นับแต่นี้ไป วิถีไร้รักคือวิถีของข้า: ตอนที่ 1 ศิษย์คนที่หก ตอนที่ 1
“เคราะห์ร้ายจริง ๆ ที่วันนี้ถึงทีเข้าเวรของพวกเรา ทำให้ไม่สามารถไปดูความยิ่งใหญ่ของพิธีรับศิษย์ของเซียนชิงเหยี่ยนได้”
“ใครว่าไม่ใช่กันล่ะ เซียนชิงเหยี่ยนได้ประกาLท่านจะรับศิษย์น้องเย่เป็นลูกศิษย์คนสุดท้าย และจะไม่รับลูกศิษย์อีกต่อไปนับจากนี้ หากพลาดพิธีครั้งนี้ไป ก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"
“ล้วนเป็นความผิดของอวี๋จาว ถ้าไม่ใช่เพราะนางมีใจริษยา จงใจทำให้ศิษย์น้องเย่บาดเจ็บในระหว่างการประลอง ก็คงไม่ถูกเซียนชิงเหยี่ยนลงโทษให้สำนึกผิดในคุกมืด ทำให้พวกเราต้องพลอยลำบากไปด้วย"
“...”
ในพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยความมืดมิด
เด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปีกำลังปิดตาซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง
ใบหน้าของนางซีดขาวราวหิมะ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีคราบเลือดเป็นจุด ๆ บนริมฝีปาก
แม้ในขณะหลับฝัน คิ้วของนางก็ขมวดลึก ขนตาที่เหมือนปีกผีเสื้อ กระพือสั่นเป็นครั้งคราว เห็นได้ชัดว่ารู้สึกไม่สงบเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้น นางก็ลืมตาขึ้นมา ดวงตาที่ใสราวกับกระจกเต็มไปด้วยความตกใจกลัว จากนั้นความสับสนก็เคลือบคลานเข้ามาแทน
นางตายไปแล้วมิใช่หรือ
นางเอาฝ่ามือทาบหน้าอกโดยสัญชาตญาณ
อวี๋จาวยังคงจำได้ถึงความหนาวเย็นเจ็บปวดของปลายดาบที่แทงทะลุหัวใจ รวมถึงสายตาเหยียดหยามเกลียดชังที่มองมาของทุกคน
กวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างเชื่องช้า
สภาพแวดล้อมโดยรอบมืดสนิท ไม่มีแสงสว่างแม้แต่เดียว มันเงียบอย่างน่ากลัว ราวกับสถานที่แห่งความตาย
ความรู้สึกหวาดกลัวที่คุ้นเคยทะลักเข้ามาในใจ
อวี๋จาวตัวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
นางรู้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ไหน
คุกมืด
มันเป็นสถานที่ที่นิกายเต๋าทั้งห้าใช้ลงโทษผู้ฝึกตนชั่วร้ายที่เลวทรามต่ำช้า
นางเคยถูกขังอยู่ที่นี่มาแล้วครั้งหนึ่ง
หลังจากครั้งนั้น นางก็เริ่มกลัวความมืด และนิสัยก็ยิ่งขี้ขลาดเชื่อฟังมากขึ้น
เพราะว่านางกลัว นางกลัวที่จะเข้ามาที่นี่อีกครั้ง
ดังนั้น...
นี่นางเกิดใหม่เช่นนั้นหรือ
การตระหนักรู้เช่นนี้ทำให้อวี๋จาวรู้สึกแน่นหน้าอก นางรู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อย และหัวใจก็เต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ
ตุบ ตุบ ตุบ
ก่อนที่อาการวิงเวียนศีรษะจะมาเยือน อวี๋จาวกัดปลายลิ้นอย่างแรง
ความเจ็บปวดเฉียบพลัน และกลิ่นคาวเลือดที่คล้ายสนิมได้กระตุ้นเส้นประสาท ดวงตาของนางชัดเจนทันที มุมปากค่อย ๆโค้งงอ จนกลายเป็นรอยยิ้มของความประชดประชัน
เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง นางยังมีอะไรต้องกลัวอีก
ชาติที่แล้ว นาวเป็นเด็กกำพร้า ระเหเร่ร่อนมาตั้งแต่จำความได้ ตอนนางอายุหกขวบ บังเอิญได้พบกับเซียนชิงเหยี่ยนที่ออกไปเยี่ยมสหายข้างนอก ถูกนำตัวกลับมาที่นิกายเต๋าทั้งห้า และตั้งชื่อให้ว่าอวี๋จาว
จากนั้นในพิธีเริ่มต้นบำเพ็ญตน นางถูกค้นพบว่ามีพรสวรรค์ระดับสูงอย่างรากวิญญาณธาตุน้ำเดี่ยว และได้กราบเป็นลูกศิษย์ของเซียนชิงเหยี่ยน กลายเป็นลูกศิษย์คนที่หกซึ่งอายุน้อยที่สุด
ในเวลานั้น เซียนชิงเหยี่ยนได้ประกาศต่อหน้าทุกคนในนิกายเต๋าทั้งห้าว่า อวี๋จาวจะเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของเขา
คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหูของนาง แต่สุดท้ายนางก็เป็นคนเดียวที่จริงจังกับคำพูดเหล่านั้น
ก็เหมือนที่นางพยายามเอาอกเอาใจทุกคน แต่กลับจบลงด้วยการถูกดาบแทงทะลุหัวใจ แม้แต่ร่างกายยังไม่หลงเหลือ
ภาพอดีตก็เหมือนขี่ม้าผ่านโคมไฟ ที่แว็บผ่านเข้ามาและผ่านไปในสมองของอวี๋จาว ความโกรธที่แผดเผาในดวงตาของนางค่อย ๆ สงบลง สุดท้ายกลายเป็นเพียงความสงบ
ในชาติก่อน เซียนชิงเหยี่ยนช่วยชีวิตนางไว้ ต่อมานางได้ชดใช้ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของนาง
ในชาตินี้ นางไม่ได้ติดค้างใครทั้งนั้น
ยามนี้
เสียงฝีเท้าที่จงใจได้เดินมาแต่ไกล และขยับใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
อวี๋จาวเงยหน้าขึ้น
เงาร่างสูงโปร่งมายืนอยู่ข้างหน้า
“ศิษย์น้องหก เจ้ารู้ความผิดแล้วหรือไม่”
ชายผู้นี้แต่งกายด้วยชุดสีขาว มีใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง เสียงของเขาชัดเจนราวกับหยก ดาบยาวห้อยอยู่ที่เอว ทำให้เขาดูเป็นสุภาพบุรุษมีสง่าราศรี
เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของนาง
ฟางเฉิงหล่าง
สายตาของอวี๋จาวมองสังเกตใบหน้าของเขาอย่างละเอียด
ในเวลานี้ พวกเขายังไม่ได้แตกหักกันเพราะเย่ฉงซิน ดังนั้นนางจึงสามารถพบความห่วงใยและกังวลที่ซ่อนอยู่ในสายตาของเขาได้
นี่คือสิ่งที่นางโหยหาแต่ไม่อาจได้รับมาในชาติก่อน
แต่ตอนนี้นางไม่สนใจอีกแล้ว
ราวกับว่าเห็นอวี๋จาวไม่กล่าวอะไรเลย ฟางเฉิงหล่างจึงขมวดคิ้ว “ศิษย์น้องหก คราวนี้เจ้าทำตามใจตัวเองเกินไปแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเจ้าทำให้ศิษย์น้องเย่นอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาสามวันเต็ม ๆ และเกือบทิ้งโรคร้ายไว้แล้ว"
"เพื่อชดใช้ความผิดของเจ้า ท่านอาจารย์จึงยอมตกลงที่จะรับศิษย์น้องเย่มาเป็นลูกศิษย์"
"โชคดีที่ศิษย์น้องเย่มีจิตใจดี เลยไม่ตำหนิเจ้า ตราบใดที่เจ้ายอมรับความผิดอย่างจริงใจ ข้าจะอ้อนวอนขอความเมตตาจากท่านอาจารย์แทนเจ้า ให้ปล่อยเจ้าออกไปโดยเร็วที่สุด"
อวี๋จาวหัวเราะอย่างเย็นชาอยู่ในใจ
ใช่ เป็นความจริงที่ชาติก่อนนางอิจฉาเย่ฉงซิน
เซียนชิงเหยี่ยนรับลูกศิษย์ทั้งหมดหกคน นางอายุน้อยที่สุดและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว จึงได้รับความโปรดปรานเป็นธรรมดา