นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 5 ผู้ใกล้สิ้นลมหายใจกับบะหมี่เกี๊ยวหนึ่งชาม ตอนที่ 5
เมื่อได้ยินเสียงเย็นเฉียบดังขึ้น เจียงหลานเยว่เงยหน้าสบเข้ากับดวงตาคมกริบคู่หนึ่ง
ในแววตาคู่นี้ไร้ซึ่งความอบอุ่น สีหน้าที่มองนางมีความรำคาญใจเล็กน้อย
เจียงหลานเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกหางตาขึ้นยิ้มบาง “ยัง ข้าไม่เคยพบผู้ใดรูปงามกว่าท่านแม่ทัพใหญ่เลย ดังนั้นท่านแม่ทัพต้องรักษาตัวให้ดี อยู่ยืนยาวถึงร้อยปีนะเจ้าคะ”
อวิ๋นเยี่ยนอัน “…”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงของไห่ถังดังมาจากภายนอกรถม้า “คุณหนูเจ้าคะ ท่านตื่นหรือยัง พวกเรามาถึงแล้ว หากตื่นแล้วก็รีบลงเถิดเจ้าคะ!”
เจียงหลานเยว่ชะงัก ก่อนจะยกม่านขึ้นดู เห็นว่ารถม้าจอดอยู่ที่ตรอกหน้าประตูหลังจวนตระกูลเจียง
นางกระโดดลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วค้อมกายคารวะ “ขอบคุณท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”
ครั้นนายหญิงบ่าวหายลับไปทางหน้าประตูจวนเจียง หยุนซงก็หันขวับไปพูดเสียงเบาในรถม้า “ท่านแม่ทัพ ข้าได้ยินมาว่าทางตระกูลเจียงเตรียมให้คุณหนูรองเตียงแต่งเข้าจวนโหวเป็นภรรยาเท่าเทียม แต่ก่อนหน้านี้ฮูหยินผู้เฒ่าคิดจะสู่ขอให้ท่าน แล้วบัดนี้จะทำอย่างไรดีเล่า”
กล่าวจบ หยุนซงก็ถอนหายใจนั่งหลังตรง
เขารู้สึกโกรธเคืองแทนท่านแม่ทัพ
ตั้งแต่ท่านแม่ทัพโดนทำร้ายร่างกาย ฮูหยินผู้เฒ่าก็ร่ำไห้ทุกวัน หมายจะหาคู่ครองให้ท่านแม่ทัพ เพื่อจะได้คลอดบุตรสืบสกุล
ครั้นเพิ่งจะหมายตาคุณหนูรองเจียงผู้สุภาพอ่อนโยนและเฉลียวฉลาดได้ไม่นาน ก็ดันเกิดเหตุรัฐทายาทช่วยคุณหนูรองเจียง ส่งผลให้ต้องตัวอีกฝ่ายจนเสียเกียรติ
คุณหนูรองเจียงช่างใจร้อนนัก
เกิดเรื่องราวอื้อฉาวเช่นนี้ ย่อมไม่น่าดูนัก
ครู่ใหญ่ต่อมา เสียงทุ้มเย็นเยียบก็ดังลอดออกมาจากรถม้า
“ผู้ใกล้สิ้นลมหายใจเช่นข้า ไยต้องลากผู้อื่นมาเสียเวลาด้วย”
......
