หนี้รักบัลลังก์แค้น

หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 025 ตอนที่ 25

#25Chapter 025

ตอนที่ 25 ถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่อ

งานเลี้ยงหลวงผ่านไปหลายวันแล้ว เสิ่นหนิงรู้เหตุการณ์คร่าวๆ ของงานเลี้ยงหลวงครั้งนั้นจากเสิ่นเจ๋อจิ้ง และรู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อได้รับคำชมเชยเรื่องประลองขี่ม้าจากฉางไท่ฮ่องเต้ ถึงแม้จะรู้สึกอัดอั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นางอยากรู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อทำอย่างไรจึงชนะการขี่ม้า แต่มดงานก็สืบไม่ได้ ช่างเถิด ยังดีที่มดงานส่งข่าวมาว่า คนนั้นได้ส่งเข้าบ้านเฉินซิวฉีแล้ว เสิ่นหนิงค่อยดีใจขึ้นมาบ้าง

ซั่งกวนฉางจื้อได้รับคำชมเชยจากฉางไท่ฮ่องเต้ คนไม่น้อยมีความคิดในใจ ซั่งกวนเฉิงโย่วองค์ชายรองเนื่องจากจะเกี่ยวดองกับเสนาบดีกลาโหมปลายปี ก็ไม่เดือดร้อนนัก นอกจากไม่ค่อยสบายใจบ้าง นั่นยังดี ซั่งกวนหย่งผิงองค์ชายสามสีหน้าดูย่ำแย่มาก แช่งด่าอยู่คนเดียวในวัง “ปล่อยให้เจ้าห้าชนะจนได้ ! ถ้ารู้แต่แรกว่าม้าซีเอี้ยนอ่อนขนาดนั้นข้าคงขอไปประลองแล้ว ไม่แน่ว่าตอนนี้ข้าอาจจะได้หน้าไปแล้ว...” ทั้งอิจฉาซั่งกวนฉางจื้อที่ชนะ ทั้งเสียดายที่ตัวเองไม่ได้ขอเข้าประลอง

หลี่ผินที่อยู่ในวังก็ดีใจมาก ฉางไท่ฮ่องเต้เลือกป้ายนางติดต่อกันหลายวัน นางก็ปรนนิบัติอย่างใส่ใจ อ่อนโยนนุ่มนวลทั้งกาย ฉางไท่ฮ่องเต้ก็ทรงโปรด

ณ เรือนรับรองภายในกรมพิธีการทูต ตรงกลางมีโต๊ะยาวหนึ่งตัว คนของต้าหย่งกับซีเอี้ยนสองแคว้นแบ่งนั่งสองฝั่ง ต่างฝ่ายต่างมีมารยาท ดูไม่ออกแม้แต่นิดว่าพวกเขาเพิ่งกำลังถกเถียงเรื่องตลาดร่วมฟู่ซื่ออย่างหน้าดำหน้าแดง แทบจะลงไม้ลงมือตีกัน

ความจริงตลาดร่วมฟู่ซื่อระหว่างต้าหย่งกับซีเอี้ยนมีอยู่นานแล้ว รัชศกฉางไท่ปีแรกๆ ยังไม่มีหน่วยตรวจสอบตลาดร่วม ระยะหลังตามการแข็งกล้าและการก่อกวนมากขึ้นของซีเอี้ยน ฉางไท่ฮ่องเต้ทรงยกเลิกหน่วยตรวจสอบตลาดร่วม ทั้งปิดตลาดร่วมฟู่ซื่อที่อยู่บริเวณซีหนิงเต้า อี่ปัง จนกระทั่งเกิดสงครามอี่ปัง ตลาดร่วมของต้าหย่งกับซีเอี้ยนก็ไม่เคยเปิดอีก ปัจจุบันผ่านไปแปดปีกว่าแล้ว สถานการณ์สองแคว้นยิ่งวันยิ่งผ่อนคลาย การไปมาหาสู่ก็มากขึ้น ทั้งสองแคว้นต่างต้องการเปิดตลาดร่วมใหม่ การถกเถียงไม่ใช่จะเปิดหรือไม่เปิดตลาดร่วมใหม่ แต่อยู่ที่จะต้องจัดตั้งอย่างไร การซื้อขายของตลาดร่วมจะกำหนดอย่างไร

