองกระด้งที่ถูกยันขึ้นกลางลาน จากนั้นมองมั่วชิงเฉินอีก แล้วหัวเราะไม่มีเสียง

พวกเขากลั้นหายใจจ้องมองที่โล่ง ไม่นานนักก็มีนกกระจกสองสามตัวกระโดดมุดเข้าไปหากินใต้กระด้ง

ในที่สุดหู่โถวก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องอะไร เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “อ๊ะ!”

กลับรีบถูกมั่วชิงเฉินปิดปากไว้

มั่วชิงเฉินรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของเด็กๆ ข้างหลัง แต่กลับไม่รีบร้อน จนกระทั่งมีนกกระจอกสิบกว่าตัวเต็มๆ ล้วนวิ่งเข้าไปแย่งของกินใต้กระด้ง ถึงลากเชือกทั้งเร็วทั้งแรง ได้ยินเพียงเสียง ปึง ทีหนึ่ง กระด้งล้มลงไป ไม่นึกเลยว่านกกระจอกสิบกว่าตัว หนีไม่พ้นสักตัวเดียว ต่างร้องจิ๊บๆ โวยวายอยู่ใต้กระด้ง

“ฮ่าๆ ชิงเฉิน เจ้าร้ายกาจเหลือเกิน พี่เชียนซู่ ข้าพูดไม่ผิดใช่ไหม ชิงเฉินทั้งฉลาดทั้งน่าสนใจ” หู่โถวตบมือหัวเราะ

ฮวาเชียนซู่อมยิ้มพิจารณามั่วชิงเฉิน ดวงตาเป็นประกาย

มั่วชิงเฉินกลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ โห่ร้องกระโจนใส่กระด้งในที่โล่งพร้อมพวกเด็กๆ

ในเวลานี้เอง กลับเห็นหญิงสาวนางหนึ่งในชุดสีแดงลูกท้อเดินอ้อนแอ้นมาแต่ไกล ชุดแดงกลางหิมะขับจนหญิงสาวดูราวกับเซียนที่เหยียบคลื่นเข้ามา

ท่านอาสิบสามมั่วโยวนั่นเอง!

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 048 ตอนที่ 48