ณ จวนสกุลเจียง
เพลานี้เมื่อหญิงชราเฝ้าประตูด้านหลังของจวนเจียงเห็นคุณหนูใหญ่กลับมาในคืนหิมะโปรย คิดเป็นตุเป็นตะว่าเกิดเหตุร้าย จึงรีบวิ่งเข้าไปแจ้งข่าวที่เรือนในด้วยความลนลาน
ณ เรือนฟางหวา
บ่าวไพร่ต่างพากันวุ่นวาย จัดเตรียมที่นอนและผ้าห่ม พร้อมทั้งเร่งจุดเตาผิงให้ความอบอุ่น
เมื่อภายในห้องเริ่มอุ่นขึ้น เจียงหลานเยว่ก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
ความฝันอันยาวนาวราวกับผ่านมาหนึ่งชาติแล้ว
บัดนี้ไห่ถังยังสบายดี และนางก็ยังมีชีวิต หวังเพียงว่าพวกนางจะมีชีวิตอย่างปลอดภัย
“ไห่ถัง ข้าหิวแล้ว เจ้าให้ห้องครัวยกเกี๊ยวไส้หมูสดมาสักชามเถิด ข้าอยากกินนัก”
ในฝันนั้น นางถูกทำลายพลังยุทธ์จนไร้ความสามารถป้องกันตัว
ตอนอยู่กับไห่ถังในวัดหานซาน อย่าว่าแต่กินเนื้อสัตว์เลย แม้แต่ไข่ใบเดียวก็แทบไม่ได้ลิ้มรส
อาหารที่นางอยากกินที่สุดในความฝัน คือเกี๊ยวน้ำของจวน ใส่น้ำส้มสายชูเล็กน้อย โรยผักชีเล็กน้อย รสชาติจะหอมอร่อยยิ่งนัก
“เจ้าค่ะ บ่าวจะให้คนไปยกมา คุณหนูนอนพักสักครู่ก่อนเถิด”
เจียงหลานเยว่พยักหน้ารับ หลังต้องหนาวเหน็บมาทั้งคืน ร่างกายนางอ่อนแรงนัก จึงหยิบตำราขึ้นมาหนึ่งเล่ม เอนหลังพิงหัวเตียงทำทีเหมือนจะหลับตาพัก
ไม่คาดคิดว่าไห่ถังจะหายไปนานเพียงนี้
เจียงหลานเยว่เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล ความทรงจำจากความฝันทำให้นางใจคอไม่ดี ขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้นไปตาม ไห่ถังก็เดินเข้ามาจากนอกห้องพร้อมหีบใส่อาหาร สีหน้านางไม่สู้ดีนัก
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ อากาศหนาวเช่นนี้ หัวเข่าท่านบวมหมดแล้ว รีบนอนพักเถิด”
ไห่ถังรีบประคองเจียงหลานเยว่กลับไปยังเตียง แล้วเปิดหีบอาหาร ยกเกี๊ยวน้ำออกมา
กลิ่นผักชีคลุ้งแตะจมูก ชวนให้เจียงหลานเยว่น้ำลายไหล นางรับชามมาแล้วถามขึ้นอย่างไม่ให้ผิดสังเกตว่า “เหตุใดถึงไปเสียนานนัก?”
ไห่ถังชะงักไปชั่วขณะ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้ปกติในเวลาอันรวดเร็ว นางยิ้มพลางกล่าวว่า “บ่าวไม่เชื่อมั่นฝีมือของพวกสาวใช้ เพราะพวกนางไม่รู้ว่าคุณหนูชอบแบบใด ก็เลยไปครัวใหญ่เอง แล้วยืนดูแม่ครัวทำให้เจ้าค่ะ”
ครัวของตระกูลเจียงไม่เคยปล่อยให้ไฟดับ เพื่อกันผู้เป้ฯนาย๗ธหิวตอนดึก จะได้มีอาหารให้รับประทาน
ต่อให้ไห่ถังไปเอง แต่ก็ไม่น่าใช้เวลาทำเกี๊ยวน้ำหนึ่งชามนานเพียงนี้
เจียงหลานเยว่ไม่อยากให้เสียรสขณะกิน อีกทั้งไม่อยากทำลายความตั้งใจของไห่ถัง จึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร กินเกี๊ยวไปครึ่งชาม
ไห่ถังเป็นผู้นำถ้วยชามออกไปวางไว้ด้านนอก จากนั้นจึงนำผ้าห่มมาปูไว้บนแท่นพักเท้า
“ไห่ถัง มานอนบนเตียงเถอะ”
เจียงหลานเยว่ขยับเข้าไปด้านใน แล้วตบที่ข้างกายเป็นเชิงเชื้อเชิญ
“คุณหนู… เช่นนี้ไม่ถูกระเบียบเจ้าค่ะ”
เจียงหลานเยว่หัวเราะ “ระเบียบอะไรกันเล่า ตอนนี้ตระกูลเจียงยังมีระเบียบอีกหรือ?”
“ขึ้นมา!”
เมื่อคุณหนูเอ่ยคำ ไห่ถังย่อมไม่กล้าขัด นางจึงค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างระมัดระวัง
ขณะที่นางกำลังจะลดผ้าม่านเตียงลงก็ได้ยินเสียงของเจียงหลานเยว่เอ่ยขึ้นว่า “ไห่ถัง ตอนเจ้ากลับมา สีหน้าไม่ค่อยดีเลย เกิดอะไรขึ้นหรือ?”