
ลูกกตัญญูต้องรู้! "วิธีลดหย่อนภาษี" ค่าดูแลบิดามารดา ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
"วิธีลดหย่อนภาษี" ค่าดูแลบิดามารดา ใช้เอกสารอะไรบ้าง ประหยัดเงินเสียภาษีได้หลายหมื่น
การดูแลคุณพ่อคุณแม่นอกจากจะเป็นหน้าที่ของลูกกตัญญูแล้ว ในทางกฎหมายภาษีของประเทศไทย รัฐบาลยังมีสิทธิประโยชน์เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกที่ดูแลบุพการีผ่าน "ค่าลดหย่อนบิดามารดา" ซึ่งหากวางแผนดีๆ และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน จะช่วยให้คุณประหยัดเงินภาษีได้สูงสุดถึงหลักหมื่นบาทต่อปี
ข้อมูลจาก กรมสรรพากร ระบุชัดเจนว่า ผู้มีเงินได้สามารถนำบิดามารดามาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาทั้งในส่วนของอายุ รายได้ และสถานะทางกฎหมาย เพื่อให้การใช้สิทธินั้นถูกต้องและไม่ถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลัง
iStockphoto
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา ปี 2569
สำหรับการยื่นภาษีในปี 2569 (ซึ่งเป็นรอบรายได้ของปี 2568) ผู้ที่จะใช้สิทธิต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้:
- อายุ: บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป (นับตามปี พ.ศ. เกิด)
- รายได้: บิดามารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินตลอดทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท
- สถานะบุตร: ผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบิดามารดาบุญธรรมได้)
- สิทธิของพี่น้อง: บิดาหรือมารดา 1 ท่าน ให้สิทธิบุตรใช้ลดหย่อนได้เพียง 1 คนเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำซ้อนกันในหมู่พี่น้องได้
นอกจากบิดามารดาของตนเองแล้ว หากคู่สมรสไม่มีรายได้ คุณยังสามารถนำบิดามารดาของคู่สมรสมาใช้สิทธิลดหย่อนได้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยมีเงื่อนไขอายุและรายได้เช่นเดียวกัน ซึ่งรวมแล้วสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 4 ท่าน หรือคิดเป็นยอดลดหย่อนรวม 120,000 บาท
iStockphoto
รายการลดหย่อนและเอกสารที่ต้องเตรียม
ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) คุณสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้:
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา: ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาทต่อปี
- เอกสารที่ใช้: แบบ ล.ย. 03 (หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา) ซึ่งต้องให้บิดาหรือมารดาลงนามรับรองว่าคุณเป็นผู้อุปการะจริง
- ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี
- เอกสารที่ใช้: ใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกัน ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่มักเป็นการแจ้งสิทธิผ่านระบบออนไลน์ไปยังกรมสรรพากรโดยตรง
ข้อควรระวังเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้สิทธิซ้ำซ้อนกันในหมู่พี่น้อง ดังนั้นก่อนยื่นภาษีควรพูดคุยตกลงกันในครอบครัวให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ใช้สิทธิของท่านใด หากมีการยื่นซ้ำกัน กรมสรรพากรอาจระงับการใช้สิทธิของทุกคนจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง นอกจากนี้ หากบิดามารดามีรายได้เกิน 30,000 บาท (เช่น มีรายได้จากค่าเช่าที่ดิน หรือเงินปันผลหุ้น) แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้
การเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ และเก็บรวบรวมเอกสาร ล.ย. 03 ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้การยื่นภาษีในช่วงต้นปีเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับเงินคืนภาษีรวดเร็วยิ่งขึ้น
แหล่งอ้างอิง
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto