ยุทธการหงส์สยบปฐพี ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ไม่ตายดี
สำหรับชาวเทียนฉี่แล้ว ชีวิตในเป่ยจิ้นลำเค็ญเกินกว่าที่ฉู่หลิงจะจินตนาการได้ ในฐานะจิ้งจอกโลหิตที่เห็นโลกกว้างมามาก ตอนนี้กลับเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เห็นมากว้างสักเท่าไร นางเคยเห็นกลียุคในสงครามตะวันออกกลาง เคยเห็นชาวอพยพหิวโหยในต่างแดน นางเคยเห็นกระทั่งความโหดร้ายทารุณของมนุษย์ด้วยตาตนเอง แต่นางกลับไม่เคยเห็นชนชาติหนึ่งถูกคนเหยียบย่ำเป็นทาสว่าแท้จริงเป็นเช่นไร
ที่เป่ยจิ้น การปฏิบัติต่อชาวเทียนฉี่แทบไม่อาจเรียกได้ว่าปฏิบัติต่อมนุษย์ ล้วนไม่ต่างอันใดกับทาสและสัตว์เดรัจฉาน ชาวเผ่ามั่วจะบุกเข้าไปในบ้านแย่งชิงอาหาร ชิงภรรยาและลูกสาวชาวเทียนฉี่อย่างไรก็ได้ เพราะชาวเทียนฉี่ทุกคนล้วนเป็นทาสชาวเผ่ามั่ว แม้แต่ชาวเผ่ามั่วที่ไร้ราคาที่สุดก็แต่งหญิงสาวชาวเทียนฉี่ดีๆ หลายคนเป็นอนุภรรยาได้เพียงเพื่อให้พวกนางคลอดลูก
ประชากรชาวเผ่ามั่วมีไม่ถึงหนึ่งในสิบของชาวเทียนฉี่ หลังจากแย่งชิงดินแดนผืนใหญ่มาแล้ว พวกเขาต้องการพลเมืองที่มากยิ่งขึ้น แต่ชาวเผ่ามั่วเองก็ดูแคลนชาวเทียนฉี่มาก พวกลูกเลือดผสมในครอบครัวก็มีสถานะสูงกว่าทาสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สิ่งเหล่านี้ยังนับว่าอยู่ในพื้นที่ที่ทางการควบคุมดูแล สำหรับพื้นที่ที่ไร้การควบคุม เรื่องจำพวกเผา ปล้น สังหาร ไม่มีพฤติกรรมโฉดชั่วใดไม่กระทำ
เพิ่งจะสังหารทหารเป่ยจิ้นไปสองคนกับชาวเป่ยจิ้นอีกหนึ่ง ฉู่หลิงจำต้องหลบเลี่ยงพื้นที่เจริญรุ่งเรือง เลือกเดินทางตามเส้นทางรกร้างห่างไกล รูปลักษณ์ของชาวเป่ยจิ้นและชาวเทียนฉี่ต่างกัน เด็กสาวตัวคนเดียวที่มีหน้าตาอย่างชาวเทียนฉี่เดินทางในเป่ยจิ้นเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง แม้ว่าในมือฉู่หลิงมีเงิน แต่นางไปพักโรงเตี๊ยม หรือเข้าร้านอาหารไม่ได้ ได้แต่นอนกลางดินกินกลางทราย
พริบตา ฉู่หลิงก็มาถึงโลกนี้ได้ครึ่งเดือนแล้ว ครึ่งเดือนมานี้ นางไม่เคยได้ผ่อนคลายจิตใจเลยสักนาที ไม่ว่าผู้ใด ขอเพียงหน้าตางดงามเหมือนกับตนเองก็ล้วนถูกเดรัจฉานกระทำเยี่ยงทาส หรือไม่ก็มีชีวิตอยู่อย่างชินชาไร้ความรู้สึก แม้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับพวกนาง แต่ฉู่หลิงก็ยังไม่ทำใจยอมรับไม่ได้
วันนี้ฉู่หลิงมาถึงหมู่บ้านเล็กเชิงเขาแห่งหนึ่ง คลำตามตัวดูพบว่ามีเสบียงอาหารแห้งเหลือไม่มากแล้ว จึงตัดสินใจเข้าไปหาเสบียงแห้งเพิ่ม เพียงแต่ไม่ทันได้เข้าไปในหมู่บ้าน ก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศ แววตาฉู่หลิงเยียบเย็น กระโดดเข้าหาที่กำบังอย่างรวดเร็ว หมู่บ้านเก่าซอมซ่อ มีเพียงชาวบ้านสิบกว่าครัวเรือน บ้านเตี้ยเล็กและทางเดินแคบๆ เป็นหลุมเป็นบ่อ สุดทางเดินแคบมีม้าผูกอยู่สองสามตัว บนหลังม้ามัดเสบียงอาหารไว้ไม่น้อย
