หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 030 ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 ใกล้ถึงปีใหม่
ระยะเวลาที่ผ่านมา ตำแหน่งกรมพิธีการทูตของซั่งกวนฉางจื้อองค์ชายห้าเป็นไปอย่างราบรื่น หลังเรื่องราชทูตซีเอี้ยนแล้ว เหล่าขุนนางกรมพิธีการทูตมีความรู้สึกที่ดีต่อเขามาก โดยเฉพาะซ่งเหวินชิง เนื่องจากเขามักขอให้สอนแปลอย่างถ่อมตน ทำให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น
“องค์ชายห้าอ่อนน้อม ทำงานรับผิดชอบจริงจัง...” ฟางฉงเจ๋อบอกเฉียนถงซื่อผู้เป็นนาย ระยะนี้ซั่งกวนฉางจื้อมักตามอยู่ข้างตัวเขาเพื่อรับฟังเรื่องราวต่างๆ ของกรมพิธีการทูต ด้วยเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาก เขาจึงรู้สึกดีต่อองค์ชายที่ตั้งอกตั้งใจเรียนรู้อย่างมาก ระหว่างการพูดคุยก็มักกล่าวชื่นชมอยู่เสมอ
เฉียนถงซื่อได้ยินคำของฟางฉงจื้อก็ลูบหนวดด้วยความเคยชิน ไม่ได้พูดอะไร หากกล่าวด้วยใจเป็นกลาง เขารู้อยู่ว่าองค์ชายพระองค์นี้อ่อนน้อมถ่อมตน เทียบกับองค์ชายสามที่มักมองข้ามศีรษะคนอื่นแล้วดีกว่ามากมาย แน่นอนว่าย่อมทำให้คนรู้สึกดีด้วยเป็นธรรมดา การมีมารยาทต่อผู้อยู่เบื้องล่าง เป็นคุณธรรมหนึ่งที่รัชทายาทจะต้องมี เพียงแต่ไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของฮ่องเต้ แต่คิดอีกทีพวกคนเก่าแก่ที่อยู่เมืองหลวงนานนมยังไม่แสดงทีท่าเลือกฝ่าย เขาก็ยังไม่รีบ ค่อยๆ รอดูไปก่อน
ทางฝั่งซั่งกวนฉางจื้อก็กำลังทอดถอนใจที่เฉียนถงซื่อไม่ได้เออออด้วย เฉียนถงซื่อปฏิบัติต่อเขาไม่เลว ร่วมมือกระตือรือร้นเสมอมา งานหลวงก็คอยชี้แนะ แต่ถ้าจะว่าดีก็ยังไม่ใช่ ประเมินดูก็คงทำเช่นเดียวกันกับองค์ชายอื่น ไม่มากไม่น้อยเกิน ถึงแม้จะเป็นผู้ร่วมงานในกรมพิธีการทูต แต่ก็ยังนับว่าเบาบางเกินไป เขาจะต้องอาศัยช่วงที่ดำรงตำแหน่งในกรมพิธีการทูตทำให้เขาเปลี่ยนทีท่าให้ได้ ซั่งกวนฉางจื้อตั้งปณิธานเงียบๆ จากนั้นไปยิ่งตั้งใจทำหน้าที่ในกรมพิธีการทูต สาบานว่าต้องให้เฉียนถงซื่อเปลี่ยนแปลงทีท่าให้ได้
หลังจากตามเจียงป๋อเหวินกลับไปหล่งโย่ว ฮองเฮากับเต๋อเฟยก็ยังคงเย็นชากันเหมือนเดิม มิได้ดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนรัชทายาทกับตระกูลเจียงจะเป็นพันธมิตรกันหรือไม่ หลี่กุ้ยผินกับซั่งกวนฉางจื้อก็ไม่อาจรู้ได้ ได้แต่สั่งการลงไป ให้คอยสังเกตวังองค์ชายรองให้มาก ตามดูว่ามีข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่
