นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง

นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 4 แม่ทัพรูปงาม บทอวสานในความฝัน ตอนที่ 4

#4ตอนที่ 4 แม่ทัพรูปงาม บทอวสานในความฝัน

อวิ๋นเยี่ยนอัน!

คือแม่ทัพใหญ่อวิ๋น ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือแต่เยาว์วัย ผู้สังหารศัตรูกลางสมรภูมินับไม่ถ้วน

เจียงหลานเยว่ไม่คาดคิดเลยว่านี่จะเป็นรถม้าของแม่ทัพอวิ๋น บุรุษผู้นี้เป็นที่รู้จักกันทั่วเมืองหลวง

อวิ๋นเยี่ยนอันเกิดในตระกูลแม่ทัพ เป็นบุตรแห่งสวรรค์โดยแท้ ตระกูลอวิ๋นได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ยิ่ง

แต่ในศึกครั้งใหญ่เมื่อเจ็ดปีก่อน มีคำร่ำลือว่าบิดาและพี่ชายทั้งหลายของเขาวิเคราะห์ผิดพลาด ทำให้ทหารเจ็ดหมื่นนายสิ้นชีพด้วยน้ำมือข้าศึก บิดาและพี่ชายทั้งหลายก็สังเวยชีวิตในสมรภูมิครั้งนั้นด้วย

ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา อวิ๋นเยี่ยนอันผู้เคยเปี่ยมด้วยอุดมการณ์และความองอาจ กลับกลายเป็นบุตรของขุนนางทำผิด ผู้คนต่างพากันสาปแช่ง

แต่ใครจะคาดคิดว่าเพียงสามปีให้หลัง ชีวิตตกต่ำของอวิ๋นเยี่ยนอันจะพลิกผัน เขาเข่นฆ่าศัตรูทั่วสี่ทิศ กลาเยป็นเทพสงครามผู้เกรียงไกร เขตที่เขาปกปักรักษาไร้ศัตรูรุกราน

แต่ฟ้ากลับอิจฉาผู้มีพรสวรรค์ ในศึกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อวิ๋นเยี่ยนอันถูกศัตรูวางกลอุบายจนบาดเจ็บและได้รับพิษร้าย

พิษชนิดนี้ แม้แต่เจ้ากรมหมอหลวงยังจนปัญญา วินิจฉัยว่าเขาจะมีชีวิตอีกแค่ไม่กี่เดือนแล้ว

ยังมีข่าวลือแพร่สะพัดว่าอวิ๋นเยี่ยนอันสิ้นความเป็นชายไปแล้ว ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่บุรุษได้อีก

แม่ทัพใหญ่ในอดีตต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จะมิให้ผู้คนเวทนาได้อย่างไร

เจียงหลานเยว่จับแผ่นไม้แน่น มองบุรุษด้วยความระแวดระวัง

อวิ๋นเยี่ยนอันยกเปลือกตาขึ้นอย่างเยือกเย็น มองประเมินนางครู่หนึ่ง

หญิงสาวน้ำตาคลอเบ้า ร่ำไห้อย่างน่าสงสาร นี่หรือคือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง?

“รถม้าตระกูลเจียงออกเดินทางไปหมดแล้ว เหตุใดคุณหนูใหญ่เจียงยังอยู่ที่นี่?” เสียงทุ้มเหือดแห้งของบุรุษดังขึ้นอย่างเย็นชา

คำถามนี้ทำเอาเจียงหลานเยว่ได้แต่ก้มตาลง แต่พอตั้งสติได้ก็กล่าวว่า “น้องสาวป่วยหนัก พี่รองจึงเร่งพานางไปรักษากลางดึก ทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง”

อวิ๋นเยี่ยนอันขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าดุดัน “ดังนั้นเจ้าจะเดินกลับด้วยสองเขาตัวเองงั้นหรือ? ช่างโง่เง่านัก”

ใบหน้าเจียงหลานเยว่ซีดเผือด กล่าวเสียงต่ำว่า “ใช่แล้ว ข้าโง่ ข้าเอาแต่ใจ ฉลาดไม่เท่าน้องสาว”

ดังนั้น นางถึงได้จบชีวิตอย่างน่าสมเพช ถูกครอบครัวทอดทิ้ง ถูกคนชั่วหยามเหยียด

ทั้งที่นางคือคุณหนูเพียงหนึ่งเดียวแห่งจวนราชครู คือแก้วตาดวงใจของบิดามารดาและเหล่าพี่ชาย

ทั้งที่ซูเฉิงเจ๋อก็คือคู่หมั้นของนางตั้งแต่เยาว์วัย

แต่บัดนี้ พี่ชายทั้งหลายต่างชื่นชอบเจียงชิงเฉิง แม้แต่คู่หมั้นของนางก็ยังชมชอบ หัวใจเอนเอียงไปหาอีกฝ่าย

พี่ใหญ่เกลียดชังนางนัก ตำหนิว่านางไม่รู้ความ เอาแต่รังแกเจียงชิงเฉิงอยู่ร่ำไป

พี่รองถึงกับตบตีด่าทอนางเพียงเพราะเจียงชิงเฉิง

พี่สามรังเกียจเดียดฉันท์นางยิ่งกว่าผู้ใด ของที่นางเคยแตะต้อง เขาจะโยนทิ้งประหนึ่งของโสมม

แม้แต่น้องชายคนเล็กก็ยังติดเจียงชิงเฉิงอย่างหนัก

เจียงชิงเฉิงได้ทั้งความรักและความเอ็นดูจากทุกคนแล้ว เหตุใดจึงยังไม่พอ ยังต้องเอาชีวิตของนางอีก?

