พันธกานต์ปราณอัคคี

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 044 ตอนที่ 44

#44Chapter 044

ตอนที่ 44 หลุดโลกีย์กระจ่างใจตา

ขวดน้ำเต้าสุรานั้นถูกมั่วชิงเฉินลูบไล้ทุกวันจนพื้นผิวเกลี้ยงเกลา แต่ยังคงสภาพสีเทาทะมึน

มั่วชิงเฉินสองมือกอบขวดน้ำเต้าไว้ พลิกไปพลิกมาเพ่งพิจารณา สุดท้ายถอนหายใจยาวหนึ่งที

เริ่มตั้งแต่ตอนที่นางลืมตา นางก็พบข้อแตกต่างของตนที่ก้าวเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณและเมื่อก่อนแล้ว

มั่วต้าเหนียนท่านปู่ของนาง ไม่นึกเลยว่านางจะเห็นแสงอ่อนๆ ไหลเวียนทั่วร่างบนล่าง ในนาทีนั้นเอง มั่วชิงเฉินตระหนักทันทีว่า เหตุใดหลังจากกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้วถึงสามารถมองเห็นตบะของผู้อื่นที่สูงกว่าไม่เกินหนึ่งระดับขั้นแล้ว

ไม่เพียงเท่านี้ ป้ายหยกที่ท่านปู่ผูกไว้ที่เอวตลอดเวลานั้น ก็มีปราณวิญญาณกะพริบวาบ เห็นชัดว่าไม่ใช่สิ่งของของโลกฆราวาส

มั่วชิงเฉินพิงพนักพิงเอียงๆ ยกตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงในฟ้าดินมีสีสันแปลกประหลาดมากมายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ทิศทางของห้องโอสถนั้น ยิ่งมีปราณวิญญาณอ่อนๆ ไหลออกมา

ที่แท้นี่ก็คือชะล้างโลกีย์กระจ่างใจตาหรือนี่ ในเวลานี้ มั่วชิงเฉินรู้สึกทันทีว่าตนโชคดีหาใดเปรียบที่มีรากวิญญาณ สามารถก้าวเข้าสู่โลกอันน่ามหัศจรรย์นี้ ได้เห็นทิวทัศน์ที่คนสามัญไม่มีวันได้เห็น

นึกถึงคนสามัญไม่รู้ไร้เดียงสา วันๆ ต้องตรากตรำเพื่อการมีชีวิตอยู่ ส่วนตนนั้น ขอเพียงพยายามเดินตามทางสายนี้ต่อไป ก็จะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากกว่านี้ รู้จักคนน่าอัศจรรย์มากกว่านี้

เมื่อมั่วชิงเฉินคิดได้เช่นนี้ มุมปากค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มละไม โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ใจฝักใฝ่ของนางยิ่งเพิ่มความมั่นคงขึ้น

แต่ว่าต่อจากนั้น มั่วชิงเฉินกลับขมวดคิ้วหยิบขวดน้ำเต้าสุราเทาทะมึนใบนั้น ดื่มเข้าไปอึกใหญ่ๆ พูดเองเออเองว่า “เจ้าของไม่เอาไหนนี่ เหตุใดสิ่งของข้างกายข้าต่างก็ดูออกว่ามีปราณวิญญาณ มีแต่เจ้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงล่ะ!”

แม้จะพูดเช่นนี้ มั่วชิงเฉินกลับมีอารมณ์สุนทรีดื่มอึกแล้วอึกเล่า จากนั้นเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็น มองดูทิวทิศน์รอบข้างไม่หยุด

ไม่นานนัก มั่วชิงเฉินก็รู้สึกกรึ่มๆ

“น้องสิบหกๆ” มั่วชิงเฉินกำลังดื่มสุราเลิศรสอย่างสบายอารมณ์ก็ได้ยินเสียงเรียกของมั่วหนิงโหรว

นางทันแค่ยัดขวดน้ำเต้าสุรากลับเข้าไปในอก ก็เห็นมั่วหนิงโหรวในชุดชมพูลากหู่โถววิ่งเข้ามา

“คุณหนู...” อวิ๋นจือที่ตามเข้ามาเรียกอย่างเก้อเขินหนึ่งคำ

มั่วชิงเฉินโบกมือ “พี่อวิ๋นจือ พี่ไปชงชาร้อนมาสักกาเถอะ”

“เจ้าค่ะ” อวิ๋นจือขานรับแล้วถอยออกไป

“น้องสิบหก ได้ยินว่าเจ้าฟื้นแล้ว เป็นเช่นไรบ้าง ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างแล้ว” มั่วหนิงโหรวดึงมือของมั่วชิงเฉิน ถามด้วยความเป็นห่วง

