เจ้าหนูอัจฉริยะกับคุณพ่อมาเฟีย: ตอนที่ 1 แฝดสาม ตอนที่ 1
ร้อนจนหายใจไม่ออก จมูกเหมือนสูดไม่เจออากาศแม้แต่น้อยเฟิงเชียนเสวี่ยเหมือนคนหลงทางอยู่กลางทะเลทรายคอแห้งผากกระกระสนมองหาแหล่งน้ำ
ริมฝีปากของชายที่แลดูเปลี่ยวเหงาประทับลงมา นำพาความชุ่มชื้นมาด้วย
ภายใต้แสงไฟสลัว เฟิงเชียนเสวี่ยมองเห็นชายคนนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่รู้สึกว่าเขากำลังกอดเธอไว้แน่นมาก จนเธอไม่สามารถหลบหนีได้
จนกระทั่งรุ่งเช้า ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นและจากไป
เฟิงเชียนเสวี่ยสะลึมสะลือลืมตาของเธอขึ้นมาอย่างงุนงง ภายใต้สายตาที่พร่ามัวของเธอนั้น เธอเห็นเพียงด้านหลังที่เรียวยาวของเขาเท่านั้น ที่เอวของเขายังมีรอยสักรูปหัวหมาป่าที่ดูดุร้ายอยู่
รอยสักนี้ดูสมจริงมาก หมาป่าดุร้ายแสยะอ้าปากกว้าง ท่าทางเหมือนจะกินคนยังไงอย่างงั้น!
มันทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา
…
เฟิงเชียนเสวี่ยรู้สึกเหมือนฝันไป พอตื่นขึ้นมาทั้งก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวราวกับร่างจะฉีก
เฟิงเชียนเสวี่ยกุมศีรษะที่หนักอึ้งของเธอลุกขึ้นนั่ง เมื่อเห็นสภาพเตียงที่ยับเยิน เสื้อเชิ๊ดผู้ชายที่ฉีกขาดกองอยู่บนพรมเธอภาพส่วนหนึ่งของเหตุการณ์เมื่อวานก็สว่างวาบเข้ามาในหัว
ในพิธีหมั้น เธอถูกคู่หมั้นหักหลัง ขณะกำลังผิดหวังเศร้าโศกถึงขีดสุด ลูกพี่ลูกน้องของเธอชื่อไป๋ลู่ก็พาเธอไปดื่มในคืนนั้น
เธอเมามากจนพูดขึ้นมาว่าต้องการแก้แค้นคู่หมั้นของเธอ ตอนนั้นเอง ไป๋ลู่ก็ได้เตรียมนายแบบคนหนึ่งไว้ให้เธอ...
เธอหายใจเอาลมเย็นออกจากปากหนึ่งครั้ง และตื่นตระหนกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
บ้าจริง! คิดไม่ถึงว่าครั้งแรกของเธอจะเสียให้กับชายแปลกหน้าแบบนี้
เฟิงเชียนเสวี่ยทึ้งผมของเธออย่างหงุดหงิด
เป็นเวลาสักพักใหญ่ๆ กว่าที่เฟิงเชียนเสวี่ยจะได้สติกลับมา เธอรีบลุกขึ้นจากเตียง แต่งตัวและรีบออกไป แต่ที่ประตูโรงแรมกลับมีนักข่าวกลุ่มหนึ่งขวางเธอเอาไว้
แสงแฟลชสว่างอย่างต่อเนื่องกันเพื่อที่จะถ่ายภาพของเฟิงเชียนเสวี่ย จนเธอลืมตาไม่ขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น คำพูดหยาบคายมากมายก็เข้ามาทิ่มแทงเธอดั่งพายุโหมกระหน่ำ
“คุณเฟิง ได้ยินมาว่าโดนกระกูลซือถอนหมั้น ตกกลางคืนเลยไปหานายแบบมาดามใจเหรอครับ”
“คุณเฟิง ได้ยินมาว่านายแบบคนนั้นเป็นกะเทย คุณรู้เรื่องนี้ไหม”
“คุณเฟิง คุณรู้เรื่องที่พ่อของคุณล้มละลายไหม”
“คุณเฟิง เราเพิ่งได้รับข่าวมาว่าพ่อของคุณกระโดดตึกของบริษัท...”
ข่าวนี้ทำให้เฟิงเชียนเสวี่ยรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่าโดยไม่ทันตั้งตัว เธอรีบร้อนวิ่งออกไปด้านนอกแต่กลับถูกรถคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาชนจนล้มลงกับพื้น
เช้าวันรุ่งขึ้น
เฟิงเชียนหยางผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในไห่เฉิงล้มละลายและกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
ลูกสาวเศรษฐีตระกูลเฟิงโดนคุณชายตระกูลซือถอนหมั้น ตกดึกก็ไปเที่ยวบาร์ค้างคืนกับนายแบบกะเทย
เพียงชั่วพริบตาเดียว ข่าวสองเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงโดยคนทั้งหลายในประเทศ และได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันของคนทั้งประเทศ
ในชั่วข้ามคืน เฟิงเชียนเสวี่ยสูญเสียทุกอย่างไป จากหญิงสาวร่ำรวยที่หลายคนต่างให้ความสนใจ กลายเป็นผู้หญิงที่ทำตัวไม่มีค่า ถูกผู้คนดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นผู้หญิงเสเพล
…
สิบเดือนต่อมา ศูนย์อนามัยเล็กๆในชนบท มีเสียงร้องของทารกก้องกังวานไปจนถึงขอบฟ้า
แม่จูอุ้มเด็กๆ ไปตรงหน้าของเฟิงเชียนเสวี่ยที่และดูอิดโรยละพูดด้วยความดีใจว่า “คุณหนู ยินดีด้วยนะคะ ลูกชายสองคน ลูกสาวหนึ่งคน แฝดสามนำโชค!”
สี่ปีต่อมา
ที่สถานีรถไฟไห่เฉิง
เฟิงเชียนเสวี่ยพาลูกสามคนและแม่จูออกจากชนบทกลับเข้าเมือง
แม่จูที่อ้วนเหมือนกับลูกบอลลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ ขณะที่เดินอยู่นั้นก็หายใจหอบตลอดทาง เฟิงเชียนเสวี่ยก็สะพายกระเป๋าเป้ยีนส์ที่ซักจนสีซีดจูงมือลูกทั้งสามคนออกมาจากสถานีรถไฟที่เบียดเสียดอย่างยากลำบาก
ในเวลานี้ สภาพของทั้งห้าคนเหมือนชาวบ้านที่หนีความแร้นแค้นจากชนบท อยากเข้ากรุงมาพึ่งพิงญาติๆ ที่อยู่ในเมือง
“หลีกไปพวกบ้านนอก!”
ผู้หญิงสวมชุดขนมิงค์คนหนึ่งกระแทกแม่จูอย่างรุนแรงและพูดจาถากถางเธอ
เฟิงเชียนเสวี่ยกำลังจะออกโรง แต่ในเวลานั้นเอง รถยนต์แถวหนึ่งก็แล่นมาอย่างเอิกเกริก และจอดอยู่ข้างๆ เธอ
ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้สติ บอดี้การ์ดหลายสิบคนก็ลงจากรถพร้อมๆ กัน ยืนเป็นสองแถวอย่างเรียบร้อย โค้งคำนับและทำความเคารพ
“ยินดีต้อนรับกลับครับนายหญิง!”