หนี้รักบัลลังก์แค้น

หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 026 ตอนที่ 26

#26Chapter 026

ตอนที่ 26 เห็นชัดเมื่อฝุ่นจาง

วันรุ่งขึ้น เสิ่นหวาซั่นรีบร้อนไปตามเจียงเฉิงไห่มา นำการค้นพบกับสิ่งที่ตั้งใจทำของตัวเองบอกให้เขารู้ ต่างคิดว่าน่าจะถูกต้องถึงแปดเก้าส่วน แต่ก็ไม่ได้ประมาท ทั้งคู่หาเจอซุนป๋อหยางหัวหน้าสำนักแพทย์หลวง ทั้งสามคนสุมหัวคุยในบ้านเจียง พักใหญ่ สีหน้าเจียงเฉิงไห่จึงเปลี่ยนจากที่เคยเครียดหนักมาตลอดหลายวัน รอยยิ้มผ่อนคลายพลันคลี่ออกมา ในใจแอบยิ้มเยาะ ทีนี้พวกซีเอี้ยนคงจะได้เห็นดีกัน ดูซิพวกเขาจะพูดอย่างไรกัน!

 เจียงเฉิงไห่หาพบเฉียนถงซื่อ บอกแผนการและวิธีรับมือของตัวเองให้เขารู้ เฉียนถงซื่อผงกศีรษะไม่หยุด ทั้งสองคนยังปรึกษาในรายละเอียดบางจุดอีกนาน จนท้ายที่สุดได้ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกันโดยไม่ได้นัด ไม่นานนัก ขุนนางต้าหย่งก็นัดแนะกลุ่มทูตซีเอี้ยน เปิดประชุมตลาดร่วมครั้งที่สามกัน ฝ่ายเรามีแผนแล้ว

 ยังคงเป็นที่เรือนรับรองกรมพิธีการทูต ยังคงเป็นโต๊ะยาวตัวนั้น ยังคงเป็นขุนนางแยกนั่งคนละฝั่งโต๊ะ ขุนนางต้าหย่งนำโดยเฉียนถงซื่อโยนโครงร่างพวกเขาอย่างผ่อนคลาย ตลาดร่วม เปิดใหม่ ม้าดี ต้าหย่งก็ต้องการ กระนั้นไม่ใช่เอาเงินมาซื้อ แต่เป็นการแลกโดยใช้ของแลกของ! ต้าหย่งจะใช้ใบชา แพรพรรณ เครื่องยา มาแลกม้าของซีเอี้ยน เพื่อแสดงความจริงใจ ในสามปีแรกของการเปิดตลาดร่วม ใบชา แพรพรรณ เครื่องยา ทุกชนิดใช้ราคาทุนแลกเปลี่ยนกับซีเอี้ยน นี่เป็นโครงร่างสุดท้ายของต้าหย่ง ส่วนฝ่ายท่านมีความคิดอย่างไร ทุกคนสามารถออกความเห็นด้วยกันได้

 เมื่อขุนนางซีเอี้ยนฝั่งนั้นได้ยินโครงร่างนี้แล้วสีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ยอมรับ พูดเสียงดังว่า “ม้ามีค่ามากกว่าใบชา แพรพรรณมากมาย ไม่คุ้ม ไม่แลก! ให้ถือตามแบบเดิม จะต้องใช้เงินซื้อม้า ทำลายระเบียบเดิมไม่ได้ ทูตซีเอี้ยนร้อนใจกันนัก พวกเจ้านะ ทำไมต้าหย่งจึงได้คิดวิธีสุดโต่งอะไรเช่นนี้ แล้วซีเอี้ยนจะได้ประโยชน์อะไร ยังนึกว่ามาประชุมเรื่องเปิดตลาดร่วมใหม่ครั้งนี้ ต้าหย่งจะใช้เงินในการค้าขาย เดิมคิดว่าจะได้รับประโยชน์เต็มที่ ตอนนี้ แค่รักษาเศษเนื้อไว้ได้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว”