มั่วชิงเฉินเม้มปากยิ้มว่า “ไม่เป็นไรแล้ว เพียงแต่ร่างกายเจ็บเล็กน้อย ท่านปู่บอกว่าพักผ่อนสองสามวันก็หายแล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นก็ดี น้องสิบหก ตอนนั้นเจ้าช่างใจกล้าเหลือเกิน ข้าตกใจแทบตายแน่ะ” มั่วหนิงโหรวกว่าจะวางใจลงได้ ตบหน้าอกกล่าว

มั่วชิงเฉินยิ้มพลางกวาดตาใส่หู่โถวปราดหนึ่งเบาๆ เหตุใดปกติหู่โถวที่พูดคุยกับนางมากที่สุด บัดนี้กลับทำหน้าบึ้ง ท่าทางไม่พูดไม่จา

ไม่คิดว่าหู่โถวเห็นมั่วชิงเฉินมองมา กลับแค่นเสียง หึ ทีหนึ่ง จากนั้นหันศีรษะใหญ่โตไปอีกทางหนึ่ง ท่าทางโมโหโทโส

มั่วชิงเฉินสะดุ้ง เจ้าเปี๊ยกนี่เป็นอะไรล่ะ

มั่วชิงเฉินมองดูมั่วหนิงโหรว มั่วหนิงโหรวก็ส่ายศีรษะอย่างไม่รู้เรื่อง

“หู่โถว เจ้าเป็นอะไรน่ะ” ในที่สุดมั่วชิงเฉินก็ทนไม่ไหวถามขึ้น

ใครจะไปรู้พอได้ถาม หู่โถวกลับหันหลังกลับไปทั้งตัวเสียอย่างนั้น ทิ้งไว้เพียงก้นให้ประจันหน้ากับมั่วชิงเฉิน

มั่วชิงเฉินยิ้มอย่างทำอะไรไม่ได้ ยื่นมือดึงชายเสื้อของหู่โถวส่ายไปมาว่า “หู่โถว อยู่ดีๆ เจ้าโมโหทำอะไรกัน”

หู่โถวรู้สึกว่ามั่วชิงเฉินดึงเขา เหมือนจะยิ่งโมโหหนักขึ้น ออกแรงดิ้นรนจนดิ้นหลุดจากมือของมั่วชิงเฉิน

มั่วชิงเฉินเดิมทีก็ปวดเมื่อยไปทั้งตัวอยู่แล้ว ถูกหู่โถวลากเช่นนี้ นางอดร้องเบาๆ ทีหนึ่งไม่ได้ “ไอยา”

หู่โถวได้ยินเสียงร้องของมั่วชิงเฉิน รีบหันหน้ามาทันที ทำแก้มป่องว่า “เจ้าเป็นอะไร”

ขนตายาวของมั่วชิงเฉินสั่นเล็กน้อย น้ำตารื้นว่า “เจ็บจะตายอยู่แล้ว”

ไม่ใช่นางแกล้งทำเป็นเด็กน่ารัก แต่มันเจ็บจริงๆ มั่วชิงเฉินในใจเอ่ยอย่างรันทด

“หึ เจ้ายังรู้จักเจ็บหรือ รู้จักเจ็บตอนนั้นยังอวดเก่ง!” ในที่สุดหู่โถวทนไม่ไหวระเบิดออกมา

ที่แท้เรื่องนี้เอง มั่วชิงเฉินโล่งอก ในใจซาบซึ้ง ดูเจ้าตัวเล็กที่งอนอยู่นั่นยิ้มว่า “หู่โถว เจ้าอย่าโมโหเลย เจ้าดูข้าเวลานี้ในที่สุดก็อยู่ระดับหลอมลมปราณขั้นหนึ่งแล้วนะ”

หู่โถวโกรธแก้มป่องมองดูมั่วชิงเฉิน เห็นนางหน้าตายิ้มแย้ม อยากคืนดีด้วยก็ยังไม่ยอมอยู่เล็กน้อย สุดท้ายทิ้งออกมาประโยคหนึ่งทื่อๆ ว่า “โง่จะตายอยู่แล้ว เวลานี้ถึงเข้าสู่ระดับหลอมลมปราณขั้นหนึ่ง”

“ใช่ ใช่ ใช่ ชิงเฉินโง่มากนี่นา ดังนั้นถึงต้องให้หู่โถวคอยดูแลมากๆ อย่างไรล่ะ” มั่วชิงเฉินเอ่ยเห็นด้วย นางดูออกว่า เด็กเล็กๆ ล้วนชอบไม้อ่อนไม่ชอบไม้แข็ง

