นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 6 มีคนมาจากดินแดนเหนือ ท่านลุงหายตัวไป ตอนที่ 6
ไห่ถังชะงักงัน ที่แท้คุณหนูสังเกตเห็นหมดแล้ว!
นางกัดฟันแน่น ส่ายหน้า “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ คุณหนู บ่าว...”
“ไห่ถัง เจ้ายังดูไม่ออกอีกหรือ? หลังจากท่านแม่เสีย ภายในจวนแห่งนี้ นอกจากเจ้า ยังมีผู้ใดเห็นข้าอยู่ในสายตาอีกเล่า? หากเจ้าไม่พูดความจริง เจ้าจะให้ข้าเป็นกบในกะลาหรือ?”
น้ำเสียงของเจียงหลานเยว่ราบเรียบ แต่ไห่ถังฟังแล้วแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “คุณหนู อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ พวกคุณชายเป็นพี่น้องร่วมมารดากับท่าน พวกเขาย่อมอยู่ข้างท่านแน่!”
เจียงหลานเยว่หัวเราะเยาะตนเองเบาๆ “ก็แค่หลอกตัวเองเท่านั้นแหละ!”
เจียงชิงเฉิงเข้ามาอาศัยในจวนพร้อมมารดาตั้งเนิ่นนาน ไหนเลยนางจะไม่รู้ว่าบิดาและเหล่าพี่ชายลำเอียงเพียงใด
ครั้งหนึ่งนางก็เคยเชื่อเช่นนั้น ว่าพวกเขาล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
ทว่าชะตากรรมอันน่าเวทนาในชาติปางก่อน สอนนางว่า บางสิ่งบางอย่าง มิใช่เพียงพยายามไขว่คว้าก็จะได้มา
นางไม่กล้าเชื่ออีกต่อไป และจะไม่เพ้อฝันอุ่นไอรักจากคนในครอบครัวนี้อีกแล้ว
นับจากนี้ไป เหล่าพี่ชายของนาง จะเป็นเพียงพี่ชายของเจียงชิงเฉิงเท่านั้น
แม้กระทั่งคู่หมั้นของนาง ก็กลายเป็นคู่หมั้นของเจียงชิงเฉิงเช่นกัน
สิ่งเหล่านั้นล้วนมิใช่ของนางอีกต่อไป
“คุณหนู บ่าวว่า...!”
ไห่ถังรู้สึกน้อยใจนัก ทั้งที่คุณหนูคือคุณหนูใหญ่ผู้เกิดจากภรรยาเอกแห่งตระกูลเจียงแท้ ๆ แต่เหตุใดชีวิตถึงรันทดเยี่ยงนี้
“เมื่อครู่ตอนบ่าวไปสั่งสาวใช้ในเรือน ให้ไปเอาอาหารจากครัวใหญ่ แต่กลับพบว่าห้องพักบ่าวไพร่ว่างเปล่า หญิงเฒ่าที่เฝ้าประตูบอกว่าข้ารับใช้ในเรือนคุณหนูรองไม่พอ และเห็นว่าท่านไม่อยู่ในจวน จึงย้ายสาวใช้ในเรือนท่านไปช่วยที่นั่นหมดแล้วเจ้าค่ะ”
“บ่าวไม่เจอใครเลย จึงไปที่ครัวใหญ่ด้วยตัวเอง แต่หญิงเฒ่าบอกว่า ตอนนี้กำลังใช้เตาไฟทุกเตาต้มยาให้คุณหนูรอง ไม่ว่างทำหมี่น้ำเจ้าค่ะ”
“บ่าวต้องใช้เงินติดสินบน แม่ครัวถึงยอมทำเกี๊ยวน้ำให้คุณหนูหนึ่งชาม”
ไห่ถังเล่าในขณะที่หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว เอ่ยขึ้นอย่างขุ่นเคืองว่า “บ่าวทั้งจวนเจียงตายกันหมดหรือไร ถึงเอาคนในเรือนของพวกเราไป!”
“พวกแม่ครัวก็เลือกที่รักมักที่ชัง เลวทรามสิ้นดี ท่านคือคุณหนูใหญ่เจียงแท้ ๆ แต่พวกนางกลับกล้าทำเช่นนี้กับท่าน”
เพียงจะกินเกี๊ยวน้ำสักชาม ยังต้องใช้เงินติดสินบน
เจียงหลานเยว่หลุบตาลง นางปวดใจหรือไม่?
แต่เรื่องเช่นนี้ก็เกิดขึ้นตลอดไม่ใช่หรือ?