ฝั่งต้าหย่ง เฉียนถงซื่อเจ้ากรมพิธีการทูตเป็นหัวหน้า มีเจียงเฉิงไห่ ฟู่ปู้ซื่อหลาง ฟางฉงเจ๋อ หลี่จั๋วกับซั่งกวนฉางจื้อเป็นขุนนางกรมพิธีการทูตร่วมถก เส้นตายสุดท้ายของต้าหย่งคือตลาดร่วมฟู่ซื่อต้องเปิด แต่จะเปิดอย่างไร จะต้องให้ต้าหย่งเป็นผู้กำหนด ! มิเช่นนั้นก็จะเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทำให้ซีเอี้ยนได้รับผลประโยชน์มากกว่า ทำให้ซีเอี้ยนแข็งแกร่งมากขึ้นเปล่าๆ

ฝั่งซีเอี้ยนก็มีการประชุมหารือของตัวเอง การเปิดตลาดร่วมฟู่ซื่อเป็นผลประโยชน์ของสองแคว้น เป็นสิ่งที่มีมาแต่ก่อน ทำตามที่เคยเป็นก็พอแล้ว ซีเอี้ยนตระเตรียมม้าดีให้ ต้าหย่งเตรียมเงินซื้อ ซีเอี้ยนใช้เงินนี้มาซื้อเข้าของต้าหย่ง นี่ไม่ใช่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่ายหรอกหรือ ทำไมต้าหย่งต้องยืนกรานจะต้องให้ต้าหย่งเป็นผู้กำหนด นี่ไม่ใช่ความจริงใจในการเจรจากัน

ซั่งกวนฉางจื้อดูผิวเผินแค่เข้าร่วมเฉยๆ แต่ความจริงเขาคิดอยู่ไม่น้อยว่า ตลาดร่วมจะต้องตั้งอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์กับต้าหย่งมากขึ้น จวนองค์ชายห้าก็ไม่มีรูปแบบออกมา เนื่องจากหลี่เข่ออันกับสวี่ซันซือชำนาญการวางแผนเต็มรูปแบบ เรื่องเศรษฐกิจยังไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ได้ผล

แต่เจียงเฉิงไห่รองเสนาบดีกระทรวงการคลังคิดมากกว่านี้ ความหมายของซีเอี้ยนคือให้ทำตามแบบเมื่อก่อน เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน เมื่อก่อนซีเอี้ยนอาศัยเงินทองของต้าหย่งไปเปิดเหมืองแร่เหล็กขายเครื่องเหล็ก จึงได้ยิ่งวันยิ่งแข็งแกร่ง จนกลายเป็นคู่อริ แต่ถ้าใช้เงินไม่ได้แล้วจะเอาอะไรมาใช้แทนเงินเพื่อแลกเปลี่ยนม้ากับเครื่องเหล็กมาได้ เขาเป็นคนดูแลคลังของแคว้น ไม่อยากจ่ายเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวให้ซีเอี้ยน แต่ จะมีวิธีอะไรดี คิดกันจนหัวโตแล้ว

