ทนายดังเดือด! หลังแกนนำชาวพุทธแจ้งความอ้างสนับสนุนภาพ "พระพุทธเจ้าอุลตร้าแมน"

ทนายดังเดือด! หลังแกนนำชาวพุทธแจ้งความอ้างสนับสนุนภาพ "พระพุทธเจ้าอุลตร้าแมน"
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกว่ายังเดือดต่อเนื่อง สำหรับกรณี "ภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน" และส่อเค้าวุ่นกันไม่เลิก เนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกันสองฝ่าย โดยกลุ่มพลังชาวพุทธพลังแผ่นดินลุยฟ้องดะเรียงตัวทุกคนที่มาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ขณะที่อีกมุมหนึ่งมีการนำภาพไปประมูลนำเงินมอบให้เด็กที่วาด 10% และที่เหลือ 90% บริจาคให้โรงพยาบาลด่านขุนทด เพื่อนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ 

ล่าสุดรายการโหนกระแส ออกอากาศเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) โดย "หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอยในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45 – 14.25 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ทั้ง ปกรณ์ พรชีวางกูร เจ้าของภาพ ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวแทนกลุ่มพุทธศาสนาพลังแผ่นดิน และ "ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์" ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกแจ้งความด้วย ซึ่งวันนี้ต่างฝ่ายต่างปะทะคารมกันอย่างดุเดือด

>> ตะลึง! พระพุทธรูปอุลตร้าแมน ภาพที่ 2 ปิดประมูลด้วยราคา 2 ล้านบาท

>> ประมูลภาพ "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน" จบ 6 แสน แบ่งเงินช่วยรพ.-นศ.ผู้วาด พร้อมช่วยสู้คดี

ทำไมแจ้งความอ.เฉลิมชัย?

จรูญ : "เป็นผู้ประกาศโฆษณา ให้น้องทำต่อไป"

แต่ท่านไม่ได้สนับสนุนนะ?

จรูญ : "อาจารย์เป็นผู้ชี้นำสังคมได้ พูดอะไรมาทุกคนเชื่อหมด หากอาจารย์บอกว่าไม่ผิด อย่าไปปิดกั้น มันเป็นการสนับสนุน ถ้าต่อไปใครอยากทำอะไรก็ทำตาม ศิลปินแห่งชาติบอกไม่ผิด ก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย เป็นผู้ประกาศโฆษณา เชิญชวนให้คนอื่นกระทำความผิด"

อาจารย์บอกเป็นเรื่องเจตนา น้องไม่ได้ลบหลู่ดูหมิ่น?

จรูญ : "พูดอย่างนั้นไม่ได้ พระพุทธเจ้าคือพุทธานุสติของเรา พระพุทธเจ้าเป็นผู้ชี้นำความถูกต้องให้เรา การใช้รูปอุลตร้าแมน มันย่ำยีจิตใจของเราอยู่แล้ว"

คุณปกรณ์บอกองค์ท่านนิพพานไปแล้ว ทิ้งไว้แค่คำสอน หลังจากนั้นมนุษย์เองมาบัญญัติเป็นวัตถุขึ้นมาว่าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าให้กราบไหว้ เป็นไปได้มั้ยเราอาจมายึดติดเองกับวัตถุ?

ปกรณ์ : "สิ่งที่ ดร.ทำ มันย้อนแย้งกับสิ่งที่พูดเมื่อกี้"

จรูญ : "ไม่ได้ย้อนแย้ง มันเป็นการยืนยันว่านี่คือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากสร้างวัดพระแก้วแล้วถูกปู้ยี่ปู้ยำ รับได้มั้ย"

อาจารย์ก็มีเจตนาดี?

จรูญ : "ภาพวาดต่างๆ อาจารย์ ถ้าผมเอาออกแล้วเขียนรูปอื่นเข้าไป เขียนว่าเป็นจิตรกรรมของผม ถามว่าอาจารย์จะยอมมั้ย คือเขาดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วบอกว่าเป็นของเขาได้มั้ย ที่เล่าให้ฟังคือในศาสนาเป็นของชาวพุทธ ทุกคนมองพระพุทธเจ้ายึดเหนี่ยวจิตใจ คุณมาย่ำยีแบบนี้เราไม่ยอม"

ทำไมพี่เดชาขำ?

เดชา : "มันไม่น่าเป็นคดีความ"

มองยังไง?

เดชา : "เห็นใจ ผมก็เป็นเอฟซีอาจารย์เฉลิมชัย ท่านก็สร้างสรรค์ไม่เห็นมีอะไรผิดกฎหมาย ที่บอกว่าโฆษณาให้คนทำผิดกฎหมาย ทำอะไรครับ"

จรูญ : "ก็มาตรา 85"

เดชา : "อาจารย์โฆษณาให้ใครทำผิดกฎหมาย"

จรูญ : "เขาทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว แล้วอาจารย์บอกว่าไม่ผิดให้ทำต่อไป อาจารย์ออกเทปออกยูทูบไม่ใช่เหรอ"

เดชา : "ดูแล้วมันไม่ผิดไง ไม่ต้องอ่าน เรียนจบเนติบัณฑิตมา"

จรูญ : "เขาก็เป็นคนการันตี สนับสนุนให้ทำผิดกฎหมาย"

เดชา : "ท่านมีทนายความ ต้องรู้ว่าสนับสนุนคือต้องก่อนวาดรูปครับ ยังยืนยันจะดำเนินคดีกับทุกคน ที่ไปแจ้งความนี่อยากให้ดำเนินคดีกับทุกคนใช่มั้ย"

จรูญ : "ถึงที่สุด"

เดชา : "เดินสายออกแต่ละช่อง ผิดหนึ่งครั้งๆ แต่ละครั้งก็สองปี ทราบมั้ยเนี่ย ทนายบอกมั้ย"

จรูญ : "ที่พูดมาทั้งหมดก็เหมือนกัน ก็ผิดเหมือนกัน"

เดชา : "พูดมาเลยต่อหน้า ผิดอะไร"

จรูญ : "ตอนนี้การกระทำความผิดมันเกิดขึ้นแล้ว"

เดชา : "อะไรล่ะครับ คุณกล่าวหาผมเหยียดหยามศาสนาใช่มั้ย"

จรูญ : "เปล่า ผมไม่ได้บอกว่าคุณเหยียดหยามศาสนา"

เดชา : "แล้วคุณไปแจ้งผมข้อหาอะไร"

จรูญ : "โฆษณานี่ไง ไปลงในเฟซบุ๊กบอกว่าทำดีแล้ว คือไม่ต้องห่วง ทั้งท่านกับผม ขึ้นศาลอยู่แล้ว ก่อนผมจะทำ ผมต้องคิดอยู่แล้ว"

เดชา : "แสดงว่าคุณไตร่ตรองมาแล้ว วางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี ถูกต้องมั้ย"

จรูญ : "คือผมเห็นแล้วว่าถ้าผมไม่ทำ ทนายหรือคนอื่น ก็จะต้องกระตุ้นเด็กให้ทำแบบนี้"

เดชา : "ผมพูดอะไร"

จรูญ : "การันตีว่ามันไม่ผิดไง ต้องบอกว่าทนายมีชื่อเสียง เดินสายออกทุกที่ แต่ผมนี่เป็นครั้งแรกที่มาออกนะ"

เดชา : "ออกเกือบทุกช่องแล้วนะ ช่องละ 2 ปีนะ ทนายบอกมั้ย ก็ไปด่าช่องโน้นช่องนี้ มันผิดหมด"

จรูญ : "แล้วจริงมั้ย ถ้าไม่จริงก็ฟ้องกลับเหมือนกัน ที่ละ 2 ปีเหมือนกัน"

เดชา : "ฟ้องเลยนะ"

จรูญ : "ไม่ต้องห่วงมีแน่นอน"

>> กลุ่มชาวพุทธฯ ออกโรง! ร้องเอาผิดนักศึกษา-อ.เฉลิมชัย ปมพระพุทธรูปอุลตร้าแมน

เอาเรื่องปกรณ์ด้วยมั้ยเนี่ย?

