เจ้าหนูอัจฉริยะกับคุณพ่อมาเฟีย: ตอนที่ 7 การพบกับโฮสต์หนุ่มคนนั้น ตอนที่ 7
“คุณ...” เฟิงเชียนเสวี่ยกัดฟันด้วยความโกรธ ทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอมีเงินเพียงสามพันกว่าหยวน เธอจะมีเงินมาจ่ายค่าบิลแสนกว่าหยวนได้ยังไง
“คุณคงไม่ได้ไม่มีเงินหรอกใช่ไหม” เฮ่อเหวินเจ๋อเดินเข้ามาใกล้เธอแบบมีเจตนาแอบแฝง “คุณขอร้องผมได้นะ แค่คุณยอมนอนกับผมหนึ่งคืนผมจะเป็นคนจ่ายบิลเอง ต่อไปนี้ตอนคุณอยู่ที่บริษัทก็จะไม่มีใครกล้าเข้ามารังแกคุณอีก...”
“เพี๊ยะ!” เฮ่อเหวินเจ๋อยังพูดไม่ทันจบ เฟิงเชียนเสวี่ยก็ตบหน้าเขาไปหนึ่งทีและด่าออกไปด้วยความโกรธเคือง “หน้าด้าน!”
เฮ่อเหวินเจ๋อลูบหน้าตัวเอง เขาไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่ยังยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “นี่เป็นครั้งแรกที่คุณสัมผัสผม มือของคุณนุ่มจริงๆ เลย!”
“น่าขยะแขยง!” เฟิงเชียนเสวี่ยตอบกลับไปด้วยความโกรธ
“ถ้าคุณเลี่ยงที่จะจ่ายบิลในวันนี้ วันข้างหน้าคงยากที่จะมั่นคงในบริษัทแห่งนี้ เพื่อนร่วมงานทุกแผนกจะดูหมิ่นและกีดกันคุณออกไป...” เฮ่อเหวินเจ๋อตะโกนประโยคสุดท้ายออกมา “หรือว่าคุณอยากจะเสียงานนี้ไป”
เฟิงเชียนเสวี่ยเดินออกไปด้วยความว่างเปล่า เธอรู้สึกท้อแท้มาก เธอไม่สามารถเสียงานนี้ไปได้ แต่เธอจะไปหาเงินเพื่อจ่ายค่าบิลแสนกว่าหยวนจากไหน
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั่งอยู่ภายในห้องที่อยู่ข้างๆเธอ
ชายร่างสูงตรงนั่งอยู่บนโซฟาโดยหันหลังให้เธอ เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหลุดลุ่ยจนถึงเอว เผยให้เห็นถึงรอยสักหัวหมาป่าที่ดูดุร้ายและรอยแผลเป็นยาว
คือเขา!
เฟิงเชียนเสวี่ยตกใจทันที หัวใจของเธอเต้นเร็วมากเหมือนกับจะหลุดออกมาจากอก
ครั้งล่าสุดที่เธอเห็นชายคนนี้บนรถ เธอประหม่าจนหายใจไม่ออก เธอยืนอึ้งไม่ได้พูดอะไรจนเขาจากไป แต่ว่าตอนนี้ ชายคนที่ทำลายชีวิตเธอได้อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว!
เมื่อมองแผ่นหลังของเขา ภาพความทรงจำที่ผ่านไปแล้วก็สว่างวาบเข้ามาในหัวของเธอ
เธอตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลและไม่ทันพบหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย เธอเห็นเพียงร่างของพ่อเธอที่เย็นเฉียบและแข็งทื่อในงานศพเท่านั้น
ในงานศพ ญาติและเพื่อนๆ ของเธอด่าทอเธอต่างๆ นานา ทั้งดูถูกเหยียดหยาม ถึงขั้นไล่เธอออกไป
เธอกำลังตั้งครรภ์นอกสมรส เธอเข้ารับการตรวจจากศูนย์อนามัยเล็กๆ ในชนบทและได้รับคำดูถูกมากมาย
เธอคลอดลูกที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากเป็นแฝดสาม ชีวิตของเธอแขวนอยู่บนความเป็นและความตายหลายต่อหลายครั้ง เธอเกือบเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณชายคนนั้นที่มองของขวัญอันมีค่าให้แก่เธอ!
เมื่อหวนนึกถึงอดีต ความโกรธก็พุ่งเข้ามาในหัวใจของเธอ เฟิงเชียนเสวี่ยกำมือแน่นแล้วพุ่งตัวเข้าไปในห้องนั้นอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย อย่าบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ออกไป!”
ชายชุดดำที่มุมห้องตำหนิเธออย่างรุนแรง ชายลึกลับส่งสัญญาณให้เขาหนึ่งที ชายชุดดำจึงหุบปากทันทีและถอยออกไปอย่างเงียบๆ
เฟิงเชียนเสวี่ยตกใจจนพูดไม่ออก สมัยนี้ถึงแม้จะเป็นแค่โฮสต์หนุ่มก็สามารถจ้างบอดี้การ์ดได้เลยหรือ
ดูเหมือนว่าหลายปีมานี้เขาจะใช้ชีวิตมาอย่างสุขสบายเหลือเกิน!
เฟิงเชียนเสวี่ยพยายามข่มจิตใจที่แตกกระเจิงของตัวเองและเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง “ใช่คุณไหม”
ชายที่สวมเสื้อเชิ้ตค่อยๆหันหน้ามา นึกไม่ถึงว่าเขาจะใส่หน้ากากสีดำไว้ครึ่งหน้า
หน้ากากปิดบังใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นริมฝีปากบางที่ดูอ้างว้างและดวงตาเจ้าเล่ห์ รูม่านตาสีดำนั้นเย็นเยียบราวกับเวลากลางคืนที่มีแสงสว่างส่องออกมา ทำให้ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
มีสัญลักษณ์สีทองสลักไว้ที่หน้าผากด้านขวาของหน้ากาก ซึ่งทำให้ดูมีอำนาจและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
เฟิงเชียนเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะถอยกลับไปครึ่งก้าว ทำไมโฮสต์หนุ่มถึงมีรัศมีความน่ากลัวได้มากมายขนาดนี้ เธอจำคนผิดหรือ
ไม่ใช่ รอยสักนั้น เธอไม่มีทางจำผิดแน่นอน
“คุณจำฉันไม่ได้หรือ” เฟิงเชียนเสวี่ยพูดเพิ่มเติมว่า “สี่ปีก่อน ฉันดื่มอยู่ที่ห้องเค13 เพื่อนของฉันซื้อนายให้มาอยู่กับฉัน หลังจากนั้นเราก็ไปที่โรงแรมเฟิงอวิ๋น...”
ที่หน้าอกของนายมีไฝสีแดง!” ชายคนนั้นหรี่ตาลงและมองไปที่เฟิงเชียนเสวี่ยอย่างมีเลศนัย “คืนนั้นเราทำกันเจ็ดครั้ง...”
“ฉันจะฆ่าแก” เฟิงเชียนเสวี่ยพุ่งตัวออกไปด้านหน้าและแกว่งแขนขึ้นมาเพื่อที่จะตบเขา
ชายคนนั้นคว้าข้อมือของเธอไว้อย่างรวดเร็วและผลักเธอลงบนโซฟา “บังอาจนักนะ!”
“ไอ้สารเลว!” เฟิงเฉียนเสวี่ยจู่โจมเขาเหมือนแมวป่า เธอแกว่งมือและข่วนชายคนนั้นอย่างมั่วซั่วอีกทั้งยังกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดหวั่น “ที่ชีวิตฉันกลายเป็นแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก ชีวิตของฉันถูกทำลายโดยแก”