ยอดเซลล์แมนทะลุมิติ: บทที่ 1 ตอนที่ 1
ตอนที่ 1 คุณชาย คุณชาย (1)
สายลมฤดูสารทแสนอ่อนโยน เงาของแมกไม้อรชรอ้อนแอ้น ทะเลสาบเสวียนอู่อันกว้างใหญ่ประดุจกระจกอันเรียบลื่นขนาดใหญ่มหึมา ส่องประกายสีทองภายใต้แสงแห่งอาทิตย์อัสดงที่ทอทอดลงมา
แสงตกกระทบคลื่นระยิบระยับวับวาวบนผิวทะเลสาบอันไพศาล เรือสำราญคับคั่ง บนเรือแว่วเสียงหัวเราะครื้นเครงออกมาไม่หยุดหย่อน มิรู้ว่าเป็นคุณหนูของตระกูลใดที่ออกมาท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน ช่างเป็นภาพที่ครึกครื้นยิ่งนัก
เหล่าบัณฑิตผู้ทรงภูมิจำนวนนับไม่ถ้วนยืนหนาวสะท้านอยู่ที่หัวเรือ เหม่อมองเรือสำราญที่เหล่าคุณหนูตระกูลผู้ดีนั่งโดยสารมา เผยสายตามุ่งมาดปรารถนาประดุจสุนัขป่า จนกระทั่งเข้าใกล้เรือสำราญพวกเขาจึงเปลี่ยนสีหน้าโดยพลัน แสร้งทำท่าทางเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง สายตาไม่เหลือบมอง โบกพัดจีบเบาๆ ขับกลอนแต่งลำนำ เผยท่วงทีสง่างามมีความรู้ออกมาเต็มที่
เรือของขุนนางจำนวนหลายลำปิดม่านล่องอยู่บนทะเลสาบ เหล่าคุณหนูตระกูลผู้ดีซึ่งกำบังกายอยู่หลังม่านแอบมองประเมินบัณฑิตหนุ่มผู้มีความรู้ความสามารถที่ผ่านไปผ่านมา เฟ้นหาผู้ที่ต้องตาต้องใจ
หากต้องสรรหาถ้อยมาคำบรรยายอารมณ์ของหลินหว่านหรงซึ่งยืนอยู่ริมทะเลสาบเสวียนอู่ ณ เวลานี้ นั่นคงเป็นคำว่า-----ซวย ซวยแม่มันจริงๆ
มาถึงสถานที่แห่งนี้ตั้งเดือนหนึ่งแล้วโชคร้ายก็ยังไม่ไปจากเขาเสียที บางทีความซวยอาจติดตามเขามาตั้งแต่ชั่วเสี้ยววินาทีที่ตัดสินใจเข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์ของบริษัทเพื่อมาเที่ยวภูเขาไท่ซานนั่นแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ได้เห็นชื่อของสาวน้อยคนนั้นในรายชื่อทัวร์เขาก็เกิดความรู้สึกไม่สบายใจบางอย่างขึ้นมา
และความจริงก็ได้พิสูจน์การคาดเดาของเขา
หลินหว่านหรงหันไปทางทะเลสาบ ถ่มน้ำลายออกมาแรงๆ ครั้งหนึ่ง ถึงทำให้รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ความสบายใจเกิดขึ้นมาเองโดยปริยาย การถ่มน้ำลายนี้ช่างถ่มได้สาแก่ใจเสียจริง นานแล้วที่ไม่ได้สะใจแบบนี้ แม่เอ๊ย
คงไม่มียายแก่สวมปลอกแขนสีแดงวิ่งดุ๊กดิ๊กอย่างเริงร่าเพื่อมาปรับเขาห้าสิบเหรียญหรอกนะ
หลินหว่านหรงมองประเมินเงาสะท้อนของตนที่อยู่บนผิวน้ำใส คิ้วคมดุจกระบี่ ดวงตากระจ่างใส จมูกโด่งสวยได้รูป รอยยิ้มเป็นมิตร หากเปลี่ยนเป็นชุดบัณฑิต เกรงว่ายังจะดูมีภูมิเสียยิ่งกว่าไอ้พวกบัณฑิตหน้าโง่ที่ชอบขับกลอนห่วยๆ อยู่บนทะเลสาบอยู่หลายส่วนด้วยซ้ำไป
ทว่าน่าเสียดาย เมื่อนำชุดแขนยาวสีเขียวทั้งชุดกับเท้าซึ่งสวมรองเท้าหัวขาดคู่หนึ่งมาเทียบกับเครื่องแต่งกายของเหล่าบัณฑิตผู้ทรงภูมิพวกนั้นแล้วก็ช่างดูหมดสง่าราศียิ่งนัก บวกกับผมสั้นเสมอหน้าผากซึ่งแตกต่างจากผู้คนที่สัญจรบนท้องถนนโดยสิ้นเชิง แม้แต่ผ้าโพกศีรษะก็ไม่ได้คาด ก็ยิ่งทำให้ไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมแบบนี้เข้าไปอีก
