แม่หม้ายยังซิงกับอ๋องหน้านิ่ง: ตอนที่ 1 สิ้นชีวิต ตอนที่ 1
กู้หรูชิงถูกทรมานจนตายทั้งเป็น
เดือนสิบสองตามปฎิทินจันทรคติในเมืองหลวง สายลมเย็นยะเยือกแทงเข้ากระดูก
เซียวจิ่งจือสั่งให้คนถอดเสื้อนาง แล้วโยนลงพื้นหินแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
น้ำเย็นที่ปนเศษน้ำแข็งถูกเทลงบนศรีษะครั้งแล้วครั้งเล่า
น้ำเย็นได้ไหลเข้าจมูกของกู้หรูชิง เกิดเป็นความเจ็บปวด ทำให้นางทนไม่ไหวจนไอขึ้นมา
เซียวจิ่งจือเอามือไขว้หลังยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เผยรอยยิ้มที่มุมปาก ในดวงตาแดงเล็กน้อย
“กู้หรูชิง รสชาติการถูกคนเหยียดหยามเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ตอนที่ซินเยว่ตายก็เป็นช่วงหน้าหนาวเช่นกัน เวลานั้นนางต้องเจ็บปวดและสิ้นหวังมากเพียงใด”
กู้หรูชิงไม่คิดจะเอ่ยตอบ
นางหนาวจนตัวแข็งทื่อ พยายามโก่งตัวให้มากที่สุด ความเจ็บปวดที่แสนทรมาน ทำให้หัวใจของนางแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างไม่เหลือชิ้นดี
เพื่อแก้แค้นให้คนรักที่จากไป เซียวจิ่งจือเก็บตัวเงียบอยู่หลายปี พึ่งพาการสนับสนุนจากครอบครัวของนางจวนผิงหยางโหว จนกลายเป็นกั๋วกงที่อายุน้อยที่สุด
แต่ภายหลังเมื่อเขาได้รับการแต่งตั้ง สิ่งแรกที่เขาทำก็คือหย่ากับนาง ทำลายชื่อเสียงของนาง จากนั้นก็ขังนางไว้ในจวน ทำร้ายทุบตีตลอดทั้งวันทั้งคืน
และยังได้วางแผนอย่างต่อเนื่อง ดึงตัวพ่อและพี่ชายของนางเข้ามาเกี่ยวข้อง ใส่ร้ายป้ายสีให้จวนผิงหยางโหวว่าเป็นกบฏที่ทรยศต่อแคว้น
“ที่แท้คุณหนูใหญ่ของจวนผิงหยางโหวช่างมีจิตใจอำมหิตเช่นนี้?”
“หากคานเพดานไม่ถูกต้อง คานพื้นด้านล่างก็จะไม่ถูกต้องตามไปด้วย จวนผิงหยางโหวคิดจะกบฏต่อแคว้น บุตรสาวที่ให้กำเนิดออกมา จะเป็นคนดีได้อย่างไร!”
ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ฝนตกทั่วเมืองหลวง ชื่อเสียงของจวนผิงหยางโหวถูกทำลายอย่างป่นปี้
ผู้เป็นพ่อกับเหล่าพี่ชาย ถูกตัดคอประจานต่อหน้าฝูงชน
ผู้เป็นแม่ไม่อาจทำใจยอมรับได้ จนสติฟั่นเฟือน ถูกเซียวจิ๋งฉ่างสั่งให้คนกระทำการเหยียดหยาม และตายอนาถอยู่กลางถนนที่วุ่นวาย
“ผู้หญิงอย่างเจ้า ต้องถูกกรีดเนื้อเป็นพันๆครั้งถึงจะสาสม!”
เซียวจิ๋งฉ่างโบกมือ ก็มีคนลากตัวนางขึ้นมา มัดไว้กับเสาหิน
คมดาบที่เปล่งแสงเย็นเยือก ได้กรีดลงบนร่างกายของนางครั้งแล้วครั้งเล่า
กู้หรูชิงรู้สึกแค้นใจยิ่งนัก…
สามปีก่อน เซียวจิ่งจือได้คุกเข่าข้างเดียวต่อหน้านาง น้ำเสียงหนักแน่นจริงใจ
เอ่ยว่าชาตินี้จะไม่รับอนุเข้ามาเด็ดขาด มีเพียงนางก็พึงพอใจแล้ว
เวลานั้นนางรู้สึกว่าตนเป็นหญิงสาวที่โชคดีที่สุดในเมืองหลวงนี้
ใครจะไปคาดถึง คนที่นางทุ่มเทหมดหัวใจ กลับกลายเป็นงูพิษที่แว้งกัดนาง ไม่เพียงทำลายตัวนาง ยังทำลายครอบครัวของนางอีก
ในความรู้สึกเคียดแค้นและโมโห ลมหายใจของกู้หรูชิงก็ค่อยๆหยุดนิ่งไป
…
“ชิงเอ๋อร์ ซินเยว่กำลังตั้งครรภ์ลูกของข้า ข้าจำเป็นต้องแต่งงานรับนางเข้ามา!”
สถานการณ์ตรงหน้า น้ำเสียงข้างหูที่คุ้นเคย ท่าทางจริงใจหนักแน่น
กู้หรูชิงสีหน้าสับสน นางกลับมาเกิดใหม่งั้นหรือ?
“ข้ากำลังพูดกับเจ้า เจ้าได้ยินหรือเปล่า! ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อาจทำใจยอมรับได้ในเวลานี้ แต่ในฐานะนายหญิง ควรที่จะมีจิตใจกว้างขวาง!”
เมื่อเห็นสีหน้าเหม่อลอยของนาง ชายตรงหน้าก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงแฝงด้วยความโมโหเกลียดชัง
กู้หรูชิงได้สติกลับมา นั่งลงอย่างช้าๆ สองมือวางทับไว้บนเข่า สีหน้าสับสนมึนงง
“ทั้งสองมีใจรักใคร่ต่อกัน?”
กู้หรูชิงพูดแดกดันอย่างทนไม่ไหว “แม่ทัพยังจำได้หรือไม่ สามปีที่แล้วก่อนที่ท่านจะออกรบ คำมั่นสัญญาที่เคยเอ่ยไว้ต่อข้า?”
วันนั้นเป็นคืนเข้าหอวันแรกของเราสองคน เซียวจิ่งจือกำลังจะออกไปรบ สวมชุดเกราะ เปิดผ้าแดงที่คลุมหัวของนางออก และเอ่ยคำมั่นสัญญาต่อกู้หรูชิงว่า “ชาตินี้ข้าเซียวจิ่งจือ จะรักกู้หรูชิงเพียงผู้เดียว ไม่มีวันรับอนุเด็ดขาด”
แต่ยังไม่ถึงสามปี เขากลับเอ่ยว่ามีใจรักใคร่กับหญิงอื่น ช่างน่าขำเสียจริง
เซียวจิ่งจือสีหน้าตะลึง ทันใดนั้นก็รู้สึกละอายใจ เมินหน้าหนีอย่างวางตัวไม่ถูก
“จำได้อยู่แล้ว แต่บัดนี้ไม่เหมือนวันวาน ตอนนี้สามีนางเพิ่งจะจากไป ไร้ที่ไปไร้ที่พึ่งพา ข้าไม่อาจทอดทิ้งนางไว้อย่างไม่สนใจ!”
กู้หรูชิงยิ้มอย่างเยาะเย้ย แววตาเผยความเยือกเย็น “หมายความว่า ท่านคิดจะหย่ากับข้า แล้วรับนางเข้ามาเป็นฮูหยินของแม่ทัพงั้นหรือ?”