อัสทูโดรุกบริหารโรงแรมไทย-เทศ 9 แห่ง ทุ่ม 500 ล.ผุดบ้านพักตากอากาศ ''ครอสทู''
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

อัสทูโดรุกบริหารโรงแรมไทย-เทศ 9 แห่ง ทุ่ม 500 ล.ผุดบ้านพักตากอากาศ ''ครอสทู''

แชร์เรื่องนี้
อัสทูโด กางแผนขยายธุรกิจรับบริหารโรงแรมสู่ต่างประเทศ ทั้งในฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย คาดรับบริหารโรงแรมใหม่ในปีหน้าทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 9 แห่ง พร้อมสบช่องการลงทุนในตะวันออกกลางหดตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ และมีการย้ายฐานมาสู่เอเชียมากขึ้น เดินหน้าทุ่ม 500 ล้านบาท ผุด ครอสทู เรสสิเดนท์ 3 โครงการบ้านพักตากอากาศ

นายแอนโทนี แมคโดนัลด์ ประธานกรรมการ บริษัท อัสทูโด โฮลดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่าภาพรวมธุรกิจโรงแรมในเครืออัสทูโด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท กรุ๊ป ยังเติบโตในทางที่ดี แม้ในช่วงต้นปีจะเกิดวิกฤตการณ์หลายอย่าง ทั้งความวุ่นวายทางการเมือง การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 และวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโรงแรมในเครืออัสทูโด มากนัก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์(กำลังซื้อสูง) ยอมรับว่ายอดจองเข้าพักหรือบุ๊กกิ้งลดลงไปบ้าง แต่คาดว่าช่วงไฮซีซันอัตราการเข้าพักจะสูงขึ้นปกติ

เนื่องจากอัตราการเข้าพักโรงแรมในสมุย และกุยบุรี จากช่วงโลว์ซีซันที่ผ่านมาจะอยู่ที่ 50% แต่ไฮซีซันนี้ จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 75-90% รวมถึงช่วงปลายปีไทยมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากมาย อาทิ ลอยกระทง รวมถึงในวันที่ 2-9 ตุลาคมนี้ จะเป็นวันหยุดยาวเฉลิมฉลองวันชาติของจีน น่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาพักผ่อนและท่องเที่ยวในไทย ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวโดยภาพรวมเป็นบวก ส่วนธุรกิจในเครืออัสทูโดคาดว่าปลายปีนี้จะมีอัตราการเข้าพักเติบโต 25% และมีรายได้สูงขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา

ส่วนแผนการตลาดจะเน้นการประชาสัมพันธ์ เรื่องแบรนด์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และทำการตลาด เพื่อเพิ่มการขายห้องพัก ด้วยการพัฒนาระบบไอที เว็บไซต์ เพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มออนไลน์เพิ่มขึ้น 30-40% นอกจากนี้จะขยายธุรกิจรับบริหารโรงแรมและรีสอร์ต ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก(ตารางประกอบ) โดยขณะนี้ได้รับสิทธิ์การบริหารโรงแรมและรีสอร์ตแล้ว 4-5 โรงแรม

ขณะที่ในปีหน้าคาดว่าจะได้รับสิทธิ์บริหารโรงแรมทั้งในและต่างประเทศครบ 9 แห่ง เช่น ครอสทู ระยอง, เดอะเคส มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ,เดอะเคส กัมพูชา ,ครอสทู บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และอยู่ระหว่างการเจรจาเลือกแบรนด์ที่มัลดีฟส์ เป็นต้น

นายแอนโทนี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้บริษัทยังได้ขยายการลงทุนสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนจะพัฒนาที่พักอาศัยในรูปแบบโครงการวิลล่าเพื่อขายขาดและปล่อยเช่าระยะยาว 30 ปี ให้แก่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อที่พักอาศัยที่มีการบริการในรูปแบบโรงแรม โดยในช่วงแรก บริษัทจะนำที่ดินส่วนที่ยังไม่ได้พัฒนาของรีสอร์ตในแบรนด์ ครอส ทู มาพัฒนาเป็นวิลล่าหรือที่พักขายภายใต้แบรนด์ครอส ทู เรสสิเดนท์ (X2 RESIDENCES) ซึ่งจะเปิดบริการในทำเล 3 แห่ง ประกอบด้วย ครอสทู กุยบุรี,ครอสทู สมุย และครอสทู ระยอง รวมถึงที่ยังไม่เปิดให้บริการ คือ ครอสทู เกาะกูด

ทั้งนี้การขยายการลงทุนมาสู่ตลาดที่พักอาศัยครั้งนี้ เนื่องจากยังมีการเติบโตมากในประเทศไทย โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศในทำเลเมืองท่องเที่ยว สำหรับการลงทุนโครงการนี้ใช้งบประมาณรวม 500 ล้านบาท โดยโครงการวิลล่าแห่งแรกจะพัฒนาที่กุยบุรี เป็นที่ดินเปล่าติดกับรีสอร์ตครอสทูกุยบุรี จำนวน 6 ไร่ พัฒนาเป็นวิลล่า 31 หลัง ราคาขายเริ่มต้น 3.5-18 ล้านบาท มูลค่าขายรวม 730 ล้านบาท ขณะนี้ได้เปิด

พรีเซลไปแล้ว

หลังจากนั้นมีแผนจะพัฒนาวิลล่าในส่วนต่อเนื่องของโครงการครอสทู สมุย ซึ่งมีที่ดินอยู่ 3 ไร่ คาดว่าจะพัฒนาเป็นวิลล่าได้ 14 หลัง ราคาขายเริ่มต้น 7-20 ล้านบาท ส่วนโครงการครอสทูเกาะกูด พัฒนาเป็นวิลล่า 30 หลัง บนที่ดิน 7 ไร่ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดราคา และโครงการสุดท้าย คือ ครอสทูระยอง ขณะนี้มีที่ดินอยู่1ไร่ น่าจะพัฒนารูปแบบวิลล่าเพื่อขายได้ 5 หลัง

ด้านนายสรเทพ โรจน์พจนารัช รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อัสทูโด โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวเสริมว่าประเทศไทย ยังมีเสน่ห์ต่อการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งการชะลอตัวทางธุรกิจของประเทศตะวันออกกลาง จาก 2 ปีที่ผ่านมีการเติบโตรวดเร็ว แต่เมื่อเจอวิกฤติเศรษฐกิจการเงินทำให้การลงทุนของตะวันออกกลางลดลงกว่า 60% จึงถือเป็นโอกาสให้มีการย้ายฐานการลงทุนมายังประเทศเอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการลงทุน และมีมูลค่าเพิ่มในตัวเอง

โดยเฉพาะไทยที่ได้รับการประเมินว่าเป็นประเทศที่เหมาะสมกับการลงทุนอันดับ 7 ของโลก เพราะมีความพร้อมเรื่องสิ่งสาธารณูปโภค การขนส่ง การท่องเที่ยว นอกจากนี้ กลุ่มทุนต่างชาติในแถบยุโรป สแกนดิเนเวีย ที่มาเที่ยวไทยจะสนใจลงทุนโครงการอสังหาฯ ในเมืองท่องเที่ยวเกิดใหม่ เช่น หัวหิน ปราณบุรี กุยบุรี และขยายไปถึงบางสะพานของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีมากขึ้น