ปรมาจารย์ปรุงยาผงาดโลกา: ตอนที่ 2 โฉมสะคราญสองนาง ตอนที่ 2
สายฝนช่วยทำให้ปราณทมิฬลดต่ำลงได้ เช่นนี้ทำให้เสิ่นเสียงมองลึกลงไปในหน้าผาได้ชัดขึ้น เขาจึงลงไปลึกกว่านี้เพื่อค้นหา "เห็ดหลินจือนรก" นั่นให้พบ
ถึงแม้เขาไม่จำเป็นต้องใช้เห็ดหลินจือนรก แต่หลังจากเขาได้สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์นี้มาก็สามารถนำไปแลกโอสถล้ำค่าได้มากมาย ซึ่งจะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากข้อจำกัดในตอนนี้และมีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เม็ดฝนตกกระทบร่างเสิ่นเสียงทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ทำให้หินบนหน้าผาลื่นมากขึ้น เขาจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและค่อย ๆ ไต่ลงไปในหน้าผา มิเช่นนั้นหากไม่ระวังเขาอาจตกลงไปก็ได้
ไม่มีใครรู้ว่าด้านล่างผาปีศาจอมตะมีอะไรอยู่กันแน่ แม้จะมีหลายคนที่เคยลงไปแต่ก็ไม่มีใครกลับขึ้นมาได้เลย หากตกลงไปมีเพียงต้องตายสถานเดียว!
สองชั่วยามต่อมา ฝนยังคงตกหนัก เสิ่นเสียงอาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนมานานหลายปีของเขาปีนลึกลงไปหลายสิบจั้งของหน้าผา
เสิ่นเสียงค้นพบสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อน ยามนี้เขามองดูด้านล่างอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น เขามองเห็นอะไรบางอย่าง มันทำให้เขาหัวใจเต้นแรงขึ้นมา
"เห็ดหลินจือนรก!" เสิ่นเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้นดีใจ สายตาจ้องมองลงไปด้านล่าง ลึกลงไปประมาณสิบจั้ง มีบางอย่างซึ่งลักษณะเหมือนจานสีขาวแปะติดอยู่บนหน้าผา เขามั่นใจมากว่ามันคือเห็ดหลินจือนรก
สถานที่แห่งนี้ปกคลุมไปด้วยปราณมรณะสีดำตลอดทั้งปี และสีของเห็ดหลินจือนรกนั้นก็เหมือนสีหน้าผามากจึงค้นพบได้ยาก
เสิ่นเสียงปีติยินดียิ่งนัก เขาพยายามสงบสติอารมณ์และพักผ่อนครู่หนึ่งถึงได้ค่อย ๆ ไต่ลงไปด้านล่าง
เสิ่นเสียงก็ได้มาถึงเห็ดหลินจือนรก เขากลืนน้ำลายมองดูเห็ดสีขาวที่ใหญ่เท่าชามนั่น เขายังสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันแรงกล้าที่แผ่ซ่านออกมาจากเห็ดหลินจือนรก
เสิ่นเสียงยื่นมือข้างหนึ่งออกไปเก็บเห็ดหลินจือนรก เขาประเมินว่ามันคงมีอายุมากกว่าพันปี หากนำไปประมูล มันจักต้องมีมูลค่าสูงมากเป็นแน่
เสิ่นเสียงใช้ความพยายามอย่างมากถึงเก็บเห็ดหลินจือมาได้ และใส่มันลงในถุงเก็บของอันล้ำค่า พร้อมกับยิ้ม "ฮ่า ๆ ถึงเวลาที่ข้าจะฟื้นตัวแล้ว!"