บรรดาสาวน้อยที่เดินผ่านข้างทางขอเพียงมองประเมินการแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าของหลินหว่านหรงเพียงแวบเดียว โดยไม่จำเป็นต้องมองหน้าก็ PASS เขาไปทันที สายตาทอดมองตรงไปยังเหล่าบัณฑิตที่ว่าเหล่านั้นซึ่งกำลังยืนหนาวอยู่ตรงหัวเรือ เย็นยะเยือกจนตัวสั่นงันงกท่ามกลางสายลมหนาว
ทันใดนั้นเหล่าสะคราญโฉมที่อยู่ข้างทางก็กรูกันมาที่ริมทะเลสาบราวกับเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เหม่อมองไกลออกไปยังผิวทะเลสาบไม่หยุดหย่อน เสียงร้องด้วยความตื่นเต้นยินดีดุจนกขมิ้นอ่อนน่าระรื่นหู
“หวา มาดูเร็ว! มาดูเร็ว! คุณชายโหว โหวเยวี่ยไป๋ บัณฑิตอับดับหนึ่งแห่งจินหลิง”
“หวา หล่อจังเลย------“
“หวา น่าหลงใหลเสียเหลือเกิน-----“
“เฮ้อ คุณหนูบ้านใดถึงจะมีบุญเช่นนี้นะ-----“
หลินหว่านหรงมองไปด้านหน้าตามสายตาของเหล่าสาวน้อยทั้งหลาย
เห็นเพียงบนทะเลสาบนั้นมีเรือสำราญสามลำกำลังล่องลอยมาตามกระแสน้ำ แต่ละลำมีจำนวนสองชั้น น่าจะสูงสักหกถึงเจ็ดเมตรได้ แขวนโคมไฟเอาไว้สูง หอเก๋งชายคาทรงปลายงอน เรียกได้ว่าดูหรูหราสง่างาม
บนเรือทั้งสามลำล้วนมีธงโบกสะบัด ลำทางซ้ายและลำทางขวาต่างมีภาพอักษรขนาดมหึมาห้อยลงมาจากยอดเรือภาพหนึ่ง
ด้านขวาคือ “ลมวสันต์แทนใจข้า” ด้านซ้ายคือ “ปรารถนาเพียงตัวท่าน”
บนเรือลำกึ่งกลาง คุณชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงบริเวณหัวเรือ ใบหน้าขาวใสประดุจหยก ประคองพัดตั้งขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ชายเสื้อยาวโบกพลิ้ว ให้ความรู้สึกสง่างามปราศจากการผูกมัดอย่างบอกถูก
ตรงข้ามเรือสำราญทั้งสามลำนั้นคือเรือสำราญอันประณีตงดงามที่มีขนาดใหญ่กว่าลำหนึ่ง มากไปกว่านั้นขนาดยังใหญ่กว่าเรือสำราญทั้งสามลำของคุณชายโหวเสียอีก หอเก๋งชายคาทรงปลายงอน กอปรเป็นคุณลักษณะที่บอกไม่ถูก ทว่าน่าเสียดายที่รายล้อมด้วยผ้าม่านอันหนาทึบ มิอาจมองเห็นรูปร่างหน้าตาของบุคคลที่อยู่ภายในได้ บนโคมไฟขนาดยักษ์ซึ่งหันหน้ารับลมแกว่งไกวอยู่นั้นเขียนด้วยตัวอักษรเดินเส้นทองตัวหนึ่งว่า-----“ลั่ว”
“เป็นคุณหนูลั่วนี่เอง คุณหนูลั่วผู้ควบตำแหน่งยอดหญิงงามและยอดหญิงอันดับหนึ่งแห่งจินหลิง-----“ สตรีนางหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านข้างหลินหว่านหรงร้องขึ้นเสียงสูง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าเป็นแฟนคลับของแม่นางลั่วคนนี้
บัณฑิตอันดับหนึ่งแห่งจินหลิงคือตัวอะไรกัน หลินหว่านหรงไม่เห็นจะแยแสสักนิด ส่วนยอดหญิงงามและยอดหญิงอันดับหนึ่งแห่งจินหลิงคนนี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกดูแคลนอยู่บ้าง ในยุคนี้ผู้หญิงที่เล่นกลบทอักษรได้สองประโยคต่างก็พูดว่าตัวเองเป็นหญิงงาม ในยุคสมัยของเขา เหล่านักเขียนหญิงสาวสวยที่อาศัยงานเขียนของตัวเองมีมากมายเสียยิ่งกว่าเหาบนหัวควายเสียอีก เห็นจนไม่รู้สึกแปลกประหลาดอะไรมาตั้งนานแล้ว
“ได้ยินว่าคุณชายโหวตามเกี้ยวคุณหนูลั่วมาสองปี เขาซึ่งเป็นคุณชายแห่งเมืองจินหลิง ทั้งยังเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียงระบือไกลทั่วเจียงซูและเจ้อเจียง ด้วยชาติกำเนิดของเขา ด้วยความสามารถทางอักษรของเขา เฮ้อ หากข้าเป็นคุณหนูลั่วคงมีความสุขจนตายไปนานเสียแล้วล่ะ” สตรีผู้คลั่งไคล้นางหนึ่งกล่าวขึ้น
“โอ๊ย คุณหนูลั่วได้รับการขนานนามว่ายอดหญิงอันดับหนึ่ง ยอดหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งจินหลิง พวกเขาถือเป็นคู่สร้างคู่สม อย่าพูดว่าเมืองจินหลิงแห่งนี้ ต้องพูดว่าในหลายมณฑลของเจ้อเจียงหากคิดจะหาคู่ที่เหมาะสมกันอย่างพวกเขาเช่นนี้ก็ยากเย็นยิ่งนัก” สตรีคลั่งรักพูดต่อ
หลินหว่านหรงส่ายหน้าด้วยความจนใจ ผู้หญิงนี่ช่างเกิดมาเพื่อซุบซิบนินทาเสียจริง ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็เหมือนกัน
คุณชายโหวผู้สง่างามที่อยู่ในทะเลสาบนำเรือสำราญของตนเทียบข้างกับเรือของคุณหนูลั่วแล้ว กำลังประสานมือค้อมคารวะ เห็นชัดว่ากำลังพูดอะไรกับภายในเรือสำราญของคุณหนูลั่วอยู่
ผ่านไปเนิ่นนานถึงมีสาวใช้หน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินออกมาจากเรือสำราญของคุณหนูลั่วผู้นั้น พูดอะไรบางอย่างกับคุณชายโหวอยู่หลายประโยคตรงหัวเรือ สีหน้าของคุณชายโหวคนนั้นแสดงความผิดหวัง ต่อมาก็แสดงสีหน้าปีติยินดีขึ้นมาอีก
หลินหว่านหรงอยู่ห่างจากพวกเขามากเกินไป ถึงไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกันเลย ถึงกระนั้นก็ดูออกว่าสีหน้าของคุณชายโหวคนนั้นดูแปลกประหลาดมาก เด็กสาวแซ่ลั่วคนนี้ที่แท้ตอบรับหรือว่าปฏิเสธเขากันแน่ เจ้าคุณชายโหวคนนี้ทำไมถึงได้ประเดี๋ยวก็ผิดหวังประเดี๋ยวก็ดีใจ
เห็นได้ชัดว่าผู้คลั่งไคล้และแฟนคลับด้านข้างก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน ครั้นเห็นเรือสำราญของคุณหนูลั่วเคลื่อนที่ไปใจกลางทะเลสาบช้าๆ แฟนคลับของคุณหนูลั่วพูดออกมาด้วยความดีใจว่า “เป็นเช่นไร ข้าพูดไว้ไม่ผิดใช่หรือไม่ คุณชายโหวไม่ใช่ว่าจะเอาโยกคลอนจิตใจคุณหนูลั่วได้”
ผู้คลั่งไคล้ร้องโอ๊ยออกมาแล้วพูดว่า “ข้าว่าไม่แน่กระมัง ท่าทางของคุณชายโหวในเวลานี้ช่างยินดีปรีดายิ่งนัก ไม่แน่ว่าอาจจะเป็น จันทรากระจ่างกิ่งหลิวพลิ้วไสว นัดกับผู้รู้ใจสะคราญโฉม ก็เป็นได้นะ”
นี่ก็อาจใช่ เมื่อดูจากประเพณีนิยมของโลกนี้แล้ว สุดท้ายแล้วชายหญิงล้วนแตกต่างกัน หากจะพูดคุยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ย่อมหาสถานที่ปลอดคน เดือนมืดลมแรงถึงจะกระทำการได้ดี
