ข้ามมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายย้อนยุค: ตอนที่ 8 ท่านย่า ให้ข้าช่วยตบแทนท่านเถอะ ตอนที่ 8
“พี่สะใภ้พูดอะไรเช่นนี้ หากเราช่วยได้ เราก็จะช่วยแน่นอน แต่ตอนนี้เราอยู่ในที่รกร้าง เราช่วยอะไรไม่ได้เลย”
ท่านหญิงรองวังซื่อพูดด้วยน้ำเสียงเสียใจ แต่ในสายตาของนางนั้นเต็มไปด้วยความสะใจ
ท่านชายรองซ่งลู่ก็ถอนหายใจและส่ายหน้าพูดว่า “พี่สะใภ้ พวกเราไม่ใช่หมอ”
สำหรับพี่สะใภ้ที่อ่อนแอผู้นี้ จริงแล้ว ๆ เจ้ารองก็ชอบพี่สะใภ้ เมื่อหลายปีก่อนเขาและพี่ใหญ่ต่างก็สนใจในตัวพี่สะใภ้
แต่พี่สะใภ้ไม่ได้สนใจเขา นี่จึงเป็นปมในใจของซ่งลู่ แน่นอนว่านี่ก็เป็นปมในใจของท่านหญิงรองซ่งเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลที่นางพุ่งเป้าไปที่พี่สะใภ้
ท่านหญิงใหญ่ซ่งรีบพูด “ข้ารู้ พวกเจ้า…พวกเจ้าพอจะให้ข้ายืมเงินสักหน่อยได้หรือไม่”
นางกำแขนเสื้อตัวเองแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่นางขอความช่วยเหลือหลังจากสามีหายตัวไป
อย่างไรก็ตามผู้ที่ถูกขอความช่วยเหลือกลับเห็นเป็นโอกาส ยิ้มเยาะเย้ยนาง
“พี่สะใภ้ ท่านก็มีวันที่ต้องมาขอความช่วยเหลือเช่นนี้เหมือนกัน แต่ท่านขอข้าไปก็ไร้ประโยชน์ ข้าไม่มีเงิน!”
ท่านหญิงรองรู้สึกสะใจมาก ในตอนแรกนางมีสามีคอยปกป้อง ต่อมาก็มีลูกชายคอยปกป้อง ไม่คิดว่านางจะมีวันนี้
ซ่งลู่รู้สึกสงสารพี่สะใภ้ แต่ตอนนี้เขาก็ต้องพึ่งภรรยาและลูกสะใภ้ในการใช้ชีวิตในภายภาคหน้า จึงทำได้เพียงส่ายหน้าปฏิเสธ
“พี่สะใภ้ ขอโทษด้วย”
“ข้าเห็นว่าจิ่วยวนถูกตีเช่นนี้ มีชีวิตอยู่ก็ทรมาน สู้ให้เขาไปสบายเสียยังจะดีกว่า”
นี่เป็นคำพูดของท่านชายสามซ่ง ซ่งเหริน นิสัยของเขาเป็นคนเช้าชามเย็นชาม ไม่สนใจใครสักคน แต่คำพูดนี้ทำให้พี่สะใภ้รู้สึกถึงความหนาวเหน็บภายในใจ
นางเบิกตากว้าง ไม่เชื่อหูตัวเอง “น้องสาม เจ้าหมายความว่าเช่นไร”
“สามีของข้าหมายความว่าอะไรท่านก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ”
ท่านหญิงสามสวี่ซื่อพูดอย่างรุนแรง “ถ้าไม่ใช่เพราะจิ่วยวนของเจ้ามีความทะเยอทะยานเกินไป เราก็คงไม่ต้องถูกกวาดล้างตระกูลและถูกเนรเทศ
ข้าคิดว่าตอนนี้กรรมคงตามสนองเขาแล้ว เป็นความประสงค์ของสวรรค์ที่จะเอาเขาไป คิดหาทางไปก็ไร้ประโยชน์!”
“หุบปาก!”
ท่านหญิงใหญ่ตบหน้าสวี่ซื่อไปหนึ่งที นี่เป็นครั้งแรกที่นางโกรธเช่นนี้ สวี่ซื่อไม่ทันตั้งตัว ถูกตบเข้าอย่างจัง
เมื่อสวี่ซื่อรู้สึกตัวก็เงื้อมือจะตบท่านหญิงใหญ่ เจียงหว่านจึงรีบดึงตัวท่านหญิงใหญ่ออกมา
ส่งผลให้สวี่ซื่อพุ่งถลา และล้มลงบนพื้นอย่างน่าอาย ดูทุลักทุเล
“นังสารเลว…”
สวี่ซื่อลุกขึ้นจากพื้นและพุ่งเข้าใส่พี่สะใภ้อีกครั้ง
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ!