แค่เขานำเห็ดหลินจือนรกไปขาย ก็จะสามารถซื้อโอสถที่มีระดับขั้นไม่เลวได้มากมาย ถึงตอนนั้นเขาก็จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
สายฝนค่อย ๆ ซาลง เสิ่นเสียงเป็นคนที่รู้จักพอประมาณ ดังนั้นเขาจึงไม่ออกค้นหาสมุนไพรที่หน้าผาขนาดใหญ่ต่อและเลือกปีนกลับขึ้นไป เนื่องจากพละกำลังของเขามีขีดจำกัดจึงทำให้การปีนกลับขึ้นไปลำบากและอันตรายพอสมควร
เมื่อเขาปีนกลับขึ้นไปได้ประมาณครึ่งชั่วยามกว่า ๆ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าหน้าผาสั่นเล็กน้อย
เสิ่นเสียงตกตะลึง หัวใจที่ตื่นเต้นดีใจของเขาจมดิ่งลงทันที เขามีลางสังหรณ์ไม่ดี เมื่อมองขึ้นไปด้านบนก็พบว่ามีก้อนหินขนาดเล็กมากมายร่วงลงมาจากหน้าผาและจมหายไปในหุบเหวที่มองไม่เห็นก้น และการสั่นสะเทือนของหน้าผาก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
"ให้ตายเถอะ ข้าอุตส่าห์เอาเห็ดหลินจือแห่งนรกมาได้ สวรรค์ท่านอย่าได้ล้อเล่นกับข้าเลย" การสั่นไหวอย่างกะทันหันของธรณีทำให้เสิ่นเสียงสบถเสียงต่ำออกมา
เขาพยายามตั้งสมาธิสั่งให้ตนเองจับหน้าผาที่ขรุขระเอาไว้แน่น มิเช่นนั้นเขาอาจถูกกระแทกพลัดตกลงไปได้
แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นทำให้เสิ่นเสียงค่อย ๆ หมดหวัง ยามนี้เขาเห็นก้อนหินที่ใหญ่ขึ้นร่วงลงมาจากด้านบนอย่างต่อเนื่องและเขายังรู้สึกว่าหินที่สองมือของเขาจับอยู่นั้นเกิดเป็นรอยร้าว
"สวรรค์ ข้าเพิ่งได้เห็ดหลินจือนรกมา ท่านก็จะให้ข้าลงนรกเสียแล้ว ล้อข้าเล่นหรืออย่างไร!" เสิ่นเสียงอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง ยามนี้เอง ปราณทมิฬที่อยู่ด้านล่างเพิ่มระดับขึ้นมา หินที่เสิ่นเสียงจับอยู่พลันแตกออก...
"อ้ากกก" ร่างของเสิ่นเสียงตกลงไปในปราณทมิฬซึ่งปกคลุมอยู่ในหุบเหว เสียงกรีดร้องด้วยความไม่เต็มใจยอมรับโชคชะตาของเขาดังก้องอยู่ด้านล่าง...
ไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใด เสิ่นเสียงลืมตาขึ้น เขาพลันพบกับแสงสว่าง นี่คืนก้นเหว สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อที่สุดคือเขาอยู่ในน้ำ แถมยังสามารถหายใจได้
เสิ่นเสียงลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ สถานที่ที่เขาอยู่นั้นคือสระน้ำซึ่งส่องแสงสีขาวอันศักดิ์สิทธิ์งดงาม
สิ่งที่ทำให้เสิ่นเสียงตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างคือ ห่างออกไปไม่ไกลจากสระน้ำ มีสตรีโฉมสะคราญผมเผ้ายุ่งเหยิงสองนางนั่งขัดสมาธิอยู่
และที่ทำให้เขาตะลึงยิ่งกว่าคือ โฉมสะคราญดุจเทพธิดาสองคนที่อยู่ตรงหน้าร่างกายเปลือยเปล่า เรือนร่างงามไร้ตำหนิประดุจหยกปรากฏต่อหน้าเขาอย่างหมดจด
โฉมสะคราญร่างเปลือยเปล่าทั้งสองดั่งถูกแกะสลักอย่างพิถีพิถันจากหยกมันแพะไร้ซึ่งรอยตำหนิ เอวของพวกนางคอดเรียวเพรียวบาง งามจนน่าหลงใหล...นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเสียงเคยเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้
ฉากที่เร้าอารมณ์ชวนหลงใหลเช่นนี้ทำให้เสิ่นเสียงตัวแข็งเป็นหินทันที หน้าแดงก่ำไปถึงหู การเต้นของหัวใจและลมหายใจราวกับจะหยุดชะงักลง