คุณชายโหวเห็นเรือของคุณหนูลั่วค่อยๆ เคลื่อนออกไปไกล ก็ยังคงมีท่าทางผ่อนคลาย ใบหน้าประดับรอยยิ้มเช่นเคย ใช้สายตาจ้องเขม็ง ท่าทางทรงภูมิมั่นในรักที่ว่านั่นทำให้หลินหว่านหรงไม่สบอารมณ์
ไอ้หนุ่ม จะมากระหยิ่มยิ้มย่องอะไรกัน หากจะพูดถึงเรื่องจีบหญิง ฝีมือท่านปู่ของเอ็งอย่างข้าเนี่ยยังสูงกว่าเอ็งเป็นพันเป็นหมื่นเท่า ดูท่าทางลุ่มหลงของเอ็งนั่นสิ หลินหว่านหรงคิดด้วยความขุ่นเคือง
ถึงช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว บนผิวทะเลสาบลมหนาวพัดรวยริน ไหล่ของคุณชายโหวสั่นสะท้านประหนึ่งไม่อาจทนต่อความหนาวเย็นได้
สายตาของหลินหว่านหรงแหลมคม มองเห็นการเคลื่อนไหวนั้นอย่างชัดเจน จึงอดหัวเราะฮิฮะเย้ยหยันออกมาไม่ได้ พระอาทิตย์ ทำให้ไอ้เจ้าพวกอยากได้แค่บุคลิกสง่างามแต่ไม่อยากได้ความอบอุ่นพวกนี้แข็งตายไปเลย ตูยังว่าฤดูใบไม้ผลิทำไมถึงมาเร็วขนาดนี้ ที่แท้ไอ้เวรกับสาวน้อยพวกนี้เกิดกำหนัดนี่เอง
การหัวเราะเย้ยหยันของหลินหว่านหรงดึงดูดความสนใจของหญิงสาวหลายคนที่อยู่ด้านข้าง สายตาของพวกนางตกอยู่บนร่างหลินหว่านหรง เมื่อเห็นการแต่งตัวโทรมๆ และผมสั้นของเขาต่างก็ปิดปากแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แต่พอได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเขาแล้วกลับใบหน้าแดงซ่าน ไม่กล้ามองดูเขา
หลินหว่านหรงสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดเซนติเมตร เนื่องจากยืนหยัดฝึกฝนร่างกายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนานหลายปีจึงมีหุ่นแบนราบตั้งตรง เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง หน้าตาก็ไม่เลวยิ่งนัก ผิวสีแทนสุขภาพดีแบบนั้น เมื่อเทียบกับพวกบัณฑิตหน้าขาวที่เป็นเหมือนกันหมดในยุคนี้ก็ยิ่งมีเสน่ห์สั่นคลอนจิตวิญญาณคน
และไม่แปลกที่หญิงสาวพวกนั้นครั้นมองเขาเพียงแวบเดียวก็ไม่กล้ามองอีกต่อไป บุรุษผู้นี้ พลังในการโจมตีจิตใจพวกนางนั้นค่อนข้างรุนแรงเลยทีเดียว
ตอนเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งช่วงนั้น หลินหว่านหรงก็มีชื่อเสียงอยู่บ้างว่าเป็นเจ้าชายขี่ม้าดำ นักศึกษาสาวที่แอบรักเขามีจำนวนไม่น้อย
“ไอ้บ้านนอกจากที่ไหนกัน…..”
“ดูท่าทางกระจอกของมันสิ…..”
“พี่หวง การยืนร่วมกับไอ้กระจอกนี่เหมือนจะทำให้สถานะของท่านเสื่อมเสีย พวกเราอยู่ห่างจากมันเสียหน่อยเถิด…..”
ผู้ที่มีท่าทางเป็นบัณฑิตหลายคนซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างเมื่อดูฉากดีๆ ของคุณชายโหวจบลง เดิมความมั่นใจในตัวเองก็ถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอยู่แล้ว ถึงกระนั้นเหล่าสาวงามด้านข้างกลับเมินพวกเขาโดยสิ้นเชิง ในทางตรงกันข้ามสายตากลับไปรวมศูนย์อยู่ที่หลินหว่านหรง แล้วจะไม่ให้เหล่าบัณฑิตรู้สึกขุ่นเคืองได้อย่างไร