 กลุ่มเฉียนถงซื่อไม่ได้รีบร้อน จึงไม่ได้ถกเถียงกับพวกเขาด้วย พูดอย่างจนใจว่า “นี่เป็นเรื่องที่ฮ่องเต้ของเรารับสั่งไว้ พวกเราเป็นขุนนางมีแต่ต้องทำตาม ไม่เช่นนั้นตลาดร่วมก็เปิดใหม่อีกไม่ได้” ในใจคิดว่า พวกเจ้าก็แกล้งทำไปเถอะ ดูว่าจะยอมไม่ยอม ไพ่ใบสุดท้ายที่ถืออยู่ข้าก็รู้แล้ว ขุนนางต้าหย่งรู้จากสำนักแพทย์หลวงแล้วว่าใบชานี้มีตัวยา สามารถละลายไขมันช่วยย่อยได้ เป็นของที่แคว้นที่ชอบกินเนื้ออย่างซีเอี้ยนขาดไม่ได้ เอาใบชามาแลก ซีเอี้ยนจะต้องตกลงแน่นอน

 ขุนนางกรมพิธีการทูตต่างทำหน้าไม่อนาทรร้อนใจ ราวกับมีเวลาอีกมากมายรอทูตซีเอี้ยนตัดสินใจ ความจริงก็เป็นเช่นนั้น พวกเขาไม่รีบแล้ว ที่ต้องรีบคงเป็นซีเอี้ยนมากกว่า

 ทีนี้ไม่มีอะไรที่ซีเอี้ยนจะถกเถียงได้อีกแล้ว สุดท้ายต้องยอมรับอย่างเสียไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายยังถกเถียงต่อในรายละเอียด

“สามปีน้อยไป ควรเป็นสิบปี”

“ม้าหนึ่งตัวแลกใบชาได้เท่าไร”

ท้ายสุดตกลงว่า ห้าปีแรกที่เปิดตลาดร่วม ใบชา แพรพรรณ เครื่องยา ล้วนใช้ราคาต้นทุนแลกกับม้าของซีเอี้ยน นี่เป็นเรื่องปลีกย่อย ขุนนางต้าหย่งเองก็ยอมถอยให้ซีเอี้ยน ทำให้ทูตซีเอี้ยนผ่อนคลายลง เจียงเฉิงไห่กับเฉียนถงซื่อแลกเปลี่ยนความรู้สึกทางสายตาทำนองว่า เพื่อนบ้านช่างไร้เดียงสา ต้นทุน อะไรคือต้นทุน สุดท้ายแล้วก็ต้องกำหนดโดยต้าหย่งอยู่ดีมิใช่หรือไร

 ท้ายสุด ฉางไท่ฮ่องเต้ตัดสินให้จัดตั้งกรมฉาหม่าที่ชายแดนซีหนิงเต้าในปีต่อมา มีหน้าที่ “ดูแลผลประโยชน์ชา เพื่อใช้กับชาวต่างชาติ ม้าจากชนเผ่าอื่นๆ ล้วนใช้ชาแลก” จนถึงเวลานั้น ตลาดร่วมชาม้าก็กำหนดแน่นอนเป็นทางการ ส่วนการรูปแบบการดำเนินการ ก็ต้องรอสองฝ่ายเจอกันที่ซีหนิงเต้าตอนเริ่มฤดูใบไม้ผลิ

 พอจบเรื่องตลาดร่วม บรรลุเป้าหมายหลักของการมาต้าหย่งของซีเอี้ยน การกินดื่มเที่ยวเล่นก็เบื่อแล้ว คณะทูตซีเอี้ยนก็เตรียมตัวกลับซีเอี้ยนกัน

 ซีเอี้ยนกับต้าหย่งแลกเปลี่ยนหนังสือราชการ ต้าหย่งจัดงานเลี้ยงส่งคณะทูตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งฝั่งเยือนฝั่งเหย้าเมามายกันหลายคน ถึงจะด่ามารดาในใจระหว่างกันแต่ใบหน้าก็ยังแสดงออกว่าอาลัยอาวรณ์มากมาย รวมความแล้ว ต้าหย่งส่งคณะทูตซีเอี้ยนกลับอย่างเอิกเกริกเช่นเดียวกับเที่ยวมา