งานมงคลสมรสขององค์ชายรองกับตระกูลเฉินมาถึงขั้นกำหนดฤกษ์แล้ว ฝ่ายซือเทียนไถเสี่ยงทายออกมาได้ปีหน้าเดือนหนึ่งวันที่ยี่สิบ ดูแล้วอิทธิพลของเสนาบดีทหารต้องเป็นขององค์ชายรองเสียแล้ว ดูท่ากำลังฝั่งตระกูลภรรยาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ ในระหว่างที่ซั่งกวนฉางจื้อกำลังทอดถอนใจ ก็ได้ร่วมประชุมกับเสนาธิการถึงการปูทางด้านตระกูลภรรยาในการวางแผนการต่อไป
ย่างเข้าเดือนสิบสอง เมืองหลวงมีหิมะตกหนักหลายครั้ง ถึงแม้อากาศจะเหน็บหนาว ซ้ำระหว่างนั้นยังมีข่าวเรื่องขอทานกับคนร่อนเร่หนาวตายไม่น้อย แต่บรรยากาศเมืองหลวงก็เริ่มครึกครื้นขึ้นมาอีก นั่นเป็นเพราะชาวเมืองหลวงเริ่มเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่กันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ปีเก่าใกล้สิ้นสุด ปีใหม่กำลังมา ย่อมต้องเฉลิมฉลองกัน
วันเวลาของเสิ่นหนิงก็เหมือนบรรยากาศเมืองหลวง มีแต่ยินดี ครรภ์ของเสิ่นอวี๋ซื่อดูเหมือนคงที่แล้ว กินนอนได้ดี ไม่มีเรื่องรบกวนจิปาถะ ดูดีขึ้นทั้งร่างกายจิตใจ ถึงแม้จะท้องตอนอายุมากเช่นนี้ก็ไม่รู้สึกลำบาก เรื่องราวในกรมการสอบของเสิ่นเจ๋อจิ้งก็กำลังไปได้ดี รายละเอียดการสอบเลื่อนขั้นก็ได้ผ่านการตรวจสอบของกระทรวงขุนนางกับมุขมนตรีฝ่ายบริหาร และกำลังส่งไปยังกรมอาลักษณ์ รอแค่ราชโองการฉางไท่ฮ่องเต้ ก็จะสามารถดำเนินการสอบเลื่อนขั้นตามกำหนดการที่วางไว้ ระยะนี้เขากลับกลายเป็นว่าง วันเวลาที่มาดูแลเสิ่นอวี๋ซื่อก็มีมากขึ้น ดูท้องที่โตขึ้นของเสิ่นอวี๋ซื่อแล้วก็ดีใจมาก ตามการจับชีพจรของซุนป๋อหยางจากสำนักแพทย์หลวง เสิ่นอวี๋ซื่อตั้งครรภ์ครานี้จะได้ลูกชายอีก เขาจะได้ลูกชายจากภรรยาเอกเพิ่มอีกคนแล้ว
ข่าวเสิ่นเจ๋อซือย้ายไปเมืองหน้าด่านอันเป่ยทำให้เสิ่นหนิงมีความสุขอย่างยิ่ง นางก็พอรู้สึกได้ถึงจิตใจเสิ่นหวาซั่นผู้ปู่ ขุนนางฝ่ายบุ๋นตระกูลเสิ่นมีไม่น้อย ฝ่ายบู๊มีน้อยจริงๆ ถ้าเสิ่นเจ๋อซือมีวาสนา ขอบเขตของตระกูลเสิ่นจะกว้างขวางขึ้นมาก ส่วนพวกมดงานก็ส่งข่าววังองค์ชายห้ามาอย่างต่อเนื่อง มีแต่เรื่องไม่สลักสำคัญอะไร ขุนนางเมืองหลวงสงบเรียบร้อยดี ทุกคนเตรียมตัวเรื่องวันปีใหม่ ไม่มีเรื่องราวอะไร