“แค่ก แค่ก แค่ก...”

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ไออย่างรุนแรง

เจียงหลานเยว่เห็นเขาหลังค่อมเล็กน้อย ใช้ฝ่ามือปิดปากปิดจมูก ใบหน้าและริมฝีปากซีดขาวคคล้ายคนกำลังป่วย

มีคำเล่าลือทั่วเมือง ว่าแม่ทัพใหญ่อวิ๋นหลงรักน้องสาวต่างมารดาของนางสุดหัวใจ และตั้งมั่นว่าจะแต่งกับอีกฝ่ายเพียงผู้เดียว ครั้นอีกฝ่ายถึงวัยปักปิ่นก็ถูกรัฐทายาทซูแย่งไปเสียก่อน

เขาไม่เพียงแต่งผิดหวังกับความรัก ยังอายุสั้นอีกด้วย

แม่ทัพใหญ่อวิ๋นกับนาง ล้วนมีชีวิตอาภัพทั้งคู่

เจียงหลานเยว่ปรายตามองใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่ม ก่อนจะอดเอ่ยไม่ได้ว่า “ลมหนาวแรงนัก ท่านแม่ทัพโปรดรักษาสุขภาพด้วยเถิด”

แม่ทัพผู้เคยสร้างคุณูปการใหญ่หลวงเช่นเขา ไม่ควรมาตายกลางสายลมหนาว

แววตาดำขลับของอวิ๋นเยี่ยนอันสั่นไหว ราวกับหัวใจถูกบีบแน่น เขาเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วเบา

ภายในรถม้าตกอยู่ในความเงียบงัน

อวิ๋นเยี่ยนอันยินยอมให้ทั้งสองติดรถลงเขาไปด้วย

กลิ่นอายที่แผ่ซ่านบนตัวอวิ๋นเยี่ยนอันแรงกล้าเกินไป เจียงหลานเยว่รู้สึกปวดศีรษะยิ่ง นางนั่งพิงมุมรถม้า มือกำชายเสื้อของไห่ถังไว้แน่น ไม่นานก็หลับไป

นางไม่ได้หลับดีนัก เพราะนางฝันเห็นภาพโหดร้ายที่ตนกับไห่ถังเจอในวัดหานซาน

ทันทีที่เห็นไห่ถังถูกลากตัวออกไป เจียงหลานเยว่ก็ลืมตาพึ่บ

จนเมื่อเห็นอวิ๋นเยี่ยนอันนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ข้างกาย นางจึงได้สติว่าตนมิได้อยู่ในวัดหานซานแล้ว

กลิ่นจันทน์ลอยอวลในอากาศ เจียงหลานเยว่แอบชำเลืองมองชายหนุ่ม

เขาพิงตัวอยู่กับผนังรถม้า ร่างคลุมด้วยเสื้อขนจิ้งจอกสีขาว ริมฝีปากซีดขาว ดูแล้วร่างกายคงไม่สู้ดีนัก

กระนั้นความอ่อนแอนั้นมิได้กลบความสง่างามบนใบหน้า ครั้นเขาหลับตาเช่นนี้ กลับยิ่งดูเศร้าสะท้อนใจยิ่งนัก

สามเดือนก่อน ในศึกครั้งนั้น แม่ทัพอวิ๋นบาดเจ็บสาหัสกลางสมรภูมิ

ผู้คนต่างร่ำลือว่าเทพแห่งสงครามแห่งตระกูลอวิ๋นสิ้นแล้ว

แม้ครั้งหนึ่งชื่อเสียงจะขจรขจายเพียงใด ทว่าบัดนี้ก็เป็นเพียงสวะที่ใกล้ลงโลงแล้ว

เป็นเพียงคนอายุสั้น ป่วยออด ๆ แอด ๆ เท่านั้นเอง!

หากต้องทรมานอยู่ในร่างที่พังทลายเช่นนี้ สู้ตายเสียแต่เนิ่น ๆ ยังจะดีกว่า

เจียงหลานเยว่เม้มริมฝีปากเบา ๆ ชาติก่อนเขาอายุสั้นจริง

ไม่นานหลังจากซูเฉิงเจ๋อแต่งกับเจียงชิงเฉิง แดนเหนือก็เกิดศึกใหญ่ แคว้นต้าเยี่ยนไร้ผู้ทรงฝีมือ เทพสงครามแห่งแคว้นต้าเยี่ยนตรงหน้าท่านนี้ พาสังขารอันอ่อนแอไปขับไล่ศัตรูจนพ่ายแพ้ต่อเนื่อง สุดท้ายก็รักษาแผ่นดินและประชาราษฎร์ไว้ได้

แต่ไม่นาน เขากลับสิ้นใจเพราะลมหนาวและไข้สูงอย่างไม่คาดคิด

ข่าวนี้ส่งถึงเมืองหลวง ทั่วทั้งแผ่นดินต่างโศกเศร้า ฮ่องเต้ถึงกับงดราชการสามวันเพื่อไว้อาลัยแก่แม่ทัพอวิ๋นเยี่ยนอัน

“ยังมองไม่หนำใจรึ?”

นางหนาวตายในวัดร้าง เหล่าพี่ชายเสียใจจนคลั่ง: ตอนที่ 4 แม่ทัพรูปงาม บทอวสานในความฝัน ตอนที่ 4