จรูญ : "ยังไม่บอก"

เดชา : "คุณบอกว่าฟ้องแล้ว อ้าว พูดแล้วจำไม่ได้ล่ะสิ"

จรูญ : "จำไม่ได้"

เดชา : "คุณเป็นคนบอกจะดำเนินคดีเขา คุณบอกความผิดสำเร็จแล้ว"

สอบถาม "พระพยอม กัลยาโณ" วัดสวนแก้ว เรื่องนี้ท่านมองยังไง?

พระพยอม : "เกินไป ต้องดูว่าเด็กเจตนาหยามหมิ่นหรือเปล่า เราเป็นชาวพุทธต้องอภัย เมตตาปราณีกัน เขาบอกไม่มีเจตนา เขาอยากให้พระพุทธเจ้ามีฤทธิ์ ทันยุคทันสมัย เป็นความคิดเด็กๆ ยุคสมัยเปลี่ยน สังเกตมั้ยเราก็มีพระพุทธรูปแปลกๆ หลายแบบในวัด อย่างพระพุทธรูปใส่แว่นดำ หรือหลวงพ่อปากแดง มันมีมานานแล้ว เด็กนักศึกษาคนนี้เขามีแนวคิด ศิลปะไม่มีผิดถูก แล้วแต่สมองใครที่จะเขียนออกมา พระพุทธรูปมีวาดกันมาตั้งแต่เหม เวชกร นี่เป็นต้นตำรับในการวาดภาพพุทธประวัติ วาดกันมาเรื่อยๆ ก็มีวาดสวยมาก คุณคำนวณ ชานันโท อาตมาก็ไปจ้างวาดเกือบร้อยภาพ คนเรามีหลากความคิด แตกต่างกัน พอไปอวดก็โดนคนไม่ชอบตำหนิติเตียน คนเห็นด้วยกับน้องก็มี ถ้าคิดในมุมดี มีแต่ได้ไม่มีเสีย ผู้ใหญ่ไม่ให้อภัยเด็ก เด็กไปขอโทษผู้ใหญ่ ขอฝากคำสั้นๆ ถ้าเด็กรู้จักรีบขอโทษไวๆ ผู้ใหญ่รีบให้อภัยเร็วๆ เปลวนรกจะไม่เผาอกเผาใจ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก"

กลุ่มชาวพุทธเกรงว่าถ้าปล่อยผ่านไป จะมีเด็กๆ วาดอีกเพื่อนำภาพไปประมูลอีก?

พระพยอม : "ก็พูดเตือนกันไป คุยกันให้ดี ต้องดูว่าพุทธศิลป์ว่าไง อ.เฉลิมชัย ว่าไง"

อ.เฉลิมชัยโดนแจ้งความแล้ว?

พระพยอม : "พระพยอมโดนแจ้งความในฐานะหาว่าเข้าข้างเด็กมั้ย เป็นผู้ใหญ่ต้องมีเมตตาบ้าง เด็กผิดครั้งเดียวจะเอาเข้าคุกเลยเหรอ เขาก็ไม่ใช่คนเลวคนชั่วมาก่อน เหยียดหยามพระศาสนามาก่อนหรือเปล่า แค่เขียนพุทธรูปให้ทันสมัย เติมฤทธิ์ให้พระพุทธเจ้า ถามจริงๆ พุทธประวัติก็มีอิทธิฤทธิ์เยอะ เราก็เติมกันมา หลวงตามหาบัว หนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ก็เติมฤทธิ์เติมอะไรกัน คนเมื่อก่อนเขาเติมฤทธิ์ ไม่ได้เป็นภาพอุลตร้าแมนก็เลยไม่มีเรื่อง แต่ขอเตือนหนูๆ น้องๆ ถ้าวาดภาพแบบนี้ไปประมูลเพื่อเอากำไร ก็ขอติงไว้หน่อย จะล้ำเส้นไป ใครเติมก็อธิบายให้ผู้ใหญ่ฟังให้ได้ว่าอยากให้พระพุทธเจ้ามีฤทธิ์ทันสมัย ไม่งั้นเป็นพระพุทธเจ้าตกรุ่น อาตมาไม่ถือโทษโกรธเด็ก"

