เจ้าหนูอัจฉริยะกับคุณพ่อมาเฟีย: ตอนที่ 3 รอยสักหัวหมาป่า ตอนที่ 3
เกรงว่าการเจรจาครั้งนี้คงไม่สามารถอธิบายจบได้ในเวลาอันสั้น ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม พายุฝนกำลังจะมาในไม่ช้า
เฟิงเชียนเสวี่ยไม่อยากให้ลูกๆ ของเธอเปียกฝน โดยเฉพาะเย่ว์เย่ว์ เธอร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็กและจะเป็นหวัดทุกครั้งที่โดนฝน
“ต้าเป่า เอ้อเป่า ซานเป่า ลูกๆ นั่งอยู่บนรถนิ่งๆอย่าซน หม่ามี๊จะลงไปดูสักหน่อย”
เฟิงเชียนเสวี่ยบอกลูกๆ เสร็จก็เปิดประตูรถออกไป
“หม่ามี๊ ระวังด้วยนะ!” ลูกๆ ทั้งสามคนตะโกนออกไปอย่างพร้อมเพรียงกัน
นกแก้วในกระเป๋าเสื้อของเย่ว์เย่ว์ผลุบๆ โผล่ๆ ออกมาเพื่อมองไปรอบๆ
เย่ว์เย่ว์หยิบขนมห่อเล็กๆ ออกมาและยัดเข้าไปในปากเล็กๆ ของนกแก้ว มือเล็กๆ ของเธอก็ยื่นไปลูบที่หัวเล็กที่มีขนนุ่มๆ “ซื่อเป่า อดทนไว้นะ อีกนิดเดียวก็จะได้กลับบ้านแล้ว!”
…
“คุณผู้ชาย ขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” คนขับรถอธิบายอย่างร้อนใจ “ต้องโทษผู้หญิงคนนั้น เธอพาลูกสามคนและสัมภาระอีกเป็นกองขึ้นรถ รถของผมจึงรับน้ำหนักมากเกินไป ทำให้ผมไม่ทันระวังไปชนคุณเข้า”
คนขับรถหันมาต่อว่าเฟิงเชียนเสวี่ย “เธอต้องรับผิดชอบเรื่องนี้!”
“เรื่องอะไรฉันต้องไปรับผิดชอบ...”
ตอนที่เฟิงเชียนเสวี่ยกำลังจะตอบกลับ กระจกของรถโรลส์-รอยซ์ก็ลดลง
“ปล่อยไปเถอะ ท่านประธานยังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการอีก!”
ชายหนุ่มที่นั่งด้านข้างคนขับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขามองผ่านใบหน้าที่ซีดเซียวของเฟิงเชียนเสวี่ยไปอย่างรวดเร็ว
“ครับ!”
ชายในชุดสูทพยักหน้าตอบรับและทิ้งท้ายให้คนขับรถหนึ่งประโยค “ครั้งหน้าขับรถระวังหน่อย” แล้วรีบกลับขึ้นรถ
เฟิงเชียนเสวี่ยหันหน้ากลับไปมองอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว เธอเห็นว่ามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถโรลส์-รอยซ์และหันหลังให้เธออยู่
เธอเห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บและที่หลังของเขาก็มีรอยแผลเป็นที่ใหญ่จนน่ากลัว เลือดของเขายังคงไหลลงมาเรื่อยๆ จนถึงเอว...รอยสักหัวหมาป่า!
รอยสักหัวหมาป่า!
เฟิงเชียนเสวี่ยยืนค้างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอมองค้างอยู่ที่รอยสักนั้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น...
เลือดที่กำลังไหลทำให้รู้สึกเหมือนหมาป่าที่ดูดุร้ายตัวนั้นมีชีวิตอยู่จริงๆ เลือดที่เปื้อนตาทั้งสองข้างของมันเหมือนกับกำลังจ้องมาที่เฟิงเชียนเสวี่ย
นั่นคือเขา!
นั่นคือเขาจริงๆ!
“อย่าขวางทาง หลบไป!”
ทันใดนั้น คนขับรถแท็กซีก็ผลักเฟิงเชียนเสวี่ยออก
เฟิงเชียนเสวี่ยโซเซจนล้มลงกับพื้น เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง รถโรลส์-รอยซ์ก็ขับออกไปแล้ว...
