ปรมาจารย์ปรุงยาผงาดโลกา: ตอนที่ 8 ถ่ายทอดวิชาเทพ ตอนที่ 8
"พลังวิญญาณของที่นี่เบาบางนัก หากไม่อาศัยโอสถคงยากที่จะบรรลุแดนสัจจะยุทธได้" ซูเม่ยเหยาเงยหน้ามองแสงอาทิตย์อันแรงกล้าพลางกล่าวพึมพำ
เสิ่นเสียงรู้สึกปวดกระบาลเล็กน้อย สตรีทั้งสองสามารถเข้าออกแหวนได้ตามใจ แถมพวกนางยังได้ยินเสียงภายนอกอีกด้วย
เสิ่นเสียงตามพวกนางเข้าไปในเรือนหลังเล็ก ภายในไม่กว้างมาก มีเพียงห้องโถงและห้องอีกสี่ห้อง ซึ่งมันเล็กมากสำหรับจวนตระกูลเสิ่นที่กว้างใหญ่
ในห้องโถงเล็ก ๆ ซูเม่ยเหยากับไป๋โยวโยวนั่งดื่มชาทิพย์ที่เสิ่นเสียงเตรียมให้ มันเป็นถึงของสะสมของเสิ่นเสียง ตัวเขาเองยังทำใจดื่มไม่ได้เลย
"ในสถานที่ที่มีพลังวิญญาณเบาบางเช่นนี้ หากเจ้าต้องการยกระดับความแข็งแกร่งโดยเร็วจักต้องอาศัยโอสถเท่านั้น แต่ก่อนนั้น เจ้าต้องฝึกฝนเพลิงแห่งปราณแท้ออกมาให้ได้ก่อน เจ้ามีชีพจรเทพหยินหยาง มันจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเจ้า" ซูเม่ยเหยากล่าว
เสิ่นเสียงพยักหน้าพลางเอ่ย "พี่เม่ยเหยาโปรดชี้แนะ"
"มานี่ ข้าจะถ่ายทอดวิชาไทเก็กกับวิชาเทพจตุรทิศให้เจ้าก่อน" ซูเม่ยเหยากล่าวด้วยเสียงยั่วเย้า นางลูบผมด้วยท่าทางน่าเสน่หา เนื่องจากเสิ่นเสียงมีศักยภาพไร้จำกัด ซูเม่ยเหยาจึงคิดปลูกฝังเขา เช่นนี้ยังจะทำให้นางมีผู้ช่วยที่ร้ายกาจในอนาคต
ซูเม่ยเหยาวางมือเรียวงามลงบนหน้าผากเสิ่นเสียง จากนั้นก็หลับตาลง ตัวอักษรมากมายปรากฏขึ้นในสมองของเสิ่นเสียง แต่ละประโยคล้วนคลุมเครือเข้าใจยาก แต่ต่อมาเขาก็เข้าใจมันโดยไม่รู้ตัว
ซูเม่ยเหยากล่าว "ข้าได้ถ่ายทอดมันให้เจ้าผ่านตัวหยั่งรู้ ไม่เพียงแค่ถ่ายทอดวิชาเทพเท่านั้น ข้ายังได้ถ่ายทอดความเข้าใจต่อวิชาเทพให้เจ้าด้วย ดังนั้นสิ่งที่เจ้าต้องทำคือฝึกฝนตาม"
เสิ่นเสียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าซูเม่ยเหยาจะใช้การ "หยั่งรู้" ได้ด้วย หยั่งรู้เป็นสิ่งที่มีเพียงนักสู้ระดับหกถึงจะฝึกฝนออกมาได้ ซึ่งเกิดจากการหลอมรวมของพลังจิตกับพลังแท้ เป็นพลังจิตที่ไร้รูปลักษณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งลึกลับมหัศจรรย์มาก
"เจ้าต้องเก็บเรื่องของพวกเราไว้เป็นความลับ ห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาด รวมทั้งภรรยาตัวน้อยของเจ้าด้วย" ไป๋โยวโยวกล่าวอย่างเคร่งขรึมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ซูเม่ยเหยาเอ่ย "ข้าขอบอกเจ้าไว้ ข้ากับศิษย์พี่มีศัตรูอยู่มากมาย คนพวกนั้นสามารถขยี้เจ้าได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเจ้าจึงต้องเก็บเป็นความลับ และพวกเราก็จะไม่ปรากฏตัวออกมาบ่อย ๆโดยไม่จำเป็น"
เสิ่นเสียงตกตะลึงยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าสตรีสองคนที่ตนรับเอาไว้จะอันตรายเช่นนี้ เขาพยักหน้าโดยเร็ว ส่วนไป๋โยวโยวกับซูเม่ยเหยาก็พลันหายตัวเข้าไปในแหวน
วิชาไทเก็ก วิชาเทพจตุรทิศ ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ แต่เสิ่นเสียงกลับรู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่ว่าผู้ใดล้วนสามารถฝึกฝนวิชาเทพได้
ในโลกยุทธ์ วิทยายุทธ์แบ่งออกเป็นขั้นสามัญ ขั้นวิญญาณ ขั้นลึกล้ำ ขั้นพิภพ ขั้นสวรรค์ ขั้นศักดิ์สิทธิ์ และขั้นเทพ นอกจากนี้ยังแบ่งต่ำสูง โอสถก็มีการแบ่งระดับเช่นกัน เพียงแต่แบ่งเป็น สูง กลาง และต่ำสามระดับ
วิทยายุทธ์ขั้นสวรรค์ก็นับว่าหายากมากแล้ว วิทยายุทธขั้นเทพก็ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
วิชาเทพ เป็นวิทยายุทธ์ในตำนานที่เทพเจ้าฝึกฝน ทรงพลังไร้ที่เปรียบ เมื่อได้ฝึกฝนจะทำให้มีพลังที่สามารถพลิกแม่น้ำมหาสมุทร อัญเชิญอสนี หรือแม้กระทั่งพลิกชะตาชีวิต ทลายความว่างเปล่า ก้าวสู่ความเป็นเทพเจ้า!
วิชาไทเก็กเป็นวิทยายุทธ์หลัก ใช้เพื่อกลั่นปราณกลั่นร่างโดยเฉพาะ เคล็ดวรยุทธ์ที่ลึกล้ำและร้ายกาจแขนงหนึ่ง
ส่วนวิชาเทพจตุรทิศแบ่งออกเป็นสี่ส่วน คือวิชาเทพมังกรคราม วิชาเทพพยัคฆ์ขาว วิชาเทพวิหคเพลิง วิชาเทพเต่าทมิฬ ครอบคลุมสรรพสิ่ง วิชาเทพสี่ชนิดนี้เป็นวรยุทธ์ประเภทสนับสนุนการโจมตีหรือการป้องกัน เมื่อฝึกฝนสำเร็จก็จะสามารถแสดงวิทยายุทธ์อันแข็งแกร่งออกมาได้
เสิ่นเสียงมายังสวนด้านหลังซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ขณะที่สูดอากาศบริสุทธิ์ เขาสัมผัสพลังวิญญาณธาตุทั้งห้าได้อย่างชัดเจน
เส้นชีพจรวิญญาณธรรมดาเบ่งออกเป็นธาตุต่าง ๆ ส่วนเส้นชีพจรเทพหยินหยางของเสิ่นเสียงกลับเป็นตัวแทนปัญจธาตุ ดังนั้นเขาจึงฝึกฝนปราณแท้ปัญจธาตุได้
ถึงวิชาไทเก็กจะเป็นเคล็ดวรยุทธ์ที่ลึกลับมหัศจรรย์ แต่หลังจากได้รับการถ่ายทอดจากตัวหยั่งรู้ของซูเม่ยเหยา เสิ่นเสียงก็เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง เขาขับเคลื่อนวิชาไทเก็ก สัญลักษณ์ไทเก็กหยินหยางที่จุดตันเถียนของเขาหมุนวนทันที พลังวิญญาณฟ้าดินโหมทะลักเข้าสู่ร่างกายของเขา
เส้นชีพจรวิญญาณชั้นสูงก็สามารถดูดซับพลังวิญญาณได้เร็วมากอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เส้นชีพจรเทพ ยามนี้เสิ่นเสียงกำลังนั่งขับเคลื่อนวิชาไทเก็กอยู่ปากถ้ำ เมื่อพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของเขา ก็จะถูกกลั่นให้กลายเป็นกระแสพลังอบอุ่นสีขาวบริสุทธิ์ทันที ไหลเข้าสู่กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นชีพจร หล่อเลี้ยงปรับปรุงร่างกายของเขา
หากต้องการกลายเป็นนักยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ก็จะต้องฝึกฝนทั้งภายในและภายนอก ยามนี้เสิ่นเสียงกำลังเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในของตนเองอยู่ ทำให้มีกระแสพลังอันแข็งแกร่งเกิดขึ้นในร่างของเขา ซึ่งนั่นก็คือปราณแท้นั่นเอง
เสิ่นเสียงเข้าสู่สภาวะการฝึกตนโดยไม่รู้ตัว พลังวิญญาณหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา หากมีคนพบเขา จะต้องตกตะลึงมากอย่างแน่นอน