จรูญ : "เป็นเพราะเหตุนี้ เราถึงค่อยมาฟ้อง ถ้าให้คนทั้งประเทศไทยโต้วาทะกันก็ไม่มีทางจบ คนที่จะสั่งให้หยุดทุกอย่างคือศาล"

พระพยอมบอกว่าไม่จำเป็นต้องเอาให้ติดคุกติดตะราง ติเพื่อก่อได้มั้ย เรื่องราวพระพุทธประวัติก็มีการใส่อิทธิฤทธิ์?

จรูญ : "เรื่องเล่าธรรมดา มันเล่ายังไงก็ได้ อภินิหารยังไงก็ได้ แต่ถ้าออกมาลักษณะแบบนี้ก็ถือว่าลบหลู่ เหยียดหยาม"

ติได้มั้ยว่าทีหลังอย่าทำอีก ต้องเอาถึงขั้นแจ้งความเลยเหรอ?

จรูญ : "ตอนแรกเหมือนจะจบ แต่มีคนเชียร์อยู่ข้างหลัง มีคนการันตีว่าทำแบบนี้ไม่ผิด เราถึงเอาไว้ไม่ได้ จะเป็นมาตรฐานสังคมต่อไป ถ้าภาพนี้มีศิลปินบอกไม่ผิดทำไปเลย ทนายบอกว่าไม่ผิด ต่อไปศาสนาพุทธก็ไม่เหลือแล้ว" 

ปกรณ์ : "ผมมองว่าสิ่งที่ท่านกำลังพูดคือการดูถูกสติปัญญาคนอื่นจนเกินไป มันไม่มีใครสั่งใครได้ ไม่มีใครบอกให้ใครคิดแบบนี้อย่างนี้ได้ แล้วจะบอกว่าศิลปินแห่งชาติ ทนายโน้มน้าวคนนั้นคนนี้ได้ แล้วสังคมต้องฟัง มันไม่ใช่ คนพวกนี้พูดอะไรสังคมไม่จำเป็นต้องฟัง คุณทนายพูดอะไร ผมจำเป็นต้องฟังมั้ย ไม่ใช่ เราสามารถแยกแยะได้เอง แต่คุณ ดร. บอกว่าคนกลุ่มนี้ที่ถูกแจ้งความ เพราะไปพูดชี้นำ คุณดูถูกสติปัญญาคนในสังคมมากจนเกินไปแล้ว ทุกคนก็มีความคิดของตัวเอง แม้แต่ฝั่งคุณก็มีความคิดเป็นของตัวเอง พวกผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย อยากคิดอะไรก็คิดไป มีแต่พวกคุณที่ว่าฝั่งผมฝ่ายเดียว ทั้งที่พวกคุณมีกันแค่ 5 คน"

จรูญ : "เขาบอกว่าผมดูถูก ผมดูถูกอะไร"

ปกรณ์ : "ก็ที่คุณมาบอกว่าฝั่งนี้พูดอะไร ใครก็เชื่อไง"

จรญ : "มันพูดอย่างนั้นไม่ได้ บอกว่าจะให้ทุกคนมีสติสัมปชัญญะ ดูเอาเอง แล้วแต่ใครจะทำ พูดอย่างนั้นไม่ได้ ในสังคมเราต้องปกครองด้วยระเบียบด้วยแบบแผน"

แม้แต่พระพยอมบอกมาแล้วก็ไม่ได้เหรอ?