คนยุ่งสุดในตระกูลเสิ่นตอนนี้คงเป็นเสิ่นอันซื่อ ทั้งต้องเตรียมงานใหญ่ปีใหม่ของคนทั้งตระกูล ทั้งยังต้องดูแลลูกชายอายุไม่ถึงขวบ ครรภ์ของเสิ่นอวี๋ซื่อก็เป็นเรื่องใหญ่ที่นางสนใจมาก ส่วนเสิ่นหูซื่อเนื่องจากพวกเหยียนซางไปซีหนิงเต้า พักนี้ต้องช่วยเสิ่นเจ๋อหย่วนดูแลงานสวนตระกูลเสิ่น ไม่สามารถเจียดเวลามาช่วยนางได้ ดังนั้นเสิ่นอันซื่อจึงยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้นทุกวัน จนกระทั่งวันนี้แม่นมมารายงานว่าเสิ่นชิ่งเต๋อมีอาการหน้าเป็นรอยแดงทั้งยังไอเล็กน้อย นางจึงรู้ตัวว่าได้ละเลยลูกชายไป นางรู้สึกผิดจึงรีบตามหมอมา ในใจยิ่งรู้สึกนับถือเสิ่นอวี๋ซื่อ เห็นนางเมื่อก่อนอยู่อย่างสบายๆ ยังนึกว่าเรื่องดูแลบ้านนั้นนางทำได้อย่างง่ายดายมาก จนเมื่อต้องมาดูแลเอง จึงรู้ว่าเรื่องนี้ทั้งกินแรงทั้งวุ่นวายมากมาย
ดังนั้นนางจึงไปเหอหมิงเชียนขอเสิ่นอวี๋ซื่อ หากเสิ่นอวี๋ซื่อยังสดชื่นแจ่มใส จะช่วยออกความคิดเห็นเรื่องปีใหม่ได้บ้างหรือไม่ เสิ่นอวี๋ซื่อเป็นห่วงหลานชายคนโต ก็เลยเอาเรื่องเตรียมงานปีใหม่มาจัดการเองทั้งหมด ทั้งยังว่าเสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่ปีใหม่นี้ก็อายุสิบสามแล้ว จะต้องให้มาสัมผัสเรื่องเหล่านี้บ้าง ให้พวกนางมาช่วยบ้าง เสิ่นอวี๋ซื่อแค่คอยเฝ้าดู ก็ไม่ลำบากกี่มากน้อย เสิ่นเจ๋อจิ้งก็เห็นด้วย
การเตรียมของขวัญวันปีใหม่นั้น แม้งานจะจุกจิกแต่ก็ไม่ยาก มีตัวอย่างมาทุกปี พวกเสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่แค่เพียงทำตามตัวอย่างปีก่อนๆ เตรียมของขวัญวันปีใหม่เรียบร้อยหมดสิ้น นอกจากญาติสนิทมิตรสหายเช่นเดียวกับปีก่อนๆ แล้ว ที่ต้องส่งของขวัญให้ปีนี้เพิ่มเติมอีกไม่น้อย เช่นกรมการสอบ กระทรวงขุนนาง เป็นที่เพิ่มเติมใหม่ ของขวัญน้อยไปก็ไม่ได้ มากเกินก็ไม่ดี จะได้ไม่เป็นที่สังเกตและสงสัยกัน
ในเรื่องนี้ หรูหลิวชู่ได้ทำประโยชน์เต็มที่ ถึงแม้เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนก็ตาม แต่ก็ทำให้พวกเสิ่นหนิงรู้สึกซาบซึ้งในตัวเสิ่นอวี๋หง ข้อมูลเหล่านี้ใช้ได้ถูกกาลเทศะทันเวลาพอดี ที่แท้ หรูหลิวชู่ผ่านการปูพื้น ฝึกอบรมมาแล้วหลายเดือน เริ่มผลิดอกผลกลับคืนมาบ้าง เรื่องอื่นอาจยังไม่รู้แน่ แต่เรื่องของขวัญปีใหม่ของบรรดาขุนนางตระกูลต่างๆ ก็รู้ได้แล้ว เสิ่นอวี๋หงบอกเรื่องนี้แก่เสิ่นหนิง พวกเสิ่นหนิงก็ใช้เกณฑ์มาตรฐานปกติ ส่งของขวัญปีใหม่ให้พวกกรมการสอบ กระทรวงขุนนางตามสมควร