“เดรัจฉาน! พวกเจ้าไม่ตายดีแน่!” เสียงเคืองแค้นรันทดดังออกมาจากรั้วไม้ไผ่ ชาวเป่ยจิ้นร่างกำยำสองคนกำลังกดหนุ่มน้อยผู้หนึ่งเอาไว้ ชายหนุ่มผู้นั้นมีบาดแผลเต็มตัว หน้าผากยังแตกเป็นแผลยาว เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เพราะถูกชายร่างใหญ่กว่าเขาสองคนกดไว้ ทำให้ขยับไม่ได้
บนพื้นไม่ไกลออกไป มีคนแก่นอนอยู่สองคน อีกด้านหนึ่งเป็นหญิงสาวอายุไม่มาก ถูกชายเป่ยจิ้นอีกคนกดไว้ที่พื้น เสื้อผ้านางขาดวิ่น น้ำตานองหน้า
“ฮ่าๆ” ความน่ารันทดไร้ทางสู้ของชายผู้นั้น ทำให้ชายเป่ยจิ้นสองคนสะใจ “ชายเทียนฉี่ไม่ต่างเศษสวะ หญิงเทียนฉี่ล้วนเป็นบรรณาการสงครามของพวกเรา...”
“ภรรยาข้า!” ชายหนุ่มส่งเสียงร้องเคียดแค้นใจ “ข้าขอสู้ตายกับพวกเจ้าแล้ว!” เขาก้มหน้าลงกัดแขนชายที่จับตนเองไว้ทีหนึ่ง
“รนหาที่ตาย!”
ชายหนุ่มอาฆาตสุดขีด กัดลงเต็มแรง ชาวเป่ยจิ้นผู้นั้นโมโหมาก ยกดาบที่เอวขึ้นฟันชายหนุ่ม
ฟุ่บ!
เสียงกังวานแหวกอากาศพุ่งมายังชายที่ยกดาบ ชาวเป่ยจิ้นพวกนั้นคิดไม่ถึงว่าจะถูกจู่โจมในสถานที่เช่นนี้ ศรเล็กสั้นดอกหนึ่งปักลงบนลำคอเขา ชาวเป่ยจิ้นเบิกตากว้าง ลำคอมีเสียงขลุกขลักดังสองสามเสียง แต่กลับกล่าวอันใดไม่ออก ล้มตึงลงไปทันที
“ใครกัน!” คนที่คร่อมตัวหญิงสาวตกใจสะดุ้ง รีบลุกพรวดขึ้นมา
“เดรัจฉาน! ตายไปเสีย!” ชายหนุ่มฉวยจังหวะเก็บดาบยาวที่พื้นขึ้นแล้วพุ่งไปทางชายที่กำลังข่มขืนภรรยาตน
ชาวเป่ยจิ้นไม่ได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้ในสายตา จึงยกดาบขึ้นเช่นกัน เขาแสยะยิ้มมองชาวเทียนฉี่ที่พุ่งมาทางตน ตวัดดาบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทันใดนั้น ร่างเล็กเตี้ยพลันพุ่งเข้ามาตรงกลาง ผลักตัวชายหนุ่มผู้นั้นไปอีกทาง พร้อมกับยกดาบยาวกันดาบที่ฟันลงมา
ยามนี้เรี่ยวแรงฉู่หลิงย่อมเทียบกับชายเป่ยจิ้นร่างใหญ่กำยำไม่ได้ ดังนั้นนางจึงไม่เข้าปะทะตรงๆ พอดาบยาวปะทะกับดาบของชายผู้นั้นแล้วก็ถอยห่าง พริบตาต่อมา ดาบยาวโค้งก็ตวัดกลับไปตัดเอ็นข้อมือขวาของชายเป่ยจิ้นขาด
ชายเป่ยจิ้นอีกคนจึงได้สติคืนมา ส่งเสียงคำรามกราดเกรี้ยวพุ่งเข้าใส่ฉู่หลิง ฉู่หลิงไม่หลบ เข้าปะทะเข้ากับชายผู้นั้นทันที
ชายผู้นั้นพบว่าเบื้องหน้าถึงกับเป็นแค่เด็กสาวตัวน้อยที่ตัวยังสูงไม่ถึงหน้าอกตนเอง ก็โมโหเดือดดาลขึ้นมาทันที เขาไม่ใช้ดาบ แต่ยื่นมือออกไปคว้าไหล่ฉู่หลิง “คิดไม่ถึงว่าแดนใต้จะมีสตรีที่ดุดันเช่นนี้! ข้าจะจับเจ้ากลับไปเป็นทาสข้า!”