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีรูปแบบใดๆ ที่จะใช้ได้ การประชุมเรื่องตลาดร่วมจึงยังยันกันอยู่ ถึงแม้แต่ละคนหัวใจเร่งร้อน แต่ก็มีคนไม่เร่งร้อนด้วย กลุ่มซั่งกวนฉางจื้อทูตรองด้านรับรองพาคณะทูตกลุ่มซือหม่าเจิน เปิดฉากการเที่ยวเตร่กินดื่มเมืองหลวง ชิมอาหารอร่อยๆ ของเมืองหลวง ทั้งชมทิวทัศน์” ฮวาชีหลิวจิน” ที่เลื่องชื่อในถนนสื่อฟู่ ระหว่างที่พวกซือหม่าเจินกำลังเที่ยว สองแคว้นก็เปิดการเจรจาตลาดร่วมฟู่ซื่ออีกรอบ ก็ยังไม่มีผลสรุปอะไรออกมา ได้ถกเถียงจนหน้าดำหน้าแดงอีกครั้งหนึ่ง ในทางส่วนตัวกลุ่มเฉียนถงซื่อก็ประชุมหลายครั้งดื่มสุราไปไม่น้อย ผมยังถูกเกาจนสั้นไปหลายเส้นก็ยังตัดสินปัญหาเรื่องตลาดร่วมไม่ได้

เกี่ยวกับกรณีพิพาทตลาดร่วมของกรมพิธีการทูตกับซีเอี้ยน เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งก็รู้เหมือนกัน เจียงเฉิงไห่รองเสนาบดีคลังสนิทสนมกับเสิ่นหวาซั่นมาก สองคนมักดื่มสุราด้วยกันเองบ่อยๆ โดยเฉพาะระยะนี้เจียงเฉิงไห่จิตใจกลัดกลุ้ม มาหาเสิ่นหวาซั่นบ่อยขึ้น ก็ย่อมรู้ว่าเรื่องตลาดร่วมยังไม่ไปไหน เสิ่นเจ๋อจิ้งมักไปหาเสิ่นหวาซั่นเพื่อรายงานหาข้อชี้แนะ ย่อมต้องรู้เรื่องนี้ด้วย

“ตลาดร่วมฟู่ซื่อ?” คืนนี้ เสิ่นเจ๋อจิ้งก็คุยกับเสิ่ยหนิงเรื่องนี้ด้วย ก็ไม่ใช่ว่าจะให้เสิ่นหนิงหาวีธีอะไร แต่ไม่รู้ทำไม ก็คุยกันถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

ที่แท้คณะทูตอยู่เมืองหลวงยาวนานก็เพราะเรื่องตลาดร่วมนี้เอง ชาติที่แล้วไม่เคยรับรู้ข่าวตลาดร่วม ตอนหลังเกิดสงครามซีเอี้ยนกับต้าหย่งอีก จนกระทั่งซั่งกวนฉางจื้อครองราชย์ ตลาดร่วมที่ซีหนิงเต้าก็ยังคงปิดอยู่ ชาตินี้การประชุมเรื่องตลาดร่วมยังยันกันอยู่ คงจะยังไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่รู้ว่าซั่งกวนฉางจื้อมีแผนรับมืออย่างไรบ้าง

เสิ่นหนิงคิดว่าซั่งกวนฉางจื้อจะต้องเรียกประชุมลูกน้องเพื่อหาแผนรับมือแน่นอน เขาจะต้องใช้โอกาสที่ซีเอี้ยนมาต้าหย่งให้เป็นประโยชน์ ถึงแม้ได้รับคำชมเชยจากฉางไท่ฮ่องเต้แล้ว แต่ต้องไม่ใช่เพียงแค่นี้ ไม่ได้ ข้าจะต้องแย่งเขาก่อน คิดวิธีตลาดร่วม ไม่ให้เขาสร้างผลงานได้อีก

เสิ่นหนิงนอนพลิกไปมา คิดหาวิธี นึกถึงเรื่องชาติก่อนที่เกี่ยวกับซีเอี้ยน ตลาดร่วมซีหนิงเต้าเป็นเส้นทางค้าขายของซีเอี้ยนกับต้าหย่ง เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นางนึกถึงชาติก่อนเสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นอวี๋หงไปซีหนิงเพื่อเปิดเส้นทางการค้าซีหนิง ทรัพย์สมบัติตระกูลเสิ่นเกือบครึ่งกระจายหล่นหายไปบนเส้นทางการค้าซีหนิง ยังไม่ทันได้รับผลตอบแทนอะไรมาก ก็เกิดเรื่องในรัชศกเจิ้งเจาปีที่สามเดือนเจ็ดแล้ว เรื่องราวหลังจากนั้น นางก็ไม่รู้อีก

ซีเอี้ยน ตลาดร่วม เส้นทางการค้าซีหนิง...

คืนนี้ เสิ่นหนิงหลับไม่สนิทนัก ตื่นเช้ามาหน้าตาจึงดูค่อนข้างย่ำแย่ ฉินฉีซูฮว่าสี่สาวใช้เด็กมาอยู่เรือนชิงจู๋ได้เดือนกว่าแล้ว เป็นครั้งแรกที่เห็นเสิ่นหนิงหน้าตาหมองคล้ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เกรงจะทำอะไรผิดพลาด

เห็นท่าทางระแวดระวังของสาวใช้เด็กทั้งสี่ เสิ่นหนิงกลับหัวเราะ ข้าดูน่ากลัวนักหรือ หน้าตาดูราบเรียบลงไปเยอะ นางคุยกับสาวใช้เด็ก รอชิวเกอกลับมา

ชิวเกอไปพบชิวอู๋ ถือโอกาสรับข่าวสารจากมดงาน รู้ว่าหลังจากตลาดร่วมเสิ่นหนิงให้พวกเขาคอยเฝ้าสังเกตคณะทูตว่าทำอะไรพิเศษบ้าง เนื่องจากหลายวันมานี้คณะทูตเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองหลวง การสืบหาข่าวคราวทำได้ง่ายมาก จึงไม่ได้เป็นที่สังเกตของคนอื่นมากนัก

การรายงานนั้น มดงานเอ่ยถึงเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ คนซีเอี้ยนดื่มน้ำชามากทุกวัน อากาศเมืองหลวงเดือนเก้านับว่าเย็นสบายแล้ว แต่พวกเขาดูเหมือนยังกระหายน้ำมาก วิธีดื่มชานั้นมิได้จิบเพียงเล็กน้อยแบบต้าหย่ง แต่ดื่มแบบกรอกใส่ปาก ไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องพิเศษหรือไม่

ในเวลาเดียวกัน เหยียนซางก็รายงานเสิ่นเจ๋อหย่วน “ตั้งแต่คณะทูตซีเอี้ยนเข้ากรุง การค้าขายของหลงจิ่งไจก็ดีขึ้นเป็นอันมาก โดยเฉพาะใบชาคุณภาพระดับกลางไปถึงล่าง ขายดีมาก” เสิ่นเจ๋อหย่วนฟังแล้วยิ้มเล็กน้อย เด็กเหยียนซางคนนี้ค้าขายมีฝีมือ ทำงานก็รับผิดชอบเอาจริงเอาจัง ถึงแม้อายุยังน้อย เป็นต้นกล้าชั้นดี เหมาะที่จะฟูมฟักให้ก้าวหน้าต่อไป เขารู้สึกขอบคุณเสิ่นอวี๋ซื่อด้วย

ขณะรายงานผลประกอบกิจการให้เสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อหย่วนเล่าสถานการณ์หลงจิ่งไจเวลานี้ด้วย ยังว่า “เมื่อก่อนไม่เคยรู้ว่าที่จริงคนซีเอี้ยนชอบดื่นชามากขนาดนี้ ถ้ารู้ก่อนจะเตรียมของให้มากกว่านี้” ไม่คิดว่าคนพูดไม่ได้ตั้งใจแต่คนฟังมีใจอยู่ เสิ่นหวาซั่นจับใจความได้นิ่งคิด คนซีเอี้ยนชอบดื่มชา ทำไมเมื่อก่อนไม่เคยได้ยินคนพูดหนอ ใช่แล้ว ไม่เคยได้ยินว่าคนซีเอี้ยนชอบดื่มชาเลย หรือมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่

แต่สมองกลับตื้อตัน ชั่วขณะนั้นเขากลับนึกไม่ออกว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในแน่