เธอมองทิศทางที่รถขับออกไป หัวก็พลันนึกและส่งเสียงพึมพำออกมา
ชายที่อยู่ในรถคันเมื่อกี้ใช่เขาจริงหรือ? พ่อของลูกเธอ...
เขาไม่ใช่โฮสต์หนุ่มผู้ชายกลางคืนหรอกหรือ ทำไมถึงนั่งรถที่แพงขนาดนี้ได้ แล้วเขาบาดเจ็บได้อย่างไร
“เฮ้ คุณผลักหม่ามี๊ผมทำไม”
เมื่อเห็นเฟิงเชียนเสวี่ยถูกผลักจนล้มลง ลูกคนรองหลงหลงเหมือนสิงโตที่กำลังโกรธ เขากำหมัดเล็กๆ ไว้แน่นและเข้าไปถามคนขับด้วยความโกรธ
“เด็กเหลือขอ กล้าขึ้นเสียงกับฉันหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกแกฉันจะซวยขนาดนี้ไหม”
คนขับรถสบถออกมา
“เป็นคุณที่ขับรถแซงจนแฉลบโดนคันด้านหน้าเอง เกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะ” ลูกคนโตเฉินเฉินใช้น้ำเสียงไร้เดียงสาเถียงออกไปด้วยสาเหตุผลและความจริง “พวกเราเป็นแค่ผู้โดยสาร ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร คุณนั่นแหละที่ทำผิดกฎจราจร ไม่ใช่แค่แซงเท่านั้นแต่ยังขับเร็วอีกด้วย พวกเราสามารถร้องเรียนคุณได้!”
“ใช่แล้ว คุณรังแกหม่ามี๊หนู หนูจะให้คุณลุงตำรวจมาจับคุณ” ลูกคนสุดท้องเย่ว์เย่ว์เบะปากแล้วชี้ไปที่กลางถนนอย่างโกรธเคือง “ตรงนั้นมีคุณลุงตำรวจจราจรอยู่ด้วย!”
ขณะที่เธอพูด ซื่อเป่าที่อยู่บนบ่าของเธอก็กระพือปีกและร้องออกมา “คุณลุงตำรวจจราจร คุณลุงตำรวจจราจร!”
“น่ารำคาญจริงๆ พวกเธอรีบลงจากรถฉันเลย ฉันไม่ไปส่งพวกเธอแล้ว”
คนขับแท็กซี่เปิดท้ายรถและโยนกระเป๋าเดินทางของเฟิงเชียนเสวี่ยออกมาอย่างไม่รีรอ หลังจากนั้นเขาก็ขับรถออกไปโดยไม่สนใจเฟิงเชียนเสวี่ยอีก
“เฮ้ คุณทำเกินไปแล้วนะ!”
**
เฟิงเชียนเสวี่ยเก็บสัมภาระบนพื้นขึ้นมาอย่างเร่งรีบและเอาตัวมาบังให้ลูกๆ หลบอยู่ข้างทาง
ในรถโรลส์-รอยซ์ที่ขับออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เยี่ยเจิ้นถิงที่นั่งอยู่เบาะหลังมองขึ้นไปที่กระจกมองหลัง
ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่นอกรถเมื่อกี้นี้ดูคุ้นตามาก แต่ในเวลาอันสั้นนี้เขานึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน
“ประธานเยี่ย ผมจะฉีดยาชาให้คุณก่อน!” หมอกำลังรักษาบาดแผลให้กับชายคนนี้
“ไม่ต้อง” ชายคนนี้กำลังก้มหน้าตรวจสอบเอกสาร ที่บาดแผลยังคงมีเลือดไหลอยู่ แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน
“งั้น...คุณทนสักหน่อย ผมจะเย็บแผลให้”
หมอขมวดคิ้วและเริ่มเย็บแผลให้ชายหนุ่ม แต่เนื่องจากไม่ได้ฉีดยาชาก่อน หมอจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ผิวสีแทนของชายคนนี้เปล่งประกายเย็นยะเยือกภายใต้แสงสว่าง กล้ามเนื้อของเขาสั่นเล็กน้อยเนื่องจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย...