ไล่ออก รองสารวัตรฯ สน.ลุมพินี ให้ผู้ต้องหาเกาหลีดื่มเหล้า-ช็อกตายคาห้องขัง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1546/7731538/newproject(65).jpgไล่ออก รองสารวัตรฯ สน.ลุมพินี ให้ผู้ต้องหาเกาหลีดื่มเหล้า-ช็อกตายคาห้องขัง

ไล่ออก รองสารวัตรฯ สน.ลุมพินี ให้ผู้ต้องหาเกาหลีดื่มเหล้า-ช็อกตายคาห้องขัง

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

(1 เม.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา รอง ผบช.น. เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ลุมพินี และพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี

เพื่อคลี่คลายกรณี นายกอน อิล ฮวาง อายุ 28 ปี นักธุรกิจเกี่ยวกับหุ้นชาวเกาหลีใต้ ซึ่งถูกจับกุมคดีอนาจาร เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เสียชีวิตในขณะถูกควบคุมตัวในห้องขัง สน.ลุมพินี โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย และตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต ร่วมรับฟังรายงานความคืบหน้าคดีด้วย

พล.ต.ต.ชัยพร เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเกาหลีใต้และตัวแทนญาติผู้เสียชีวิต มารับฟังความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากมีข้อสงสัยเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนรายละเอียดคดี ผู้ต้องหารายนี้ถูกนำตัวมาสน.ลุมพินี ระหว่างถูกควบคุมตัวเกิดอาการเครียด หงุดหงิด นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเหมือนจะฆ่าตัวตาย และขอล่าม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญล่ามอาสาสมัครมา โดยล่ามแจ้งว่า ชายชาวเกาหลีรายนี้ไม่อยากรับประทานข้าว อยากจะดื่มสุรา ด้วยความหวังดี ร้อยเวร ซึ่งเป็นนายตำรวจยศ ร.ต.อ. ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) จึงนำสุรามาให้ผู้ต้องหารายนี้ดื่มภายในห้องพนักงานสอบสวน โดยตัวร้อยเวรและล่ามได้นั่งอยู่ด้วยในช่วงเวลาเที่ยงคืน

จนถึงเวลา 04.00 น. ผู้ต้องหาจึงกลับเข้าห้องขังโดยไม่ได้นอนหลับ กระทั่งตอนเช้ามีคนมาพบผู้ต้องหาคนดังกล่าวหมดสติ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิต ทั้งนี้การที่ร้อยเวรให้ผู้ต้องหานั่งดื่มสุราบนโรงพัก ถือว่าเป็นข้อบกพร่องอย่างมาก อีกทั้ง เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงพักก็ปรากฏภาพว่ามีการนั่งดื่มสุรากันจริง ทางคณะกรรมการสอบสวนจึงได้ไล่ร้อยเวรคนนี้ออกจากราชการแล้ว แม้จะทำไปเพื่อให้ผู้ต้องหาผ่อนคลาย แต่เป็นทางออกที่ไม่ถูกต้อง

พล.ต.ต.ชัยพร เปิดเผยอีกว่าเบื้องต้น แพทย์ชันสูตรพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ต้องหา เกิดจากหัวใจล้มเหลว และมีหลอดเลือดเส้นหนึ่งตีบ 60% แต่ญาติแจ้งว่าผู้ตายไม่มีโรค เมื่อแพทย์ตรวจละเอียดก็พบว่า ในกระเพาะอาหารและในกระแสเลือด มีสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนอยู่ด้วย

ซึ่งการพบสารเสพติดในกระเพาะอาหาร คงต้องรับประทานเข้าไป ถ้าเป็นฉีดจะเข้ากระแสเลือดอย่างเดียว ส่วนการสูบจะมีอยู่ที่ปอด ทางญาติจึงมีข้อสงสัยว่า ยาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตด้วยหรือไม่ ใครเป็นผู้มอบยาเสพติดให้ผู้ตาย และยาเสพติดเข้าไปอยู่ในตัวผู้ตายได้อย่างไร

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไปสอบถามแพทย์เพิ่มเติม และจะชี้แจงกับสถานทูตฯ รวมถึง ญาติผู้ตายให้ทราบ ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างยุติธรรมให้มากที่สุด