เสิ่นหนิงก็กำลังครุ่นคิดรายงานของมดงาน ดื่มชามากมาย? นี่น่าจะไม่มีอะไรพิสดารกระมัง ไม่เช่นนั้นขุนนางต้าหย่งก็น่าจะรู้กันแล้ว ไฉนจนป่านนี้ยังไม่มีใครสนใจปัญหานี้อีก

ที่เสิ่นหนิงยังไม่รู้คือ คนซีเอี้ยนนอกจากดื่มน้ำชามากแล้ว ยังกินเนื้อมากอีกด้วย เทียบกับน้ำชาแล้ว ปริมาณเนื้อที่กินยิ่งมหาศาล หลายปีมานี้ต้าหย่งกับซีเอี้ยนเพิ่งฟึ้นฟูความสัมพันธ์ขุนนางไปมาหาสู่กัน ไม่มีขุนนางคนไหนฉุกใจคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือ

เสิ่นหนิงหลับไม่สนิทมาหลายวันติดกันแล้ว ชุนเซี่ยชิวตงสี่สาวใช้ใหญ่เห็นแล้วก็กลุ้มใจ ถึงแม้ชิวเกอจะรู้ว่าเสิ่นหนิงกำลังกังวลเรื่องอะไร แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ที่เหลือสามคนก็กำลังคิดว่าหรือเพราะอากาศกำลังเปลี่ยนเข้าฤดูใบไม้ร่วง นอนไม่ได้กินดื่มไม่ดี โดยเฉพาะเซี่ยสือ พยายามอย่างเต็มที่ในห้องครัว ทำอาหารเลิศรสอย่างสุดฝีมือ เพื่อให้เสิ่นหนิงอยากกินบ้าง

วันนี้ นางยกอาหารชนิดใหม่มาให้เสิ่นหนิงอย่างหนึ่ง เป็นของที่นางใช้เวลาว่างหลายวันทำออกมา เป็ดเคี่ยวใบชา เซี่ยสือคีบอาหารพลางพูดพลางว่า “คุณหนูลองชิมดูสิเจ้าคะ เป็ดไม่มันเลย เคี่ยวพร้อมใบชา มันออกไปหมด...”

เสิ่นหนิงกำลังคิดเรื่องคนซีเอี้ยนชอบดื่มใบชา พอได้ยินคำเซี่ยสือ ก็ถามว่า “ใบชา ใบชาอะไร?”

“ใบชาทำให้มันเป็ดหายหมดอย่างไรเล่าเจ้าคะ อร่อยมากเลย ท่านลองชิมดู...” เซี่ยสือเห็นเสิ่นหนิงเหมือนสนใจมาก รีบพูดทวนคำพูดนั้นอีกครั้ง ยังพูดอีกสารพัดว่านางได้ลองแล้วได้ผลมากเลย ให้เสิ่นหนิงกินมากหน่อย

ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ใบชาทำให้ความมันหายไปหมด เป็นเช่นนี้เอง เสิ่นหนิงเข้าใจถึงนิสัยดื่มกินของคนซีเอี้ยนได้แล้ว และเข้าใจแล้วว่าทำไมความปั่นป่วนชายแดนเหนือทำให้ตลาดชาถูกปิดเมื่อชาติที่แล้ว อีกไม่นานซีเอี้ยนกับต้าหย่งก็เกิดสงคราม

ทันใดนั้น นางบอกว่าชอบรายการอาหารนี้มาก สั่งเซี่ยสือให้วันต่อมาทำอาหารนี้ให้เสิ่นอวี๋ซื่อ เสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นหวาซั่นสามคน ทั้งกำชับคนส่งอาหารพูดทวนคำที่เซี่ยสือพูด “ใบชาทำให้ความมันของเป็ดหายไปหมด อร่อยมากเลย...” กำชับว่าจะต้องให้ทั้งสามคนได้ยินให้ได้

หลังจากนั้นก็รอผลต่อไป