แววตาฉู่หลิงฉายแววเยียบเย็นปราดหนึ่ง ดูถูกนางหรือ ดีมาก นี่เป็นเขาที่รนหาที่ตายเอง!
ดาบยาวในมือพุ่งไปทางชายผู้นั้น นางฟันลงไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชายผู้นั้นรีบยกดาบในมือขึ้นรับ พละกำลังคนผู้นี้เทียบกับชายสองคนก่อนหน้าถือว่ามากกว่ามาก สองดาบปะทะกัน ดาบในมือฉู่หลิงกระเด็นออกไปทันที ง่ามมือก็เจ็บปลาบ
เห็นดังนี้ ฉู่หลิงก็ไม่รอช้า ตีลังกายกเท้าถีบหน้าอกชายผู้นั้น เขายื่นมือมาคว้าขานาง ฉู่หลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลันมีเชือกเส้นหนึ่งพุ่งออกมาจากแขนเสื้อไปรัดคอชายผู้นั้น เขาส่งเสียงคำรามโมโห คว้าขาฉู่หลิงกระชากกลับไปเต็มแรง ฉู่หลิงอาศัยแรงส่งแรง เหยียบไหล่เขาข้ามออกไปนอกรั้ว นางขมวดคิ้ว หันหลังพุ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ พาดเชือกอ้อมง่ามไม้ ฉู่หลิงคว้าเชือก ทิ้งตัวดิ่งลงใต้ต้นไม้อย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เชือกที่รัดคอชายผู้นั้นก็รัดแน่นขึ้นทันใด ชายผู้นั้นรีบยกมือคิดใช้ดาบในมือตัดเชือก ฉู่หลิงพลันพลิกมือคว้าหน้าไม้เล็กกะทัดรัดที่เหน็บเอวออกมา ขึ้นสายยิงลูกศรสั้นใส่มือขวาชายผู้นั้น ดาบก็หลุดจากมือเขาร่วงลงพื้น
ชายหนุ่มถูกเชือกลากไถลออกไปด้านนอก แต่กลับถูกรั้วขวางอยู่ด้านใน น้ำหนักฉู่หลิงไม่เพียงพอที่จะลากชายร่างใหญ่ราวกับเสือเช่นนี้ แต่เขาถูกเชือกเส้นนี้รัดคอย่อมทรมานไม่น้อยแน่ สีหน้าเขาเริ่มเผยความหวาดกลัวออกมาให้เห็น มือเท้าไขว่คว้าเปะปะคิดจะแกะเชือกที่คอออก ชายเทียนฉี่ที่ด้านหลังยกมือขึ้นแทงใส่บั้นเอวเขาทีหนึ่ง
ฉู่หลิงไม่ได้ขัดขวาง มือหนึ่งคว้าเชือกแกว่งตัวไปมาอยู่กลางอากาศอย่างสบายใจ มองดูชายผู้นั้นที่ใกล้จะตาเหลือกแล้ว
เงื่อนเชือกที่จิ้งจอกโลหิตเช่นนางผูกนี้ ผู้ใดคิดจะแกะก็แกะได้ง่ายๆ หรืออย่างไร
สุดท้าย มือที่คว้าเชือกไว้ของชายผู้นั้นก็ค่อยๆ ผ่อนลง ศพตาเหลือกพาดติดอยู่กับรั้วที่ใกล้จะล้ม ดวงตายังจ้องเขม็งไปทางฉู่หลิง สีหน้าทุรนทุรายที่สุด
ภาพจำสุดท้ายของเขาก็คือเด็กน้อยที่แสยะยิ้มเยียบเย็นให้เขา คว้าเชือกแกว่งตัวไปมากลางอากาศ
ภูตผีปีศาจ!