เทรนด์เทรดหุ้นออนไลน์แรง! โบรกเกอร์ออกศึกรับเปิดเสรี ''บล.ฟิลลิป''โต 15% ต่อปี

เทรนด์เทรดหุ้นออนไลน์แรง! โบรกเกอร์ออกศึกรับเปิดเสรี ''บล.ฟิลลิป''โต 15% ต่อปี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
คนรุ่นใหม่หันเทรดหุ้นออนไลน์ บริษัทหลักทรัพย์ตีปีก ธุรกิจโตต่อเนื่อง บล.ฟิลลิป ฟุ้งบัญชีลูกค้าโต 15% ต่อปี เดินหน้าเสนอสินค้าใหม่ขยายฐาน บล.โกลเบล็ก ไม่น้อยหน้ามีลูกค้ากว่า 6,000 บัญชี นายกสมาคมบล. คาดหลังเปิดเสรีค่านายหน้า นักลงทุนแห่เทรดผ่านอินเตอร์เน็ต

นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือเทรดหุ้นออนไลน์ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในส่วนของบริษัทบัญชีลูกค้าที่ซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต มีอัตราการเติบโต 10-15% ต่อปี โดยผู้ลงทุนที่มีการซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อขายผ่านออนไลน์ ประกอบกับผู้ลงทุนกลุ่มดังกล่าวเกรงว่าจะไม่ได้รับการให้บริการที่ดีจากเจ้าหน้าที่การตลาด เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายหรือโวลุ่มน้อย

พร้อมกล่าวว่า บล.ฟิลิปฯซึ่งถือเป็นเจ้าแรกของไทยในการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยเปิดให้บริการเมื่อ 10 ปีก่อน ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าที่ซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตประมาณ 15,000 บัญชี จากบัญชีลูกค้ารวมทั้งสิ้น 30,000 บัญชี คิดเป็นบัญชีที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอ หรือแอกทีฟ ประมาณ 3,000 -4,000 บัญชี และหากภาวะตลาดเป็นไปในทิศทางที่ดี จำนวนบัญชีที่แอกทีฟ จะเพิ่มเป็น 5,000-6,000 บัญชี

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัจจุบันกระแสการเทรดหุ้นออนไลน์ ไม่หวือหวามากหากเทียบกับช่วงปี 2550-2551 ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีสาเหตุมาจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ปรับลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตลงเหลือ 0.15% ของมูลค่าการซื้อ แตกต่างจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายปกติที่ 0.25% ส่งผลให้ผู้ลงทุนหน้าใหม่ให้ความสนใจมากขึ้น

ในส่วนของกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในตลาดออนไลน์นั้น บริษัทจะให้ความสำคัญในเรื่องของการให้บริการสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรืออนุพันธ์ เพื่อสร้างความรู้จักในวงกว้าง อีกทั้งเป็นการดึงลูกค้าเข้ามาซื้อขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ด้วยเหตุผลด้านความสะดวกสบาย ประหยัดเงินทุน และเวลา

นายสุชาย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายออนไลน์ที่ผ่านบริษัท มีสัดส่วน 50-60% ของมูลค่าการซื้อขายรวม และมองว่า ในอนาคตปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ลงทุนหน้าใหม่จะอาศัยช่องทางดังกล่าวเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาด โดยขณะนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10-11% รั้งตำแหน่งผู้นำอันดับ2 โดยมีบล.กิมเอ็งฯ เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 12-13%

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. โกลเบล็กฯ กล่าวเช่นเดียวกันว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาใกล้ที่จะเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ (เปิดเสรีแบบขั้นบันได พ.ศ.2553 )ส่งผลให้โบรกเกอร์แต่ละรายหันมาให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านออนไลน์มากขึ้น

สำหรับบล.โกลเบล็กฯ ปัจจุบันมีบัญชีลูกค้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านออนไลน์กว่า 6,000 บัญชี คิดเป็นสัดส่วน 22% ของปริมาณการซื้อขายรวม ลดลงจากสัดส่วน 34% ในปีที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าที่ซื้อขายผ่านออนไลน์ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุนดีอยู่แล้ว อีกทั้งมองว่าเป็นการประหยัดต้นทุน แตกต่างกับผู้ลงทุนรายย่อย และนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการติดต่อ สอบถามข้อมูล และจะซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัท

คาดว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับการซื้อขายผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะหลังเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ เนื่องจากได้รับความสะดวกสบาย กระบวนการไม่ซับซ้อน และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด นายชนะชัย กล่าว

นายกัมปนาท โลหเจริญวนิช กรรมการอำนวยการ บล. ทรีนีตี้ฯ และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคมบล.) กล่าวว่า ในส่วนของบริษัท ปัจจุบันมีลูกค้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ต มีสัดส่วนต่ำกว่า 10% ของสัดส่วนลูกค้ารวม เนื่องจากบริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบการซื้อขายรูปแบบดังกล่าวเท่าที่ควร โดยลูกค้าที่ทำธุรกรรมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่จะเป็นฐานลูกค้าใหม่ที่มีช่วงอายุระหว่าง 30-40 ปี และมีปริมาณการซื้อขายไม่มาก

ขณะที่นายกสมาคมบล.มองว่าการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ตถือเป็นเทรนด์ที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ซึ่งจะแข่งขันกันในเรื่องของการขยายฐานลูกค้ามากกว่าพัฒนาระบบการให้บริการ

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX กล่าวว่า โครงการ TFEX Simulation 2009: Click2WIN เกมจำลองซื้อขายฟิวเจอร์ส และออพชันผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเสมือนจริง และโครงการ SET Click2WIN2009: Thailand Stock Simulation เกมลงทุนหุ้นออนไลน์จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้ผู้ลงทุนหน้าใหม่หันมาซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ตมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกสบาย และผลประโยชน์ที่ได้รับ อีกทั้งยังเป็นการสร้างประสบการณ์ และก่อให้เกิดความเข้าใจในการลงทุนผ่านอินเตอร์เน็ต

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตปี 2552 ณ เดือนมิถุนายน มีจำนวนบริษัทหลักทรัพย์ที่เปิดให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น 31 ราย มีจำนวนลูกค้าที่เปิดบัญชีทั้งหมด 1.91 แสนราย จากจำนวน 1.89 แสนรายในเดือนมกราคม ซึ่งในจำนวนดังกล่าวคิดเป็นจำนวนลูกค้าที่มีการซื้อขายต่อเนื่อง 4.31 หมื่นราย จากเดือนมกราคมที่ 2.91 หมื่นราย รวมมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 2.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการซื้อขายเดือนมกราคมที่ 8.45 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 21.04% ของมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล