ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 352
ตอนที่ 352 ข้ามาแล้ว (1)
บนเนินเขาด้านหลังของสำนักศึกษาหงส์อมตะ มีหลุมฝังศพที่ไร้ชื่ออยู่ ใต้ดินเหลือง ไม่มีศพ มีเพียงกระดูกงูหักๆ กองหนึ่งเท่านั้น
หรงรั่วนำจวินอู๋เสียไปยังหลุมฝังศพที่ไร้ชื่อนั้น จวินอู๋เสียก้าวขึ้นไปข้างหน้าและมองไปที่หลุมฝังศพที่ว่างเปล่าด้วยดวงตาที่สงบเหมือนน้ำ
ตั้งแต่เกิดใหม่ มือของนางก็เต็มไปด้วยเลือด เพื่อปกป้องสกุลจวินและเพื่อให้แน่ใจว่าจวนหลินอ๋องจะยืนหยัดอย่างมั่นคงได้ในรัฐชี นางได้ฆ่าคนไปเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม แม้นางจะไม่ได้ฆ่าชายชุดดำ แต่ชายชุดดำผู้นั้นก็ต้องมาตายเพราะนาง
แม้แต่ศพของเขา ก็ยังถูกระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อถ่วงเวลาให้พวกนางหนีมา ในหลุมศพนี้ มีเพียงกระดูกงูกองหนึ่งเท่านั้น
จวินอู๋เสียเป็นหนี้ชีวิตเขา แม้ว่าเขาจะปกป้องนางตามคำสั่งของจวินอู๋เย่า แต่จวินอู๋เสียก็คิดว่านางยังต้องรับผิดชอบต่อการตายของเขาอยู่ดี
ปกป้องนาง แม้แต่ชีวิตก็ยินดีที่จะเสียสละมันเพื่อนาง
นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าความจงรักภักดีกระมัง!
จวินอู๋เสียยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพไร้ชื่อนั้นเป็นเวลานานมาก สายลมบนภูเขาส่งเสียงร้องหวีดหวิว นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และมองไปที่สายฝนโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ร่องรอยของความเยือกเย็นในแววตา ค่อยๆ ไหลตามสายฝนและเปียกโชกไปทั้งร่างของนาง
ร่างกายเย็นเฉียบ หัวใจนางก็เย็นเฉียบ
“กลับกันก่อนเถอะ” หรงรั่วมองไปที่จวินอู๋เสียอย่างปวดใจ สีหน้าของนางในตอนนี้ซีดเซียวมาก แต่นางยังคงยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน นางยังอ่อนแอถึงเพียงนี้ แถมอายุก็เพิ่งจะเท่านี้ แล้วนางจะทนไหวต่อไปได้อย่างไร
จวินอู๋เสียไม่ได้พูดอะไร นางเพียงแค่เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายฝนเย็นเม็ดแล้วเม็ดเล่าตกลงมาบนใบหน้าของนาง หยดลงในดวงตาของนาง มันทั้งเย็น ทั้งหนาวเหน็บกัดลึกลงไปจนถึงกระดูก
“หากข้าไม่มาหาเจ้า เจ้าคิดจะทรมานตัวเองไปถึงขั้นไหนกันหืม” จู่ๆ เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น
ร่างกายของจวินอู๋เสียแข็งทื่อเล็กน้อย และก่อนที่นางจะหันศีรษะกลับไปมอง ร่างที่สูงกว่าก็สวมกอด ดึงร่างที่เล็กกว่าเข้าสู่อ้อมแขนอันแสนอบอุ่นของเขา
หรงรั่วมองไปที่บุรุษที่ลงมาจากฟากฟ้าด้วยความตกใจ เขาเป็นเหมือนกับพระเจ้าที่ลงมาเยือนยังแดนมนุษย์อย่างเงียบๆ โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียงใด แต่กลับไม่อาจละสายตาไปไหนได้เลย บุรุษผู้นี้เต็มไปด้วยบรรยากาศรอบกายที่น่ากลัว หรงรั่วไม่กล้าแม้แต่จะหายใจหรือขยับเข้าไปใกล้เขา จึงทำได้เพียงยืนอยู่ไกลๆ ตรงนั้นด้วยเนื้อตัวที่สั่นระริก
“เสี่ยวเสียเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ เห็นเจ้าในสภาพนี้แล้วข้าปวดหัวใจยิ่งนัก” น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง จวินอู๋เสียก็เรียกเขาออกไปทันทีว่า “พี่ชาย!"