แน่นอนว่า พอผ่านเรื่องนี้แล้ว เสิ่นหนิงก็คาดเดาได้ว่าคนรับใช้ที่เสิ่นอวี๋หงคัดเลือกนั้นไปอยู่ที่ไหน ทั้งรวบรวมจากคำพูดที่ชิวอู๋สังเกตการณ์มาได้ นางรู้ว่าตระกูลเสิ่นมีมดงานอีกหนึ่งชุด ถึงแม้เวลานี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามีใครบ้าง แต่ต้องเป็นการจัดการโดยพี่รองไม่มีผิด กำชับพวกชิวอู๋ให้ระมัดระวังการทำงานให้มากขึ้น อย่ามีความขัดแย้งกับคนตระกูลเสิ่นโดยเฉพาะคนที่ปรากฏอยู่ข้างตัวพี่รอง เพื่อป้องกันการปะทะกับพวกเดียวกันเอง นางคิดด้วยว่า เรื่องมดงานอาจบอกเสิ่นเจ๋อจิ้งกับเสิ่นหวาซั่นก็ได้ แต่คิดอีกทีเวลานี้อาจยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุด ยังต้องรออีกสักพักค่อยพูด
ญาติสนิทมิตรสหายทั้งลูกน้องของตระกูลเสิ่นต่างส่งของขวัญปีใหม่มาไม่น้อย บ้านเดิมของเสิ่นอันซื่อก็ส่งของขวัญมาจากอี้โจวและหลู่โจว ในนั้นยังมีของเล่นที่ตั้งใจมอบให้เสิ่นชิ่งเต๋อหลานหรือเหลนคนนี้ เรื่องของขวัญปีใหม่ทำให้เสิ่นหนิงรับความรู้สึกกับเครือญาติในบ้านได้โดยตรงมากขึ้น ทั้งคนทั้งของขวัญมากจริงๆ ไม่ต้องอื่นไกล แค่จากหางโจว ก็มีสามรายที่สำคัญ รายแรกคือบ้านเดิมที่หางโจว ของขวัญจากปู่เต๋อซั่นกับปู่ไคซั่นมาถึงแต่แรกแล้ว ล้วนเป็นของที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะเสิ่นเต๋อซั่นยังส่งตั๋วเงินมาสามหมื่นชั่ง เพื่อไว้ให้พวกเสิ่นหวาซั่นใช้จ่ายในงานต่างๆ
รายที่สองคือบ้านเดิมของเสิ่นหูซื่ออันเหอถัง ด้วยมิตรภาพสองรุ่นทั้งเสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อหย่วน ตระกูลหูจึงให้ของขวัญปีใหม่มาชุดใหญ่ ปีนี้ก็ไม่เว้น เสิ่นหนิงมองดูเครื่องยาพวกซันเซียนลู่หลงที่มีอายุไม่น้อย ดูแล้วบ้านเดิมอาสะใภ้สองก็ใช่ย่อย พ่อค้าธรรมดาส่งของขวัญปีใหม่ขนาดนี้ไม่ไหวหรอก รายที่สามบ้านเดิมของตายาย เป็นพวกภาพเขียนภาพวาดกระดาษต่างๆ เสิ่นหนิงเปิดออกมาดูภาพหนึ่ง เป็นภาพ “เขาราตรีลมวสันต์” ของหลินจู๋ซันในราชวงศ์ที่แล้ว แลดูเรียบง่ายและขลัง หัวม้วนภาพก็ยังมีร่องรอยความโบราณปรากฏอยู่ คิดว่าด้วยสายตาของตระกูลซีซันอวี๋แล้ว ภาพนี้จะต้องเป็นของแท้แน่นอน หาใช่ปัญหาเรื่องที่ว่าราคาสูงค่าหรือไม่ เสิ่นหนิงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจให้กับเสิ่นอวี๋ซื่อถึงความใจกว้างของบ้านตายาย
“ของเหล่านี้ยังมีอีกมากที่บ้านตายาย ที่ร่ำลือกันว่าตระกูลซีซันอวี๋ไม่ใช่ลือกันเปล่าๆ หรอก...” เสิ่นอวี๋ซื่อฟังคำพูดเสิ่นหนิง น้ำเสียงแม้เจือแววขบขันแต่แฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ตระกูลซีซันอวี๋มีชื่อเสียงด้านความรู้มิใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งชาติที่แล้วกับชาตินี้จิตใจเสิ่นหนิงจดจ่ออยู่แต่ราชสำนัก กลับไม่มีความทรงจำมากนักต่อบ้านตายาย ยิ่งไม่ได้คิดเลยว่าในอนาคตอันใกล้ ซีซันอวี๋จะมีอิทธิพลลึกซึ้งต่อนาง นี่เป็นเรื่องภายหลัง
ต่อจากเรื่องความวุ่นวายนี้ก็เป็นการรอคอยอย่างสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสิ่นอันซื่อ การกลับบ้านปีใหม่ของเสิ่นอวี๋เสียนได้กำหนดไว้ตั้งแต่ตอนเสิ่นชิ่งเต๋อเพิ่งคลอด เวลานี้เสิ่นชิ่งเต๋ออายุแปดเดือนกว่าแล้ว เพิ่งจะรอถึงวันที่เขาจะได้กลับเมืองหลวง นึกถึงสามีที่ไม่ได้เจอกันเกือบปี การรอคอยของเสิ่นอันซื่อมีทั้งความดีใจและเขินอาย ความรักของสามีภรรยาหน่มสาวเป็นความหวานชื่นที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ทั้งนึกถึงที่ตัวเองคลอดแล้วร่างกายอวบขึ้นไม่น้อย ทั้งนึกถึงที่พักนี้ตัวเองวุ่นวายอยู่กับเรื่องในบ้าน ใบหน้าจะดูซีดเซียวห่อเหี่ยวหรือไม่ จึงรีบเรียกสาวใช้ใกล้ชิดมาปรึกษาเรื่องบำรุงผิว
เสิ่นหวาซั่นเนื่องจากกำลังมีเรื่องเสิ่นเจ๋อเกาลูกชายสามใกล้กลับเมืองหลวง หลายวันมานี้ก็มีอารมณ์ดีตลอด เขากับภรรยามีบุตรชายอยู่เพียงสามคน ลูกสาวมีหนึ่งคน ล้วนเกิดจากอนุภรรยา แต่งงานไปไกลถึงเมืองฉู่ ขณะนี้ทั้งเจ้าใหญ่เจ้ารองก็อยู่ข้างกาย หากว่ามีใครที่เขายังห่วงอยู่ ก็คงจะเป็นลูกชายคนเล็กที่อยู่ไกลถึงหลิ่งหนาน ไม่ได้พบหน้ากันแล้วถึงสามปีกว่า ไม่รู้ว่าลูกชายคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาเรียกเสิ่นอันซื่อหลานสะใภ้คนนี้มาถามถึงเรื่องบ้านพักสำหรับครอบครัวเจ้าสามว่าได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วหรือไม่
“เรียนท่านปู่ เรือนซือถังเชียนที่เตรียมให้อาสามอยู่ทำการปัดกวาดสะอาดเรียบร้อยแล้ว ที่นอนทุกอย่างเป็นของใหม่ สาวใช้ ป้ารับใช้ก็ได้จัดเตรียมไว้แล้ว แค่รอครอบครัวอาสามกลับเมืองหลวงเท่านั้น” ความจริงเสิ่นเจ๋อเกาถ้ารวมลูกพี่ลูกน้องเสิ่นนั้นจะเป็นลำดับห้า แต่ในครอบครัวเสิ่นหวาซั่นก็เรียกอาสามจนชิน ทุกคนก็รู้ว่าเป็นเสิ่นเจ๋อเกา
เสิ่นหวาซั่นได้ยินคำตอบของเสิ่นอันซื่อก็ผงกศีรษะด้วยความพอใจ หลานสะใภ้คนนี้ถึงแม้อายุยังน้อย แต่การทำงานไว้ใจได้ จึงให้นางกลับไป ยังคงรอเสิ่นเจ๋อเกากลับเมืองหลวงพร้อมกับเสิ่นเจ๋อจิ้งและเสิ่นอวี๋หงด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส