หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ

หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ: ตอนที่ 3 พบพานอีกครั้ง ตอนที่ 3

#3ตอนที่ 3 พบพานอีกครั้ง

หยูซื่อวางแผนเอาชีวิตนาง ก็เพราะคิดว่านางบังเอิญเห็นความสัมพันธ์ลับระหว่างทั้งสองเข้า

หนิงเจินหย่วนเองก็คิดถึงจุดนี้ สีหน้าของเขายิ่งดูแย่ลงไปอีก

"ไม่เพียงแต่ลอบคบชู้ ทั้งยังคิดทำร้ายแก้วตาดวงใจของเขา หากเป็นความจริง เขาไม่มีทางปล่อยหยูซื่อไปแน่ "

หนิงฮูหยินกล่าวเย้ยหยัน "คนรอบตัวของใต้เท้า ช่างมีแต่คนดีเสียจริง"

แม้หยูซื่อจะเป็นคนที่ฮูหยินเฒ่าบังคับให้เขารับเข้ามา หนิงเจินหย่วนก็ไม่อาจโต้แย้งอันใดได้ในยามนี้ ได้แต่ปล่อยให้ฮูหยินเหน็บแนมไปตามเรื่อง สุดท้ายเขายอมอ่อนข้อแล้วกล่าวว่า "ฮูหยินโปรดวางใจ ข้าจะให้คำตอบที่สมควรแก่อาฝูแน่นอน"

เมื่อมีเบาะแสแล้ว การสืบสวนเรื่องที่หนิงฝูตกน้ำจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สมุนมือขวาของหนิงเจินหย่วน เดินทางลงใต้ไปยังบ้านเกิดของหยูซื่อ และได้รู้ว่าหยูซื่อกับชายผู้นั้น เป็นคู่รักที่เติบโตมาด้วยกันแต่วัยเยาว์ ภายหลังนางถูกพ่อแม่ขายให้คนอื่น ฮูหยินเฒ่าได้ยื่นมือช่วยเหลือ รับนางมาเลี้ยงไว้ข้างกายให้รับใช้ติดตาม ต่อมาเมื่อเห็นว่านางช่างพูดช่างจา มีไหวพริบ จึงมอบนางให้แก่หนิงเจินหย่วน

หนิงเจินหย่วนใช้หยูซื่อมาข่มขู่ ชายผู้นั้นคิดว่าเขารับรู้ความจริงหมดแล้ว จึงยอมเปิดปากสารภาพในที่สุด

ความจริงเป็นดั่งที่หนิงฝู่กล่าวไว้ หยูซื่อกลัวว่าความสัมพันธ์ลับจะถูกเปิดโปง จึงวางแผนฆ่าปิดปาก

หนิงเจินหย่วนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ข้างกายของตนจะมีสตรีที่โหดเหี้ยมเช่นนี้อยู่

ร่างกายของหนิงฝูยังไม่ทันฟื้นตัวดี หยูซื่อก็ถูกหนิงฮูหยินผู้เป็นนายหญิงของจวนจัดการเสียแล้ว แม้ว่าหยูซื่อจะเป็นคนของฮูหยินเฒ่า และได้รับความโปรดปรานมาโดยตลอด แต่คราวนี้ฮูหยินเฒ่าก็มิได้ขัดขวางแต่อย่างใด

แม้ว่าหนิงฮูหยินจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อหน้าหนิงฝู แต่จากท่าทางสงบนิ่งของมารดา นางก็พอจะคาดเดาถึงจุดจบของหยูซื่อได้แล้ว มารดาของนางมิใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่าย ๆ

หนิงฝูได้รับความเย็นจนเป็นไข้ จึงต้องพักรักษาตัวอย่างสงบ พี่รอง พี่ชายท้องเดียวกันของนางยังอยู่ที่ชายแดน นอกเหนือจากคนในบ้านใหญ่และญาติฝ่ายมารดาที่มาเยี่ยมนางสองสามครั้ง นางก็ไม่ได้พบเจอผู้คนภายนอกเลย นับว่าได้ใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่ช่วงหนึ่ง

กว่านางจะลุกจากเตียงได้ ก็ล่วงเลยไปครึ่งเดือนแล้ว

"อีกไม่กี่วัน ก็ถึงวันที่จะจัดงานเลี้ยงในจวนให้เจ้าแล้ว ไม่รู้เนื้อบนใบหน้าจะกลับมามีน้ำมีนวลได้ทันหรือไม่" หนิงฮูหยินทอดถอนใจ

"ท่านแม่รังเกียจว่าตอนนี้ลูกดูไม่งามแล้วหรือเจ้าคะ" หนิงฝูย้อนถาม

"เจ้าจะไม่งามได้อย่างไรกัน" หนิงฮูหยินตอบทันควัน

เพียงแต่หนิงฝูใกล้จะถึงวัยปักปิ่นแล้ว แต่ร่างกายเพิ่งเริ่มจะเจริญยืดตัว นับว่าเติบโตช้ากว่าสตรีทั่วไป พอผอมลงก็ยิ่งดูตัวเล็กเข้าไปใหญ่ หนิงฮูหยินจึงอดห่วงไม่ได้ บุตรชายจากตระกูลที่นางเคยหมายตาไว้นั้น ต่างก็ถูกจับจองไปแล้ว

คุณชายทั้งสองของจวนอ๋องเซวียน จงซื่อและจงตั่ว ไม่เพียงแต่ถูกหลายตระกูลให้ความสนใจ จวนชิ่งกั๋วกงก็หมายตาเช่นกัน หนิงฮูหยินไม่คิดจะไปแย่งชิง จึงมิได้พิจารณาเลย

บุตรชายคนเล็กของตระกูลเว่ย แม้ชาติกำเนิดจะไม่เลว แต่เว่ยฮูหยินเป็นคนเข้มงวด หนิงฮูหยินจึงไม่อยากให้บุตรสาวต้องแต่งเข้าไป

ส่วนตระกูลลู่ ฐานะของตระกูลค่อนข้างด้อยไปบ้าง นางไม่อยากให้บุตรสาวต้องไปลำบาก ขณะที่กำลังจะตัดตัวเลือกนี้ออกไป ภาพของลู่เอ้อร์ที่เคยช่วยเหลือหนิงฝูในวันนั้น ก็แวบเข้ามาในสมองของนาง ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"ได้ยินมาว่าเขามีสติปัญญาที่ไม่เลว รูปร่างหน้าตางามสง่า ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งของบรรดาลูกหลานตระกูลใหญ่ มารยาทอ่อนน้อม ดูท่าคงจะเข้าหาได้ง่าย "

หนิงฮูหยินเริ่มให้ความสนใจกับลู่เอ้อร์ แต่ก็มิได้เอ่ยเรื่องนี้กับหนิงฝู นางจะสำรวจแทนบุตรสาวให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะบอกบุตรสาวหรือไม่ หากไม่ผ่านเกณฑ์ เรื่องนี้ก็จะถูกปล่อยผ่านไปอย่างเงียบ ๆ

เพียงชั่วพริบตา วันจัดงานเลี้ยงที่จวนหนิงกั๋วกงก็มาถึง หนิงฝูรอดชีวิตกลับมาได้ราวปาฏิหาริย์ ฮูหยินเฒ่าจึงตั้งใจจัดงานให้ครึกครื้น เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล

นี่เป็นครั้งแรกที่หนิงฝูปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน นับตั้งแต่เหตุการณ์ตกน้ำในครั้งนั้น

แม้นางจะซูบผอมไปบ้าง ทว่าผิวพรรณกลับผุดผ่องราวไข่ปอก เรือนร่างสูงระหง ดวงหน้างดงามมีเสน่ห์ โดยเฉพาะยามที่นางยิ้ม ดวงตาคู่นั้นงดงามราวธารน้ำใสไร้มลทิน ชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนปักลายเส้นมรกรตที่นางสวมใส่ ช่างเหมาะสมกับนางยิ่งนัก ยิ่งขับให้นางดูสดใสเปล่งประกาย งามสง่าดุจบัวงามแรกแย้ม

เพียงนางปรากฏกาย ก็ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วน

หนิงฝูกล่าวทักทายบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานพร้อมกับฮูหยินเฒ่าและหนิงฮูหยินอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปยังโต๊ะของกลุ่มคนรุ่นเดียวกัน บรรดาคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แต่ละนางล้วนงามไปคนละแบบ ช่างสมกับคำว่า 'ร้อยบุปผาบานสะพรั่ง' ยิ่งนัก

"พักนี้ดูเจ้าจะเติบโตเป็นสาวแล้วไม่น้อย ข้าว่าอีกไม่เกินครึ่งปี จวนตระกูลหนิงคงมีผู้คนมาทาบทามเจ้าจนประตูแทบพังเป็นแน่"

ขณะที่หนิงฝูนั่งลง เว่ยจื่ออีก็กล่าวเย้าแหย่ นางคือคุณหนูสามแห่งตระกูลเว่ย และได้หมั้นหมายกับหนิงอวี้พี่ชายคนโตของหนิงฝู และยังเป็นคนที่หนิงฝูสนิทสนมด้วยมากที่สุด

"เจ้าว่างนักหรือไรถึงได้มาแหย่ข้าเล่นเช่นนี้" หนิงฝูกล่าว

"วันนั้นถูกจงซื่อช่วยไว้ รู้สึกอย่างไรบ้าง" เว่ยจื่ออีกระซิบถามข้างหูนางเบา ๆ "ทำให้เจ้าใจสั่นมากขึ้นใช่หรือไม่"

หนิงฝูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงโดยมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด

เรื่องที่นางเคยชอบจงซื่อนั้น นอกจากเว่ยจื่ออีแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลย ในชาติก่อน เมื่อถูกเขาช่วยไว้ นางเคยแอบปลื้มยินดีอยู่นาน แต่ตอนนี้กลับรู้สึกสลับซับซ้อนยิ่งนัก

หนิงฝูมองไปยังสตรีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้านั้นแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุนละไม อ่อนโยนไร้ที่เปรียบ นางก็คือเซี่ยหรูอี๋คุณหนูรองแห่งจวนชิ่งกั๋วกง สตรีในดวงใจของจงซื่อ

นางเป็นสตรีผู้มีสติปัญญาเลิศล้ำที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ไม่เพียงแต่งดงาม ทั้งยังเชี่ยวชาญในศาสตร์ทั้งหก นางยังเป็นสตรีที่หนิงฝูชื่นชมที่สุดอีกด้วย

แม้ขนบธรรมเนียมของต้าเยี่ยนจะมิได้เคร่งครัดนัก แต่ชายหญิงก็ยังคงต้องนั่งแยกโต๊ะกัน

หนิงฝูมองไปยังที่นั่งของบุรุษเพื่อค้นหาเงาร่างที่คุ้นเคยโดยสัญชาตญาณ จงซื่อเคยเป็นสามีของนางมานานสามปี ทั้งคู่เคยหลับนอนร่วมเตียง แม้จงซื่อจะเพิ่งผ่านพิธีสวมมงกุฏมาได้ไม่นาน รูปร่างยังแตกต่างจากวันหน้าอยู่บ้าง แต่นางก็ยังหาเงาร่างของเขาเจอได้อย่างง่ายดาย

หวนคืนชาติภพ ขอลบท่านออกจากดวงใจ: ตอนที่ 3 พบพานอีกครั้ง ตอนที่ 3