จวินอู๋เย่าหมุนร่างเล็กๆ ของจวินอู๋เสียให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างสมบูรณ์แบบสะท้อนให้เห็นอยู่ในดวงตาของนาง
สายฝนปรอยๆ ทำให้เส้นผมสีน้ำหมึกของจวินอู๋เย่าเปียกโชกและตกลงมาไล้กรอบหน้าที่งดงามราวกับฟ้าประทานของเขา ส่งให้โครงหน้าไร้ที่ตินั้น ยิ่งดูทรงเสน่ห์และคมเข้มมากขึ้นไปอีก
“เสี่ยวเสียเอ๋อร์อย่าได้กลัว ข้าอยู่ที่นี่แล้ว” หลังจากกอดจวินอู๋เสียไว้ในอ้อมแขนของเขาแน่น จวินอู๋เย่าก็ก้มหน้าลงมาเอ่ยปลอบประโลมนางด้วยเสียงต่ำ
หลายเดือนที่ไม่ได้เจอหน้ากัน เกือบจะกลายเป็นพรากจากชั่วนิจนิรันดร์ จวินอู๋เย่าก้มปลอบจวินอู๋เสียด้วยความสงสาร ก่อนที่เจตนาฆ่าในดวงตาของเขาจะกระเพื่อมขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่เด็กน้อยของเขาได้พบเจอ
ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ใครก็ตามที่กล้ารังแกเสี่ยวเสียเอ๋อร์ของเขามันต้องตาย!
อาจเพราะเหนื่อยเกินไป หรืออาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บทางจิตวิญญาณของนางรุนแรงเกินไป จวินอู๋เสียไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียว ไม่นานนางก็หมดสติไปในอ้อมแขนของจวินอู๋เย่า
จวินอู๋เย่าช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม จู่ๆ อากาศที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ตัวของพวกเขาก็บิดเป็นทรงกลม การไหลของกระแสอากาศ ทำให้น้ำฝนระเหยออกมาจากร่างของทั้งคู่จนแห้ง และสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ก็ไม่อาจแตะสัมผัสโดนตัวของทั้งคู่ได้อีกแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
เห็นเพียงจวินอู๋เย่าอุ้มจวินอู๋เสียไว้ในอ้อมแขนของเขา ก่อนใช้เท้าแตะสัมผัสไปที่พื้นเบาๆ ร่างสูงโปร่งนั้นก็ทะยานไปทางสำนักศึกษาหงส์อมตะ
หรงรั่วยังคงยืนตกตะลึงอยู่ท่ามกลางสายฝนตรงนั้น มองตามแผ่นหลังของจวินอู๋เย่าที่ค่อยๆ หายไปจากสายตา เขาก็เริ่มได้สติกลับคืนมาจากความมึนงง
"คนผู้นี้...คงไม่ใช่ว่ามาจากสามโลกชั้นกลางกระมัง!"
คิดถึงตรงนี้ หัวใจของหรงรั่วก็ดิ่งฮวบ เขาโยนความอ่อนโยนทั้งหมดทิ้งไปจากใบหน้าของตัวเองทันที รีบวิ่งกลับไปยังสำนักศึกษาหงส์อมตะด้วยฝีเท้าที่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
บุรุษไว้เครา กำลังนั่งอยู่ริมสระบัวเพลิดเพลินไปกับการจิบสุราท่ามกลางสายฝนพรำ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงรัศมีอันทรงพลังที่ไม่เคยมีมาก่อน กำลังใกล้เข้ามาทางนี้ด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก แววตาที่เหม่อเลยปล่อยตัวตามอิสระ ยามนี้ถูกแทนที่ด้วยความคมชัดแทบจะในพริบตา!