 หลายคนโล่งอก อย่างน้อยพวกกรมพิธีการทูตก็ไม่ต้องไปตีฝีปากกับใครอีกแล้ว กลับคืนสู่ความเงียบสงบดังเดิม

 ตอนคณะทูตซีเอี้ยนออกจากเมืองหลวง เสิ่นหนิงไม่ได้เห็น แต่นางก็ไม่ใส่ใจ ที่นางสนใจกว่าคือ สถานการณ์ของเมืองหลวงหลังจากคณะทูตซีเอี้ยนไปแล้ว

 จากคำพูดของเสิ่นเจ๋อจิ้งพอรู้ว่า การมาของคณะทูตซีเอี้ยนในครั้งนี้ คนที่ได้รับประโยชน์ก็มีไม่น้อย

 ส่วนเสิ่นเจ๋อหรูตระกูลเสิ่น เนื่องจากต่อกลอนคู่ท่อนล่าง ทำให้ชื่อเสียงทางปราชญ์ขจรขจาย ตำแหน่งขุนนางก็ได้รับเลื่อนไปอีกหนึ่งขั้น ที่สำคัญที่สุดคือ สายตาที่เหล่าขุนนางของสำนักศึกษาสูงสุดมองเขาก็ไม่เหมือนเดิม คล้ายการที่มีเขาทำให้เป็นเกียรติด้วย ควรรู้ว่าสำนักศึกษาสูงสุดเป็นศูนย์รวมผู้คงแก่เรียนระดับสุดยอดทั่วแคว้น สายตาเช่นนี้แสดงว่าอะไรไม่ต้องพูดก็รู้อยู่ แม้แต่ผู้อำนวยการราชวิทยาลัยระดับกั๋วจื่ออย่างเว่ยฟู่หลี่ก็ชื่มชมเขาอย่างมาก ทำให้เสิ่นเจ๋อหรูมีความรู้สึกคล้ายเป็นจอหงวนอยู่เล็กๆ ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น แถมยังรู้สึกมีแรงกดดันไม่น้อย

 ซั่งกวนฉางจื้อองค์ชายห้าแสดงออกได้ดีเยี่ยม ฉางไท่ฮ่องเต้พระราชทานข้าวของให้มากมาย ที่เด่นสุดคือแส้ม้าหนึ่งเส้น แส้นี้แม้ทำมาจากสายป่านกับไม้ท้อธรรมดา ไม่มีการประดับด้วยเพชรนิลจินดาใดๆ แต่ทำให้องค์ชายอื่นๆ ทั้งอิจฉาทั้งแค้น เพราะแส้ม้านี้เป็นของที่ฉางไท่ฮ่องเต้ใช้ก่อนครองราชย์ เป็นของที่ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานให้ตอนที่ยังเป็นองค์ชายธรรมดา เมื่าอเป็นเช่นนี้ ความหมายแฝงของแส้ม้าก็ไม่เหมือนกันแล้ว หรือเสด็จพ่อมีความคิดอย่างอื่น นี่เป็นเรื่องที่องค์ชายรองกับองค์ชายสามครุ่นคิดตลอดหลายวันมานี้

 แม้แต่หลี่ผินก็ได้เลื่อนเป็นหลี่กุ้ยผินเพราะการแสดงออกขององค์ชายห้า ถึงแม้ยังอยู่ในวังชุนซี แต่ก็ได้เลื่อนขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ วันได้รับแต่งตั้ง แม้แต่เจ้าพนักงานภูษาที่อารักขาอยู่นอกประตูวังชุนซีก็ยังแต่งตัวหรูหราขึ้นไม่น้อย อีกทั้งฉางไท่ฮ่องเต้ยังออกปากชมว่านาง “สุภาพนอบน้อม” ขุนนางในพระราชวังก็พลอยมองด้วยสายตาที่ดีขึ้นด้วย หลังจากหลี่ผินได้รับเลื่อนเป็นหลี่กุ้ยผินแล้ว วังชุนซีก็ได้เพิ่มนางกำนัลผู้รับใช้อีกหลายคน