จรูญ : "สไตล์พระเป็นแบบนี้ทุกองค์ พระต้องบอกว่าอย่าไปอะไรเลย อย่าจองเวรจองกรรม คือท่านสอนมาอย่างนั้น"

ล่าสุดมีคนไปล่ารายชื่อถอดถอน?

จรูญ : "ได้ข่าวมาอย่างนั้น ก็มีคนเล่าให้ฟัง เขาบอกว่ามีคนเขียนในไลน์ว่าจะล่ารายชื่อถอดถอนผมออกจาก ดร. ผมไม่รู้ว่ายังไงนะ"

ปกรณ์ : "เห็นมีคนพูดอยู่สี่ห้าคนเองมั้ง ส่วนมากเขาพูดว่าจบ ดร.จากไหน ทำไมตรรกะได้ขนาดนี้ เอาอะไรคิด"

ก็โดนด่าเหมือนกัน?

จรูญ : "โดนด่าเยอะมาก แต่เดิมพอเด็กทำ ด่าเด็ก พอ อ.เฉลิมชัยออกมาก็ด่าอาจารย์ แต่พอผมมา เริ่มเปลี่ยนประเด็นด่าผมแทน"

พี่เดชา ถ้าเขาดำเนินการถึงที่สุด ก็พร้อมเอาคืน?

เดชา : "เห็นบอกฟ้องมา 300 คดี ยังไม่เคยโดนเลย เดี๋ยวจะจัดให้ไง เพราะวันนี้ถามแล้วว่าที่ไปแจ้ง เป็นสีสันหรือเอาจริงเอาจัง จะเอาผมติดคุกใช่มั้ย"

จรูญ : "นี่คือซีเรียส นี่คือศาสนาผมนะ"

เดชา : "ผมหมายถึงที่ไปแจ้งที่กองปราบ ต้องการให้ดำเนินคดี ให้ติดคุกใช่มั้ย"

จรูญ : "ใช่ ผมถือว่ามาย่ำยีศาสนาผม"

เดชา : "คุณบอกผมย่ำยีศาสนาคุณ"

จรูญ : "ไม่ใช่ ท่านไปสนับสนุน"

เดชา : "ผมทำอะไรผิดที่ไปแจ้ง"

จรูญ : "ภาพมันย่ำยีศาสนา รอถามตำรวจแล้วกัน ท่านไม่ได้เกี่ยวกับภาพ แต่ท่านเป็นอย่างอื่น"

เดชา : "แล้วอะไรล่ะ"

จรูญ : "ก็ไปถามตำรวจสิ"

>> ทนายยัน "วาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน" ไม่ผิดกฎหมาย วอนอย่าปิดกั้นเด็ก

ไปแจ้งความอะไรเขา?

จรูญ : "เป็นผู้โฆษณา การันตีว่าการกระทำแบบนี้ไม่ผิด แล้วเขาก็หัวเราะเยาะว่าไม่ผิดตรงไหน ไม่เข้ามาตรา 206"

แล้วเข้ามั้ย?

จรูญ : "ผมบอกว่าเข้า แต่เขาบอกไม่เข้า"

เดชา : "ระวังคุกนะ"

จรูญ : "ไม่ต้องมาขู่ผม ไม่ต้องห่วงผม ถ้าผมไม่แน่จริง ผมไม่กล้าทำขนาดนี้"

เดชา : "โอ้โห นี่ยืนยันจะเอาเข้าคุกนะเนี่ย"

จรูญ : "ไม่ต้องห่วง จัดมาได้เลย ไม่ต้องถาม มีเท่าไหร่ก็ไม่ต้องถาม"

มองข้ามไม่ได้เหรอ พระพยอมก็บอกมา?

จรูญ : "ผมมองเด็กไม่เป็นไรหรอก ถ้าถึงศาล มันมีช่องออกสำหรับเด็ก" 

เดชา : "เอางี้มั้ยล่ะ คุณก็ถอนเด็กออกไปเลย อ.เฉลิมชัยก็ถอนไป เหลือผมคนเดียว"

จรูญ : "ไม่ได้"

>> "อาจารย์เฉลิมชัย" สยบดราม่าภาพพระอุลตร้าแมน ส่งกำลังใจให้นักศึกษาเจ้าของผลงาน

ผอ.เจ้าของสถานที่เขาโดนอะไร ไปแจ้งความเขาทำไม?

จรูญ : "ก็ให้สถานที่ไง"

ปกรณ์ : "ทุกคนมีแต่เจตนาดีทั้งนั้น แต่ทำไมใจความของงานกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ทั้งที่ทุกอย่างเพื่อสาธารณกุศลหมดเลย"

จรูญ : "ตามกฎหมายครับ มันเกี่ยวข้องกับใครก็ต้องเอา จะเลือกไม่ได้ มาด้วยกันหมด ทำไมถึงเลือกที่รักมักที่ชัง ก็มันมาด้วยกัน เราก็ต้องรวมกันแล้วค่อยไปว่ากัน คนตัดสินคือศาล ถ้าให้เรามาโต้กัน 3  ปีก็ยังไม่จบ"

ใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม ดร.?

จรูญ : "เป็นกลุ่มแล้วกัน อย่าบอกว่าใครเป็นหัวหน้า"

หัวหน้ากลุ่มเขาคิดยังไง?

จรูญ : "กลุ่มเป็นตัวแทนศาสนาพุทธ เราทำขึ้นมาเพื่อคนกลุ่มหนึ่ง ชาวพุทธมีหลายกลุ่ม"

มีกี่คนลงชื่อ?

จรูญ : "3 คนที่ลงชื่อฟ้อง"

ถ้าฝั่งนี้รวมตัวไปลงชื่อ?

จรูญ : "ก็ได้ ลงชื่อมาเขาอาจไม่เกี่ยวก็ได้ อาจลงชื่อสนับสนุน"

ปกรณ์ : "อีก 2 คนที่ลงชื่อ ไม่เกี่ยวก็ได้เหรอ"

จรูญ : "แล้วแต่ทนายว่าจะจัดให้เกี่ยว"

เดชา : "ไม่ต้องไปท้าเลย ถึงเวลาแล้วจะร้อง"

วันนี้บ่ายสามจะมีการปิดประมูลภาพที่สอง?

ปกรณ์ : "ตอนนี้ล้านกว่าแล้วนะ ผมว่าจะบริจาคส่วนนึงให้มูลนิธิเด็กปัญญาอ่อน ผมรู้สึกตลกคนบกพร่องทางความคิดมันเยอะ"

จรูญ : "หมายถึงผมด้วยรึเปล่า"

ปกรณ์ : "ไม่ได้หมายถึงพี่ครับ คนบกพร่องทางความคิดมันเยอะ มีคนพยายามตีกรอบให้อยู่ในความคิดของเขา เราไม่ควรเอาจริตตัวเองไปขีดเส้นให้ใครเดิน คุณไม่ได้มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมาตรฐานให้ใคร ผมฝากแค่นี้ สุดท้ายจินตนาการคนเรามันสำคัญ พี่ไม่ได้มีความสามารถพอไปควบคุมความคิดใครได้ แม้แต่คนในโลกนี้ก็ไม่มีใครควบคุมความคิดได้"

พี่เดชาจะบอกอะไร?

เดชา : "ทนายหรือใครบอกมั้ยว่าไปแจ้งความเท็จ หรือใส่ร้ายชาวบ้านว่าเหยียดหยามศาสนา ถ้าไม่เป็นความจริงต้องติดคุก"

จรูญ : "ไม่ต้องมีใครบอก ผมก็เรียนกฎหมายมาเหมือนกัน"

เดชา : "แสดงว่ารู้ดีนะที่ไปแจ้ง ไตร่ตรองมาแล้ว"

จรูญ : "ทนายขู่ผมมาเยอะ ตำรวจก็ขู่ ผมเรียนกฎหมายมาเหมือนกัน"