“ไม่ใช่นะ น้องสิบหกร้ายกาจมากนะ ยังไม่เข้าสู่ระดับหลอมลมปราณก็เอาชนะพี่สิบเอ็ดได้ คิดว่าต้องถูกบันทึกในประวัติตระกูลแน่นอน ถึงเวลานะ ในนั้นก็จะเขียนว่า เทียนหยวนยุคสามปียี่สิบหกเดือนสิบสอง ตระกูลมั่วการประลองย่อยปลายปีครั้งที่xx สกุลมั่วรุ่นที่ยี่สิบเจ็ดลำดับที่สิบหกชิงเฉิน ด้วยกำลังของคนสามัญ ชนะระดับหลอมลมปราณขั้นสองสกุลมั่วรุ่นที่ยี่สิบเจ็ดลำดับสิบเอ็ดอวี้ฉีขาดรอย เรียกได้ว่าฝีมือสะเทือนสี่ทิศเอย” มั่วหนิงโหรวพูดพลางส่ายศีรษะไปมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

มั่วชิงเฉินหัวเราะ พรืด ออกมา “อะไรน่ะ พี่สิบสี่อย่าล้อข้าสิ เรื่องเล็กแค่นี้จะเป็นไปได้อย่างไรกันที่จะถูกบันทึกไว้”

มั่วหนิงโหรวสีหน้าจริงจังว่า “ไม่ใช่นะ เมื่อวานข้าฟังท่านพ่อบอกว่า ตระกูลมั่วเราพันปีมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่มีเรื่องเช่นนี้ ถึงเวลาต้องถูกบันทึกไว้แน่นอน”

มั่วชิงเฉินเหงื่อเย็นไหลโทรม นี่มันกดดันมากมิใช่หรือ กี่ปีให้หลังในประวัติของตระกูลจะบันทึกไว้หรือไม่ มั่วชิงเฉินเมื่อยังเยาว์ด้วยพลังของคนสามัญสู้ชนะระดับหลอมลมปราณขั้นสองมั่วอวี้ฉี สุดท้ายหยุดที่ระดับหลอมลมปราณ

ไม่ได้ นางทนขายหน้าเช่นนี้ไม่ไหว!

มั่วชิงเฉินคิดพลางส่ายศีรษะ

เวลานี้เองก็เห็นมั่วหนิงโหรวทำจมูกเล็กๆ ฟุดฟิดว่า “น้องสิบหก เจ้าดื่มสุราใช่หรือไม่”

มั่วชิงเฉินสีหน้าแข็งทื่อทันที

มั่วหนิงโหรวตบมือว่า “ดูเถอะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องแอบดื่มสุรา ข้าก็ว่าเหตุใดพอเข้ามาก็ได้กลิ่นหอมของสุรานะ!”

“แหะๆ” มั่วชิงเฉินไม่รู้จะพูดอะไรดี หัวเราแห้งๆ สองทีแล้วกัน

“น้องสิบหก เจ้าดื่มสุราไม่ได้แล้วนะ เช่นนั้นมันไม่ดีกับอาการบาดเจ็บ” มั่วหนิงโหรวพูดเอาจริงเอาจัง

ดีที่นางไม่ได้ถามลึกลงไปอีก มั่วชิงเฉินรีบตอบว่า “ชิงเฉินรู้แล้วล่ะ”

เวลานี้ในที่สุดหู่โถวก็ทนไม่ไหว “เจ้าเอาสุรามาจากไหนน่ะ”

มั่วชิงเฉินได้เพียงโกหกว่า “เมื่อก่อนท่านปู่ให้มา ข้าเสียดายไม่ได้ดื่มหมด ก็เลยเก็บไว้ เมื่อครู่รู้สึกไม่สบายไปทั่วร่าง จึงดื่มสุราเพื่อให้ดีขึ้นหน่อย”

หู่โถวกดริมฝีปาก ลังเลอยู่ครึ่งค่อนวันถึงเอ่ยว่า “คราวหน้าดื่มสุราอีก อย่าลืมเรียกข้าล่ะ”

“ได้สิ” มั่วชิวเฉินยิ้มเอ่ย

เวลานี้เอง ในที่สุดอวิ๋นจือก็ยกชาร้อนสามถ้วยเดินเข้ามา

มั่วหนิงโหรวกลับยืนขึ้นมา “น้องสิบหก ตอนนี้เจ้าต้องพักผ่อนมากๆ พวกเรากลับก่อนดีกว่า รออีกสองวันค่อยมาเยี่ยมเจ้าใหม่”

มั่วหนิงโหรวพูดจบลากหู่โถวเดินออกไปข้างนอก หู่โถวสะบัดมือมั่วหนิงโหรวออกอย่างไม่เต็มใจ หันมองมั่วชิงเฉินแล้วตะโกนว่า “อย่าลืมรอเจ้าหายดีแล้วย่างนกกระจอกให้ข้ากินนะ”

พันธกานต์ปราณอัคคี: Chapter 044 ตอนที่ 44