 ส่วนเหล่าขุนนางกรมพิธีการทูตยิ่งไม่ต้องพูด ไม่ทำให้เสื่อมเสียพระยศทั้งยังแก้ปัญหาขัดแย้งตลาดร่วมได้ ทั้งเฉียนถงซื่อ เจียงเฉิงไห่ได้เลื่อนขึ้นอีกหนึ่งระดับ แต่รอปีหน้าหลังจากสอบเลื่อนขั้นจึงเลื่อนให้ ยังได้รับพระราชทานข้าวของอีกมากมาย กลุ่มฟางฉงเจ๋อถึงแม้ของพระราชทานน้อยหน่อย แต่ก็ชื่นใจกันมากแล้ว ซั่งกวนฉางจื้อก็แสดงความขอบคุณเหล่าขุนนางกรมพิธีการทูต จัดโต๊ะเลี้ยงพวกเขา นอกจากเฉียนถงซื่อกับเจียงเฉิงไห่ไม่เข้าร่วมเนื่องจากติดธุระ กลุ่มฟางฉงเจ๋อทุกคนเข้าร่วมหมด ทำให้ใกล้ชิดองค์ชายห้ามากยิ่งขึ้น

 เฉียนถงซื่อกับเจียงเฉิงไห่กำลังอยู่กับเสิ่นหวาซั่น ทั้งสามคนอยู่วงการขุนนางมานาน ถึงแม้เฉียนถงซื่อกับเสิ่นหวาซั่นไม่ได้สนิทนัก แต่เนื่องด้วยสาเหตุจากตลาดร่วม ครั้งนี้เขามาแสดงขอบคุณเสิ่นหวาซั่น ว่าเพราะเขาค้นพบเรื่องใบชา ไม่เช่นนั้นข้อขัดแย้งเรื่องตลาดร่วมไม่รู้จะตกลงกันได้เมื่อไร ทั้งยังถามด้วยความอยากรู้ว่าทำไมเขาจึงรู้

 “เรื่องนี้ก็เพราะสาวใช้ในบ้านทำเป็ดเคี่ยวใบชา...” เสิ่นหวาซั่นลูบเคราทำท่ายึกยัก ท่าทางเหมือนทำอะไรข้าไม่ได้ ให้ทั้งสองคนเคืองจนกัดฟันกรอด ตั้งใจจะมอมเหล้าเขา ไม่ว่าอย่างไร ทั้งเฉียนทั้งเจียงก็ต้องขอบคุณเสิ่นหวาซั่น ก็เพราะเขา ไม่เช่นนั้นเรื่องเลื่อนระดับกับของพระราชทานเป็นเพียงความฝัน ดังนั้นทั้งสองผลัดกันชวนดื่ม จนกระทั่งเสิ่นหวาซั่นสองตาพร่ามัวนั่งไม่ติด จนหัวเราะฮ่าๆ ออกมา แน่นอนว่านับแต่นี้ไป ทั้งสามคนมีการไปมาหาสู่บ่อยๆ ความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากขึ้น

 ว่ากันว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงผู้ชายมากที่สุดมิใช่ผู้หญิง และไม่ใช่เรื่องอื่น แต่เป็นสุรา! ถ้าร่วมดื่มด้วยย่อมสนิทสนมได้ทั้งนั้น

 ในห้องหนังสือ เสิ่นหวาซั่น เสิ่นเจ๋อจิ้งและเสิ่นเจ๋อหย่วนพ่อลูกกำลังคุยกัน ถึงแม้วันก่อนดื่มสุรากับพวกเฉียนถงซื่อไปไม่น้อย เมาไปรอบหนึ่ง เสิ่นหวาซั่นก็ไม่รู้สึกหัวมึนเมาค้าง สมองกลับปลอดโปร่งยิ่งนัก ที่พ่อลูกสามคนคุยกันเป็นเรื่องคณะทูตออกจากเมืองหลวงและเรื่องตลาดร่วม

 “ถึงแม้พระราชโองการที่เป็นทางการยังมาไม่ถึง แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้ว ข้าเห็นว่าท่านน่าจะต้องไปซีหนิงเต้าสักเที่ยว จะได้เป็นฝ่ายได้เปรียบ ถึงแม้บอกจะใช้ราคาทุนแลกเปลี่ยน แต่ต้าหย่งจะเสียเปรียบซีเอี้ยนได้อย่างไร ” หูซื่ออันเหอถังบอกเสิ่นเจ๋อหย่วน เครื่องยาที่ใช้แลกเปลี่ยนม้าของตลาดร่วมไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย จะต้องไปซีหนิงเต้าสักเที่ยวแน่นอน

 “ลูกทราบแล้ว เมื่อคืนได้ส่งจดหมายไปเจียงหนานแล้ว ข้ายังคิดว่าเที่ยวนี้จะให้เหยียนซางตามพ่อตาไปซีหนิงเต้าสักเที่ยว” ใช่แล้ว ใบชาเป็นของสำคัญสุดที่จะใช้แลกม้าจากซีเอี้ยน หลงจิ่งไจจะต้องได้ส่วนแบ่งด้วยแน่นอน ไม่แน่ว่าแม้แต่เสิ่นเต๋อซั่นก็ยังต้องส่งคนจากหางโจวไปซีหนิงเต้าด้วย

 เสิ่นหวาซั่นผงกศีรษะด้วยความพอใจ ลูกชายคนนี้ถึงแม้ไม่ได้เป็นขุนนาง แต่เรื่องทำธุรกิจเชี่ยวชาญกว่าตัวเองมากจริงๆ มิน่าที่ค่าใช้จ่ายในบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เห็นติดขัดอะไร เป็นเพราะลูกชายคนนี้มีฝีมือในการจัดการทรัพย์สิน

“ลูกยังคิดว่าจะให้เหยียนซางถือโอกาสเอาของให้น้องสามบ้าง ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องผ่านหลิ่งหนานอยู่แล้ว อีกอย่าง น้องสามเป็นขุนนางที่อำเภอหนานไห่ก็ไม่ง่าย ไหว้พระจันทร์ก็ส่งของขวัญมาให้” เสิ่นเจ๋อหย่วนบอกเสิ่นหวาซั่นถึงความคิดเขา นึกถึงหลิ่งหนานลำบากยากแค้น ฤดูหนาวก็ใกล้ถึงแล้ว อดเป็นห่วงเสิ่นเจิ๋อเกาน้องชายพ่อแม่เดียวกันไม่ได้

 “หนานไห่ทั้งไกลทั้งเปลี่ยว น้องสามใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย หลายปีนี้ลำบากยิ่งนัก...” เสิ่นเจ๋อจิ้งเพิ่มเติมอยู่ข้างๆ น้ำเสียงก็เป็นห่วงเสิ่นเจ๋อเกา แต่คิดอีกทีนี่ถือเป็นการหาประสบการณ์ขุนนาง ทุกคนต้องผ่านระยะนี้ สมัยแรกที่เขาเป็นนายอำเภอที่เฟิงหนาน ก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

“ความจริงของขวัญเทศกาลไหว้พระจันทร์ เขาไม่เห็นต้องลำบากเลย แต่น้องสะใภ้สามก็มีใจจริงๆ เขาอยู่ที่หนานไห่หลายปีแล้ว ปีหน้ามีการตรวจสอบ ก็คงจะได้เวลาขยับขยายแล้ว เห็นว่าติงเหวินฮั่นผู้ตรวจการหลิ่งหนานเต้า ไม่ใช่คนเข้มงวดนัก ชุยฮู่ผู้ว่ากว่างโจวก็อ่อนโยนตลอดมา แค่ทนลำบากหน่อย เป็นขุนนางที่หลิ่งหนานก็ไม่ยากนัก” เสิ่นหวาซั่นฟังลูกชายทั้งสอง แล้วก็นึกถึงเสิ่นเจ๋อเกาลูกชายคนเล็กที่เป็นนายอำเภอที่หนานไห่

 “เจ้าไปจัดการแล้วกัน ไปซีหนิงเต้าโดยเร็ว จะรอช้าไม่ได้” สุดท้ายเสิ่นหวาซั่นบอกเสิ่นเจ๋อหย่วนว่าให้เขากลับไปพักผ่อนที่เรือนซงเฟิงเซวียนก่อน เขายังมีอีกเรื่องที่ต้องคุยกับเสิ่นเจ๋อจิ้ง

 

หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 026 ตอนที่ 26