ปกรณ์ : "เดี๋ยวจะรู้มากกว่านี้"

จรูญ : "ถ้าถามแบบนี้เหมือนการขู่ เหมือนกรรโชก"

เดชา : "มีสร้อยเหรอ"

จรูญ : "ยียวนแล้ว อยากจะฟ้องก็ฟ้องมาเลย ผมรออยู่ ไม่ต้องขู่ ตำรวจ-อัยการก็ขู่ ป.ป.ช.ก็ขู่ ขู่มาทุกรูปแบบ แต่ผมก็รออยู่"

ปกรณ์ : "เรื่องศาสนา พี่ก็จะสู้ต่อไป"

จรูญ : "ใช่ครับ นี่คือจิตวิญญาณของเรา คุณมาย่ำยีจิตใจพวกเรา"

เดชา : "ผมย่ำยีเหรอ"

จรูญ : "ไม่ต้องมาพูด อย่าเขวสิ ผมมองว่าภาพนี้และคนที่เกี่ยวข้องย่ำยีศาสนาของเรา ต่อไปจะทำให้คนศาสนาอื่นมองว่างมงาย ดูหน้าตาพระพุทธเจ้าสิ"

ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไป?

จรูญ : "ใช่"

พระพยอมบอกว่าพระใส่แว่นตาล่ะ?

จรูญ : "นั่นคือการทำเพื่อศรัทธา แต่อันนี้คือทำเพื่อการลบหลู่"

ปกรณ์ : "เขาศรัทธาแบบนี้ไมได้เหรอ พี่เป็นไม้บรรทัดเหรอ"

จรูญ : "ผมมองว่าคุณลบหลู่ผม ผมก็ใช้สิทธิ์ของผม"

เดชา : "ตกลงลบหลู่คุณหรือลบหลู่ศาสนา"

จรูญ : "ลบหลู่ศรัทธา ทนายต้องเข้าใจดิ พวกนี้ดูถูกย่ำยีอยู่แล้ว กฎหมายบังคับอยู่แล้ว"

เดชา : "ปรึกษาทนายแล้ว"

จรูญ : "ไม่ต้องมาขู่หรอกน่า จะทำก็ทำได้เลย ถ้าเฉพาะเด็กเรายังพออนุโลมได้ แต่ผู้ใหญ่นี่ไม่ได้ ชี้นำสังคม"

เดชา : "โฉนดต้องเตรียมไว้นะ"

จรูญ : "แบบนี้เขาเรียกว่าขู่"

ปกรณ์ : "เดี๋ยวมูลนิธิเด็กปัญญาอ่อนจะควักเงินส่วนตัวบริจาค 1 หมื่นบาทเลยครับ"

ถ้าฝั่งนี้แจ้งแล้วไม่มีความผิด ก็แจ้งความกลับ?

เดชา : "ผมห่วงเขา มีโฉนดมั้ย"

จรูญ : "ไม่ต้องห่วงฉัน ถ้าฉันไม่แน่ ฉันไม่กล้าเล่น กฎหมายเรียนมาเหมือนกัน ขึ้นศาลคนเดียว 100 กว่าเที่ยว โรงพิมพ์ขนาดใหญ่ติดคุกมาแล้ว"

ปกรณ์ : "เรียนมาแต่ไม่สุดใช่มั้ย"

จรูญ : "ผมมีความดีทางศาสนา ผมนั่งสมาธิ มันบอกเลยว่าถ้าจบทนายจะเข้าสงคราม คุณจะต้องขึ้นศาลทุกวัน สมาธิบอกอย่างนั้น เราก็คิดว่ามันไม่ใช่ คงฟุ้งซ่านมั้ง แต่พอครั้งที่สอง ยาว 2 ชั่วโมง ออกมาเหมือนเดิม เราไม่ยอมคน พอจบทนายจะวนแบบนี้ คนจองกฐินผมเยอะอยู่ แต่ผมเตรียมศาลาไว้รออยู่"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!