เจียงหว่านคว้าสวี่ซื่อมาตบหน้าหลายทีจนหน้าของนางบวมเป่ง พอคนในบ้านสามจะเข้ามาช่วย ซ่งจิ่วฉือและซ่งจิ่วหลีก็ช่วยกันขัดขวางพวกเขาไว้
แม้ว่าทั้งสองจะเกลียดเจียงหว่าน แต่ความเกลียดก็ไม่สามารถมาฉุดรั้งไม่ให้พวกเขาไปขัดขวางพวกศัตรูได้ เพราะถึงอย่างไรแล้วคนในบ้านสามนั้นดูถูกแม่ของพวกเขา!
“เจียงหว่าน นังตัวซวย ปล่อยข้านะ!” หน้าของท่านหญิงสามบวมจนเป็นหัวหมู เจียงหว่านออกแรงผลัก นางล้มลงกับพื้น
ไม่รู้ว่าเจตนาหรือไม่ มีหินก้อนเล็ก ๆ หล่นลงบนพื้น ท่านหญิงสามฟันหักไปหลายซี่ เลือดซึมออกมาที่ริมฝีปาก นางคลุ้มคลั่งราวกับคนบ้า
“นังสารเลว เจียงหว่านนังสารเลว!”
“ถ้าไม่พูดถึงตอนที่พวกเจ้าพึ่งพาสามีของข้าจนได้อยู่สุขสบาย แม่ของข้าก็เป็นถึงพี่สะใภ้ของพวกเจ้า จะพูดจาก็ควรให้เกียรติกันหน่อย!”
ตั้งแต่ข้ามมิติมา เจียงหว่านอัดอั้นตันใจมาตลอด ตอนนี้นางได้ระบายบ้างแล้ว หลังจากที่ได้ตบสวี่ซื่อ นางก็รู้สึกดีขึ้นมาก!
“ท่านแม่!”
ลูกชายของบ้านสามซ่งหยางอายุเพียงเจ็ดขวบ ปกติเป็นเด็กเอาแต่ใจ พอเห็นแม่ตัวเองถูกตบ ก็รีบพุ่งเข้าไปหาเจียงหว่านเหมือนประทัดลูกเล็ก ๆ
เห็นได้ชัดเจนว่าจะเข้ามาเอาเรื่องเจียงหว่าน เพียงแต่คิดไม่ถึงเขายังไม่ทันได้ลงมือ เจียงหว่านก็จับเขาไว้ได้
“อ๊า ข้าจะตีเจ้า นังสารเลว กล้าตีแม่ข้า ข้าจะตีเจ้า!”
ซ่งหยางแกว่งแขนไปมาเพื่อจะตีเจียงหว่าน น่าเสียดายที่ไม่ได้ผล ท่าทางทีออกมานั้นกลับตลกนิดหน่อย
“หยุด!”
นายหญิงที่นั่งเงียบมาตลอดในที่สุดก็พูดขึ้นมา เพราะห่วงหลานชายคนเล็กของนาง
“เจียงซื่อ ปล่อยหยางเกอเอ๋อร์”
“ท่านย่า ถ้าข้าปล่อยเขา เขาจะตีข้า”
เจียงหว่านพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง ตอนที่บ้านใหญ่ของนางถูกกลั่นแกล้ง นางกลับทำเป็นไม่เห็นอะไรเลย นี่มันลำเอียงสุด ๆ ไปเลย
“ท่านย่า นางตีท่านแม่ข้า!”
ซ่งหยางพูดอย่างน้อยใจ เด็กเกเรมักรู้วิธีทำให้นายหญิงสงสาร และแน่นอนนายหญิงก็สงสารเขามาก จนจ้องเจียงหว่านอย่างโกรธกริ้วแล้วพูดว่า
“เจียงซื่อ เจ้าไม่เคารพผู้ใหญ่ รังแกเด็ก สมควรโดนตบปาก!”
“ท่านย่า ให้ข้าช่วยท่านตบหน้านางแทนเถอะ!”
พอเสิ่นเชียนได้ยินก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แล้วก็ลูบไม้ลูบมือเตรียมตัวจะตบเจียงหว่าน
“นี่คิดว่าตัวเองเป็นนายหญิงคนก่อนงั้นหรือ” เจียงหว่านมองนายหญิงอย่างเย็นชาแล้วพูดกับท่านหญิงใหญ่ซ่งว่า “ท่านแม่ ท่านเห็นหรือไม่
ท่านย่ามีแค่บ้านสองกับบ้านสามเท่านั้นที่เป็นหลานแท้ ๆ ของนาง แต่พวกเราไม่ใช่
แต่ก่อนสามีของข้าทำงานหนักสร้างความดีความชอบ ทำไมไม่พูดว่าให้แต่ละบ้านอยู่บ้านใครบ้านมัน ตอนนี้สามีของข้าป่วยหนัก เจ้าที่เป็นน้าไม่เพียงไม่ช่วย แต่ยังบอกให้สามีข้าไปตายอีก
ข้าจะบอกพวกเจ้าให้ว่าแค่ตบนางมันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ตอนนี้ข้าไม่กลัวอะไรอีกแล้ว อย่างมากก็แค่ตาย!”
คำพูดรุนแรงของเจียงหว่านทำให้ทุกคนตกตะลึง นายหญิงถึงกับยืนนิ่งเหมือนถูกทิ่มแทงในใจ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง!
“ท่านย่า เจียงหว่านทำเกินไปแล้ว ข้าจะช่วยท่านสั่งสอนนางเอง!”
เสิ่นเชียนกลัวพลาดโอกาสที่จะตบเจียงหว่าน จึงพุ่งมาด้านหน้าเจียงหว่านอย่างรวดเร็ว แต่พอนางเงื้อมือขึ้น เจียงหว่านก็จับมือนางเอาไว้ได้
“เจ้าน่ะหรือ คิดจะตบข้า”
เหอะ~
เจียงหว่านหัวเราะเยาะ แล้วตบหน้าเสิ่นเชียนอย่างแรงโดยไม่ออมมือ ส่วนเด็กเกเรที่นางจับไว้นั้นก็ถูกโยนไปด้านหน้านายหญิงแล้ว
“พี่สะใภ้!”
ซ่งเฉินไม่พอใจเดินเข้ามา แต่ถูกซ่งจิ่วฉือขวางไว้ “ท่านพี่ เรื่องของผู้หญิงให้พวกนางจัดการกันเองเถอะ”
ไม่ว่าผู้หญิงเจ้าเล่ห์อย่างเจียงหว่านจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้นางก็ทำเพื่อพี่ใหญ่ของเขา ซ่งจิ่วฉือยังแยกแยะเรื่องถูกผิดได้
“หว่านหว่านพูดถูก จริง ๆ แล้วเราไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ท่านแม่ไม่สามารถทำให้เกิดความเท่าเทียม ข้าพอเข้าใจ”
จู่ ๆ ท่านหญิงใหญ่ซ่งก็พูดขึ้นด้วยความเศร้า “แต่ท่านแม่จะเห็นแก่ที่ยวนเอ๋อร์คอยช่วยดูแลลูกหลานของท่านมาตั้งหลายปีหน่อยได้หรือไม่ ช่วยเขาเถอะ”
“เจ้าพูดซี้ซั้วอะไร”
นายหญิงซ่งหลบสายตาด้วยความกระวนกระวาย “อีกอย่างพวกเราก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะรอดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของหยวนเอ๋อร์แล้วแหละ!”
“ฮึ~”
ท่านหญิงใหญ่ซ่งรู้สึกเย็นชาภายในใจ จนเปิดโปงความลับที่นายหญิงซ่อนมานานออกมา
“ท่านไม่สมควรเป็นท่านย่าของลูกข้าเลย ตอนนั้นท่านเป็นแค่ภรรยาน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อหลงใหลในอนุจนละเลยภรรยา ท่านจะได้มาเป็นนายหญิงงั้นหรือ
ลูกของข้าต่างหากที่เป็นทายาทที่แท้จริง ลูกของท่านเป็นแค่ลูกนอกสมรส ถ้าท่านพ่อไม่หลงใหลในตัวท่าน ท่านจะมีสิทธิ์อะไรมารับเกียรติยศที่ลูกของข้านั้นนำมา”
“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้!”
นายหญิงซ่งโกรธจนนั่งไม่ติดพื้น นี่เป็นความลับที่ซ่อนไว้มาแสนนาน เพราะนางเคยเป็นแค่คนล้างเท้าของภรรยาหลวง
เมื่อได้เป็นที่รัก นางก็ทำให้ภรรยาหลวงโกรธจนอกแตกตาย นางคิดว่าคนที่รู้เรื่องนี้ตายกันไปหมดแล้ว แต่ไม่คาดคิดเลยว่า “ลูกชายแสนดี” ของนางกลับบอกความจริงนี้กับภรรยาของเขา