ภายภาคหน้าจะต้องโหดร้ายยิ่งกว่านี้อีกแน่
คงเพราะข่าวรัฐทายาทซูจะแต่งงานกับเจียงชิงเฉิงแพร่ไปทั่ว ทำให้เหล่าบ่าวมองทิศทางลมออก เห็นว่าคุณหนูใหญ่เจียงไร้คนเหลียวแล จึงกล้ากลั่นแกล้งอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อไร้มารดาคอยปกป้อง บิดาและเหล่าพี่ชายก็ยิ่งหันไปเอ็นดูเจียงชิงเฉิงมากขึ้น
แม้ครอบครัวท่านตาที่รักนางยิ่งนักจะมีอำนาจใหญ่โต แต่เนื่องจากประจำการยังแดนไกล น้ำไกลย่อมดับเพลิงใกล้ไม่ได้ ส่วนมากจะช่วยอะไรไม่ได้
แม้นนางจะมีวรยุทธ์ติดตัว ทว่าภายในจวนราชครูซับซ้อน ยากแท้หยั่งถึง พี่ชายแต่ละคนก็ล้วนมิใช่คนธรรมดา สำหรับสายตาคนนอกแล้ว ถึงกระนั้นนางก็เป็นเพียงบุตรีที่ไม่เป็นที่โปรดปรานเท่านั้น
เจียงหลานเยว่หลุบตาลง มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
ไห่ถังเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยต่อ เพียงค่อย ๆ ปล่อยผ้าม่านเตียงลง แล้วล้มตัวลงนอนข้างคุณหนูอย่างเงียบงัน
ตลอดครึ่งคืนนี้ เจียงหลานเยว่หลับไม่สนิทนัก ดื่มยาแล้วรู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว
เมื่อลืมตาตื่นอีกที แสงอาทิตย์ก็ส่องทั่วห้อง ไห่ถังไม่อยู่ข้างกายแล้ว ได้ยินเพียงเสียงพูดคุยนอกห้องอย่างแผ่วเบา
“ไห่ถัง!”
เจียงหลานเยว่ร้องเรียกอย่างอ่อนแรง จึงรู้ว่าเสียงของตนแหบจนแทบออกเสียงไม่ได้ ยานั่นเห็นจะไม่ได้ผลนัก ร่างทั้งร่างยังอ่อนระโหย ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”
ไห่ถังรีบก้าวเข้ามาด้วยความร้อนใจ พอเห็นเจียงหลานเยว่ลืมตาขึ้น ดวงตาของนางก็คลอด้วยน้ำตาทันที
เจียงหลานเยว่ขมวดคิ้วแน่น “เกิดอันใดขึ้น? อยู่ดี ๆ จะร้องไห้ทำไม?”
“คุณหนู เมื่อครู่เถ้าแก่หยุนพาเซี่ยอันมาขอพบเจ้าค่ะ” ไห่ถังสะอึกสะอื้นพลางกล่าวว่า “องครักษ์เซี่ยบอกว่า เกิดศึกกะทันหันที่ภาคเหนือ กองทัพของพวกเราโดนล้อมอยู่ที่เหวสืออวิ๋น ท่านกั๋วกงกับคุณชายใหญ่สิ้นชีพในสนามรบ ยังไม่พบซากกระดูกเจ้าค่ะ”
“ส่วนท่านลุงเล็กของคุณหนูหายสาบสูญ ไม่ทราบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว”
เกิดเสียงดังสนั่นราวสายฟ้าฟาดกลางใจ
เจียงหลานเยว่ดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที ใบหน้าซีดขาวดุจกระดาษ นางจ้องไห่ถังตาค้าง
“เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
“เซี่ยอันต้องเสี่ยงชีวิตกว่าจะมาส่งข่าวนี้ได้ เถ้าแก่หยุนไม่กล้าไปส่งข่าวนี้ที่จวนเซี่ย จึงตั้งใจมาบอกคุณชายรองเจ้าค่ะ”
ไห่ถังเช็ดน้ำตาแล้วสะอื้น “แต่คุณชายรองมัวดูแลคุณหนูรองอยู่ ไม่ได้ออกมาพบเถ้าแก่หยุน เถ้าแก่หยุนจึงขอเข้าพบคุณหนูแทนเจ้าค่ะ”
ท่านตาของนางคือหนึ่งในสี่ยอดแม่ทัพผู้เลื่องชื่อในแคว้น ส่วนท่านลุงทั้งสองก็เติบโตมากับค่ายทัพ ออกรบเคียงข้างท่านตาอยู่เสมอ วิชายุทธ์ล้วนเลิศล้ำ
ท่านลุงใหญ่พี่สร้างความชอบไว้มากมาย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นแม่ทัพเวยอู่ ส่วนท่านลุงเล็กยิ่งเก่งทั้งบุ๋นและทั้งบู๊ อายุยังไม่มากก็ได้รับตำแหน่งแม่ทัพขั้นสาม นับเป็นผู้มีพรสวรรค์หาได้ยากในตระกูลแม่ทัพ
ไยจึงสิ้นชีพที่แดนเหนือได้เล่า?
เหตุใดชาติก่อนนางไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย?
เจียงหลานเยว่นิ่งเงียบอยู่นาน แววเย็นเยียบค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า
แท้จริงแล้วก็เพราะข่าวการสิ้นชีพของครอบครัวท่านตาส่งมาถึงเมืองหลวง ไม่มีผู้ใดคอยคุ้มครองนางอีกต่อไป ฉะนั้นพวกเขาจึงกล้าทำร้ายนางตามอำเภอใจ
เจียงหลานเยว่รู้สึกศีรษะหมุนคว้าง แต่นางฝืนยืน ไม่ให้ตัวเองล้ม
นางยันกายลุกขึ้น เอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “เซี่ยอันอยู่ที่ใด?”