ข้ามมิติมาเป็นนางร้ายในนิยายย้อนยุค: ตอนที่ 5 นางคงไม่ได้คิดจะหนีไปใช่ไหม ตอนที่ 5
ท่านหญิงรองซ่งกัดหมั่นโถวสีขาว พึงพอใจกับเสิ่นเชียนมาก และพูดคล้อยตามนางทันที
“ใช่แล้ว เพราะเชียนเชียนฉลาด สิ่งที่เราต้องการที่สุดก็คือความอิ่มท้อง มิเช่นนั้นจะมีแรงเดินได้อย่างไร”
“ข้าว่าเอาเงินของเจ้ามาแสดงความกตัญญูต่อท่านยายยังดีเสียกว่า!”
ท่านหญิงสามซ่งยิ้มแย้มให้กับนายหญิง นายหญิงที่เดิมทีกำลังหงุดหงิดก็มองมาด้วยความเย็นชา
สายตาคู่นั้นดูเกลียดชัง เห็นได้ชัดว่าสะใภ้ทั้งสองที่แต่งงานเข้ามาพร้อมกัน ในตอนนี้นายหญิงเอนเอียงมาทางเสิ่นเชียนมากกว่า
เจียงหว่านแสร้งทำเป็นไม่เห็น ในช่องมิติของนางนั้นมีอาหาร แต่ตอนนี้ไม่เหมาะสมที่จะนำเอาออกมา
จึงเอาเวลามาคิดหาทางให้ซ่งจิ่วยวนกินยาดีกว่า ใช่แล้ว เจียงหว่านตั้งใจจะให้ซ่งจิ่วยวนกินยาแก้อักเสบ
ไม่ไกลจากบริเวณนี้มีแม่น้ำเล็ก ๆ สายหนึ่ง นางไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ แล้วจึงเดินไปทางนั้น
เนื่องจากอยู่ไม่ไกลนัก และอยู่ในระยะที่สายตามองเห็น เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้นางไป
“ติ๊ง ยินดีด้วยที่เจ้านายบรรลุภารกิจกักตุนทรัพยากร 60%”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในหัวของเจียงหว่าน นางสะดุ้งทันที “ใครน่ะ”
นางไม่กล้าพูดเสียงดัง แต่มั่นใจว่าเสียงนี้มันแปลก ๆ
“เจ้านาย ข้าเป็นของท่าน”
“ระบบงั้นหรือ”
เจียงหว่านที่ถือถุงหนังใส่น้ำหยุดชั่วขณะ รีบย่อตัวลง จากนั้นหลับตาเพ่งกระแสจิตเข้าสู่ช่องมิติ มันยังคงเป็นช่องมิติที่มืดมิดเหมือนในชาติก่อน
ในความมืดสุดลูกหูลูกตา มีบรรดาเพชรพลอยและทรัพยากรเต็มไปหมด ซึ่งเป็นของที่นางเอามาจากคลังศัตรู
นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรอีกหนึ่งกองที่นางสะสมไว้ในชาติก่อน มีทั้งยา อาหาร และข้าวของที่จำเป็นหลายอย่าง แต่มีจำนวนไม่มาก ทันใดนั้นหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ก็ปรากฏขึ้นเหนือหัวของนาง
บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์มีแถบความคืบหน้าแสดง 60% เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นอีกครั้ง
“ใช่แล้ว เพราะเจ้านายข้ามมิติมายังโลกอื่น จิตวิญญาณของช่องมิติได้อัพเกรด ขอเพียงเจ้านายทำภารกิจสะสมทรัพยากรสำเร็จ ช่องมิติก็จะอัพเกรดเป็นพื้นที่เพาะปลูก!”
คำพูดของเสียงอิเล็กทรอนิกส์ทำให้เจียงหว่านรู้สึกตกตะลึง ในชาติก่อนช่องมิตินี้ติดตัวนางมานานมาก นางไม่เคยรู้ว่าช่องมิตินี้สามารถอัพเกรดได้ด้วย เคยใช้เพียงแค่เป็นพื้นที่เก็บของ
จิตใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ช่องมิติสามารถเพาะปลูกได้งั้นหรือ หมายความว่าหลังจากนี้นางจะเก็บทรัพยากรได้อย่างไม่สิ้นสุดน่ะสิ
คิดได้เช่นนี้เจียงหว่านก็กระพริบตาแล้วพูด “ก่อนหน้านี้ช่องมิติของข้าไม่มีระบบ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่เจ้าพูดเป็นจริงหรือเท็จ”
“มันเป็นเรื่องจริง!”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์พยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างร้อนรน แต่พบว่าเจียงหว่านหน้าตาเรียบเฉย ไม่เกิดอาการดีใจตามที่คาดไว้ ทำให้ระบบเกิดความรู้สึกล้มเหลว
“ข้าไม่เชื่อ!”
เจียงหว่านนั่งยอง ๆ อยู่ริมแม่น้ำเล็ก ๆ ส่วนกระแสจิตนั้นกำลังโต้เถียงอยู่กับเสียงอิเล็กทรอนิกส์ในช่องมิติ “นอกเสียจากเจ้าจะพิสูจน์ให้ข้าดู!”
“งั้น...งั้น...งั้นจะพิสูจน์ให้ท่านดู”
เสียงอิเล็กทรอนิกส์เกือบแตกเพราะความโกรธ และทันใดนั้นพื้นที่มิติก็เกิดการบิดเบี้ยว เกือบทำให้จิตของเจียงหว่านหลุดออกมา ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นช่องมิติก็มีบ่อน้ำพุปรากฏขึ้น
ภูติน้อยพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “นี่คือน้ำพุวิญญาณที่จะปรากฏเฉพาะเมื่ออัพเกรดแล้ว ตราบใดที่เจ้านายพยายามสะสมทรัพยากรให้มากขึ้น ในอนาคตช่องมิติก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าเชื่อเจ้าแล้ว แล้วน้ำพุวิญญาณนี่มีประโยชน์อะไร”
เจียงหว่านมองไปที่น้ำพุวิญญาณด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่น่าเสียดายที่ยังคงมืดเกินไปที่จะเห็นสิ่งอื่น ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากช่องมิติยังคงมืดมิด
ภูติน้อยพูดอย่างมีความสุข “น้ำพุวิญญาณนี้ถึงแม้จะไม่สามารถฟื้นคืนชีพให้คนตายได้ แต่ก็มีสรรพคุณเป็นยาบำรุง เจ้านายลองดูก็จะรู้เอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกระแสจิตของเจียงหว่านก็ออกจากช่องมิติ จากนั้นก็แอบเอาน้ำพุวิญญาณใส่เข้าไปในถุงหนังใส่น้ำแล้วดื่มไปสองสามอึก
น้ำมีรสหวานมาก พอดื่มลงไปก็รู้สึกเหมือนมีสายธารบริสุทธิ์ไหลเข้ามาในร่างกาย ร่างกายที่เหนื่อยล้าก็เต็มไปด้วยพลังภายในพริบตา
เจียงหว่านรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างมาก จากนั้นก็ดื่มน้ำในถุงหนังใส่น้ำไปครึ่งหนึ่งด้วยความรวดเร็ว แล้วเติมน้ำธรรมดาลงไปอีกหน่อย
น้ำเหล่านี้เป็นของที่เจียงหว่านเอามาจากห้องครัวในระหว่างถูกรื้อบ้าน ตอนนี้ได้ใช้พอดี
ส่วนถุงหนังใส่น้ำอีกใบก็บรรจุน้ำธรรมดา นอกจากนี้นางยังผสมยาแก้อักเสบที่เก็บไว้ในช่องมิติตั้งแต่ชาติที่แล้วลงไปในถุงหนังใส่น้ำที่มีน้ำพุวิญญาณด้วย
กลัวว่าซ่งจิ่วยวนจะรู้รส นางจึงเติมกลูโคสเข้าไปเล็กน้อย เมื่อเห็นนางนั่งที่ริมแม่น้ำเป็นเวลานาน เสิ่นเชียนที่อยู่ไม่ไกลก็เริ่มหาเรื่องนาง
“ตั้งนานแล้วเจียงหว่านยังไม่กลับมาอีก นางคงไม่ได้คิดที่จะหนีไปใช่ไหม”
คำพูดนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนในบ้านใหญ่ตกตะลึง แม้แต่เจ้าหน้าที่เองก็เริ่มมองไปด้วยสายตาระแวดระแวง
“ถ้านางกล้าหนี ข้าจะหักขานาง!”
ซ่งจิ่วฉือกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงโหดร้าย ในเมื่อนางพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะแต่งงานเข้ามาแล้ว ตอนนี้ก็ต้องอยู่เพื่อปกป้องพี่ใหญ่ของเขา!
ใบหน้าซ่งจิ่วหลีเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นางเกลียดเจียงหว่านมาตั้งแต่แรก และในตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน
ส่วนซ่งจิ่วยวนที่กำลังทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะมาสนใจเรื่องเหล่านี้
เมื่อเจียงหว่านหันกลับมาก็เห็นผู้คนมีสีหน้าแปลก ๆ นางเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน เจ้าหน้าที่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
มีคนหลบหนีถือเป็นความผิดร้ายแรง พวกเขาไม่สามารถยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้
เจียงหว่านเดินไปยังด้านหน้าซ่งจิ่วยวน ย่อตัวลงแล้วพูดว่า “ข้าจะป้อนน้ำให้ท่าน”
พูดจบก็ถือถุงหนังใส่น้ำจะป้อนน้ำให้เขาดื่ม ซ่งจิ่วฉือรีบเข้ามาห้าม “เดี๋ยวก่อน ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าในน้ำนี้เจ้าไม่ได้วางยาเอาไว้”
“นั่นสิ ถ้าเจ้าโกรธแค้นที่ต้องมารับเคราะห์เพราะพี่ใหญ่ แล้วคิดวางยาฆ่าพี่ใหญ่จะทำยังไง”
เสิ่นเชียนเยาะเย้ยอย่างเหยียดหยาม จงใจทำให้เจียงหว่านขายหน้าชัด ๆ
เจียงหว่านกำกำปั้นของตัวเองแน่นขึ้น!
เมื่อกำลังคิดว่าจะต่อยออกไป ซ่งจิ่วยวนก็พูดช้า ๆ “ข้าจะดื่ม”
ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแรงเกินกว่าจะสนใจเรื่องความเป็นความตาย ริมฝีปากแห้งผาก
“ดื่มเถอะ”
เจียงหว่านใช้นิ้วชี้เชยคางของเขาด้วยความหงุดหงิด แล้ววางถุงหนังใส่น้ำไว้ที่ริมฝีปากของเขา การกระทำนี้ค่อนข้างหนักมือดูรุนแรง ทำให้คนอื่น ๆ ที่ดูอยู่หมดความอดทน
แต่ก่อนจ้านอ๋องอันทรงเกียรติเคยถูกกระทำเช่นนี้เสียเมื่อไรล่ะ
แต่ซ่งจิ่วยวนก็อ้าปากดื่มไปหนึ่งอึก น้ำรสหวานไหลลงลำคอ ซ่งจิ่วยวนมองเจียงหว่านอย่างแปลกใจ
ทำไมน้ำนี่ถึงหวานล่ะ
แววตาสงสัยแสดงออกมาอย่างชัดเจน จนซ่งจิ่วฉือสังเกตได้ทันที เขาจึงเอ่ยถามอย่างรวดเร็วว่า
“เกิดอะไรขึ้น พี่ใหญ่ รสชาติผิดปกติงั้นหรือ”
เขาว่าแล้วเชียว ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่มีเจตนาดีแน่ ๆ
ซ่งจิ่วยวนเงียบไม่พูดอะไร รอสักครู่เพื่อดูว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายเขา แล้วจึงพูดว่า
“เปล่า”
เพียงแต่ว่าในสถานการณ์เช่นนี้ผู้หญิงคนนี้ยังสามารถหาน้ำหวานมาได้ ดูเหมือนว่าจะไม่เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้
หรือว่านางที่มากด้วยกลอุบายก่อนหน้านี้ล้วนเป็นการแสร้งทำทั้งหมด
ซ่งจิ่วยวนเริ่มไม่เข้าใจในตัวเจียงหว่าน
เจียงหว่านก็ไม่คิดจะให้เขาเข้าใจ เจ้าของร่างเดิมในหนังสือไม่ได้ดีเหมือนนาง คอยสร้างปัญหาให้คนตระกูลซ่งเดือดร้อนตลอดทาง ทำให้คนตระกูลซ่งเกลียดชังอย่างมาก
นางเก็บถุงหนังใส่น้ำที่มียาผสมไว้ แล้วส่งถุงหนังใส่น้ำอีกใบให้กับท่านหญิงใหญ่ซ่ง “ท่านแม่ ดื่มน้ำหน่อยเถอะ”
“ขอบใจมาก”
ท่านหญิงใหญ่ซ่งรับถุงน้ำแล้วดื่มเข้าไป จากนั้นก็ส่งถุงหนังใส่น้ำให้กับซ่งจิ่วฉือ
“จิ่วฉือ”