นางไม่ได้กลับมาให้อภัย แต่กลับมาชำระแค้น: ตอนที่ 2 ตอนที่ 2
สายลมและฝุ่นทรายพัดพาเส้นผมปลิวไสวออกจากใบหน้าของหลินซู เผยให้เห็นใบหน้าที่ซูบตอบจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ลู่เฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "ลุกขึ้น กลับจวนก่อน"
หลินซูลุกขึ้นอย่างเชื่อฟัง แต่เพราะขาไร้เรี่ยวแรง จึงล้มพับลงไปอีกครั้ง
ในชั่วขณะที่ลู่เฉิงเยี่ยนหันกลับมา ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยประกายคมกริบ
"หากไม่อยากกลับ ก็จงกลับไปคลานอยู่ในค่ายทหารเสีย"
"ข้าขอร้อง อย่า..."
หลินซูรีบตะเกียกตะกายใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานขึ้นรถม้า
ขาเจ็บจนออกแรงไม่ได้ ท่าทางดูอเนจอนาถยิ่งนัก
ลู่เฉิงเยี่ยนหันหน้าไปทางอื่น ไม่อยากมองนาง
หากไม่ใช่เพราะคำสั่งของท่านผู้นั้น เขาก็คงไม่มาพานางกลับไปแน่
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เฉิงเยี่ยนฉงนใจคือ ท่านผู้อยู่ในตำแหน่งสูงส่งนั้น เหตุใดจึงใส่ใจหลินซูนัก
เพิ่งกลับเมืองหลวงก็ออกคำสั่งแล้ว
ลู่เฉิงเยี่ยนเป็นฝ่ายลงจากรถม้าก่อนพร้อมสั่งกำชับว่า "ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการที่ค่ายทหาร เมื่อพวกเจ้าส่งนางกลับไปแล้ว ก็ทิ้งรถม้าคันนี้เสีย ข้ารังเกียจความสกปรก"
เขารังเกียจว่านางสกปรก?
ความเจ็บปวดแล่นปราดในอก หลินซูสูดจมูก ลงจากรถม้าอย่างด้านชา
นอกประตูสีแดงของจวนกั๋วกง มีสตรีผู้หนึ่งรออยู่แล้ว
เมื่อเห็นหลินซู ก็รีบเดินตรงมาหาด้วยความกระตือรือร้น
อย่างไรก็ตาม ประโยคแรกที่เอ่ยออกมากลับเป็น "ลูกรักของแม่ สามปีผ่านไป เจ้ารู้ซึ้งถึงความผิดของตนเองแล้วหรือไม่?"
หลินซูตอบอย่างเย็นชา "ย่อมรู้แล้ว"
ความผิดของนางคือปรารถนาความรักจากครอบครัวมากเกินไป
การกลับมาครั้งนี้ นางต้องการตัดขาดความสัมพันธ์
แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ท่านย่าร่างกายไม่แข็งแรง ต้องการนางคอยดูแลข้างกาย
เสิ่นฮูหยินมองร่างกายซูบผอมและสีหน้าเย็นชาของหลินซูด้วยแววตาซับซ้อน
หลังผ่านพ้นสามปีแห่งการลงทัณฑ์ บุตรสาวของนางก็เปลี่ยนไปมาก
เพียงมองแวบเดียว นางก็รู้สึกปวดใจ
แม้หลินซูจะทำผิดร้ายแรง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง นี่ก็คงได้รับบทเรียนแล้ว
"รู้ตัวก็ดี ต่อไปอย่าได้ดื้อรั้นอีก ลุกขึ้นเถิด" เสิ่นฮูหยินทำท่าจะประคองนาง
หลินซูรีบลุกขึ้น พลันถอยหลังหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างจากเสิ่นฮูหยิน
แววตาบอกชัดถึงความระมัดระวังตัว
เสิ่นฮูหยินรู้สึกปวดใจ "เจ้าโทษที่แม่ใจร้ายหรือ? แต่แม่ทำทุกอย่างเพื่อเจ้า เพื่ออนาคตของเจ้าทั้งสิ้น! ในใต้หล้านี้ มีมารดาคนใดไม่รักลูกตนเองบ้าง?"
หางตานางแดงระเรื่อ ซุ้มเสียงเจือแววสะอื้นเล็กน้อย
"อย่าได้โทษแม่เลย..."
ดวงตาเต็มไปด้วยความน้อยใจ แทบจะเหมือนว่าผู้ที่ทนทุกข์มาสามปีคือนางเอง
หลินซูเพียงยืนนิ่งอย่างเฉยชา ไม่มีท่าทีจะเข้าไปใกล้ชิดแต่อย่างใด
ในขณะนั้น ร่างบอบบางร่างหนึ่งก็ก้าวออกจากประตูจวน เข้ามาประคองเสิ่นฮูหยินอย่างทะนุถนอม
"ท่านแม่ พี่หญิงเพิ่งกลับมา ย่อมยังไม่คุ้นชิน ท่านอย่าตำหนิเรื่องที่นางทำตัวห่างเหิน ให้เวลานางอีกสักหน่อยเถิดนะเจ้าคะ?"
หญิงสาวผู้นี้มีผิวขาวเนียนดั่งหยก เวลายิ้มดูไร้เดียงสาน่ารัก
นางยื่นมือไปหาหลินซู ดวงตาไร้พิษภัย "พี่หญิง เรื่องในอดีต ข้าไม่ถือโทษแล้ว พวกเรายังคงเป็นครอบครัวที่รักใคร่กลมเกลียวกันเช่นเดิม"
รอยยิ้มของนางยังคงดูไร้พิษภัยเช่นเคย
หลินซูรู้สึกเพียงแต่ขบขัน
ความทุกข์ทรมานทั้งหมด เหตุใดนางจะต้องให้อีกฝ่ายลบล้างด้วยคำพูดเพียงคำเดียวเล่า?
"รักใคร่กลมเกลียว ข้ากับเจ้าน่ะหรือ?" ดวงตาของหลินซูสาดประกายรังเกียจ
จังหวะนั้น มีใครบางคนทนมองไม่ได้
"น้องสาวยอมอดทนต่อเจ้าถึงเพียงนี้แล้ว เจ้ายังไม่พอใจอีกหรือ? นี่มันท่าทีอะไรกัน?" หลินจิ่นซูเพิ่งกลับมาจากเข้าเฝ้า เหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าด้วยชุดขุนนางสีแดง
เขาแสดงความไม่พอใจเมื่อเดินเข้ามาใกล้หลินซู
"เจ้าคิดว่าตนเองทนทุกข์มาสามปีแล้วจะได้รับความสงสารงั้นหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตลอดสามปีนี้ ท่านแม่นอนไม่หลับก็เพราะเจ้า เส้นผมหงอกขาวไปหมด โชคดีที่มีหลินหลางคอยเคียงข้างปรนนิบัติท่านแม่แทนเจ้า!"
เหตุการณ์เมื่อครู่ หลินจิ่นซูย่อมเห็นชัดเจน ความยินดีของมารดาต้องสูญเปล่า หลินหลางยอมอ่อนข้อให้เช่นนั้น ไม่เพียงไม่ได้รับการให้อภัยจากหลินซู ซ้ำยังถูกตีสีหน้าเย็นชาเข้าใส่
แค่ถูกลงโทษสามปี นางจะมีอะไรน่าสงสารกัน?
หลินหลางต่างหากที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด!
เสิ่นฮูหยินมองบุตรชายคนโตอย่างไม่พอใจและไม่เห็นด้วย "เรื่องไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เจ้าว่าสักหน่อย นางเพิ่งกลับมา เจ้าเป็นพี่ใหญ่ อย่าได้ทำให้นางเสียขวัญเลย"
"ท่านแม่ ท่านไม่ต้องปกป้องนาง ตระกูลหลินเราไม่ได้ติดค้างนางอันใด"
"นางเป็นคนผิด จวนกั๋วกงทั้งจวนต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วยก็เพราะนาง ทุกคนในเมืองหลวงย่อมรู้ว่าจวนเรามีสตรีใจร้าย หลินหลางไม่เพียงไม่ถือโทษนาง ทั้งยังคอยหาทางทำให้ผู้คนในจวนเราอยู่ดีกินดีอีกต่างหาก"
หลินจิ่นซูยังไม่หายโกรธ
"หลินซู! หลินหลางยอมกล้ำกลืนความขมขื่น เพื่อรักษาชื่อเสียงของเจ้า บอกคนภายนอกว่าไม่ได้ถูกเจ้าวางยา เจ้าควรรู้สึกซาบซึ้งใจไม่ใช่หรือ?"
เห็นหลินซูไม่เอ่ยปาก หลินจิ่นซูก็ขึ้นเสียงกร้าวทันที "พูดสิ เป็นใบ้หรือไร?"
หลินซูกะพริบตาปริบๆ พยายามกลั้นความร้อนผ่าวในดวงตา
แต่เดิม พี่ใหญ่แตกต่างจากพี่ชายคนที่สองและสาม เขาเป็นคนที่รักนางที่สุดในครอบครัวนี้
เขาเคยบอกเองด้วยซ้ำว่าจะแบ่งปันความรักที่มีต่อหลินหลางมาให้นางครึ่งหนึ่ง
ซึ่งเขาทำได้จริงๆ
เมื่อหลินซูถูกบ่าวรับใช้ดูหมิ่น เขาก็สั่งลงโทษให้โบยสามสิบไม้ ก่อนขายบ่าวคนนั้นทิ้งไป
เมื่อถึงวันเกิดของหลินซู เขาจะมอบหยกที่แกะสลักด้วยตนเองให้นาง
เมื่อนางป่วย เขาจะเฝ้าไข้ทั้งคืน
แต่ความดีของเขา ก็ถูกเรียกคืนได้ง่ายๆ เพียงเพราะหลินหลางแสดงความอ่อนแอออกมา
ความดีที่ไร้ค่าเช่นนี้ หลินซูไม่ต้องการแล้ว!
ชั่วขณะนั้น บรรยากาศพลันตึงเครียด
เสิ่นฮูหยินจึงรีบกล่าวเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายลง "เรื่องในอดีตไม่ต้องพูดถึงแล้ว พวกเราเข้าจวนกันเถิด ท่านย่าและบิดาเจ้ากำลังรออยู่ในจวน"
หลินจิ่นซูแค่นเสียงดังหึ สะบัดแขนเสื้อ แล้วเดินนำเข้าจวนไปก่อน