ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 230
ตอนที่ 230 การเปลี่ยนแปลง (2)
ทั้งสุสานหลวงและสุสานสกุลจวินนางล้วนไปมาหมดแล้ว แทบจะพลิกแผ่นดินหา แต่นางกลับไม่พบเจอร่องรอยของหยกวิญญาณเลย
ฉินอวี่เยียนถึงตระหนักได้ว่ามั่วเฉี่ยนยวนหลอกนาง
ราคาของการหลอกลวงสำนักชิงอวิ๋น ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะสามารถจ่ายมันได้
นางจะไม่ฆ่ามั่วเฉี่ยนยวน นางจะเก็บชีวิตของเขาไว้ และเมื่อนางได้ที่อยู่ของหยกวิญญาณมาแล้ว นางจะพาตัวเขากลับไปที่สำนักชิงอวิ๋นด้วยแล้ว ตัดมือตัดเท้าของเขาออก จากนั้นค่อยแช่เขาใส่ลงไปโหลยาพิษ ให้เขาถูกทรมานด้วยพิษทุกคืนวันมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย
นี่ก็คือผลลัพธ์ของการหลอกลวงสำนักชิงอวิ๋น!
“อวิ๋นเซียน” ฉินอวี่เยียนจู่ๆ ก็พูดออกไป ไป๋อวิ๋นเซียนที่ยืนทำตัวเป็นอากาศธาตุอยู่ด้านข้างมาโดยตลอดก็สะดุ้งเฮือก สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวทันที นางรีบคุกเข่าลงต่อหน้าฉินอวี่เยียนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
“ศิษย์พี่หญิง ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ! ข้าไม่กล้าทำเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกแล้ว” เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาจากร่างกายของไป๋อวิ๋นเซียนไม่หยุด คนภายนอกมักจะสับสนและถูกรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนอ่อนหวานของฉินอวี่เยียนหลอกลวงเสมอ แต่นั่นไม่ใช่กับศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋น ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าใต้หน้ากาก ‘เปี่ยมความเมตตา’ ของฉินอวี่เยียนซุกซ่อนความร้ายกาจและสยดสยองไว้เพียงใด
คุณหนูใหญ่แห่งสำนักชิงอวิ๋นที่ภายนอกดูชดช้อย มีกิริยาเรียบร้อยอ่อนน้อมถ่อมตน แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงวิญญาณชั่วตนหนึ่ง!
สิ่งที่ฉินอวี่เยียนถนัดมากที่สุดไม่ใช่ทักษะการแพทย์ แต่เป็นการสร้างยาพิษ!
ในเรือนพักด้านหลังของฉินอวี่เยียน มีการเก็บโอ่งและโหลขนาดใหญ่ไว้หลายสิบใบ แต่ละใบล้วนบรรจุพิษร้ายที่หญิงสาวสร้างมันขึ้นมาเอง นอกจากนี้ในโอ่งเหล่านั้น ทุกใบจะใส่ร่างของคนที่เคยทำให้ฉินอวี่เยียนไม่พอใจเอาไว้ด้วย ร่างเหล่านั้นที่ถูกตัดแขนตัดขา ควักลูกตา และตัดลิ้นออก จะถูกยัดใส่เข้าไปเพื่อใช้ทดสอบพิษต่างๆ กล่าวได้ว่าใครก็ตามที่ทำให้ฉินอวี่เยียนรู้สึกขัดหูขัดตา ล้วนมีจุดจบที่ตายดีกว่าอยู่ด้วยกันทั้งนั้น
แม้แต่ไป๋อวิ๋นเซียนที่มีฐานะเป็นถึงศิษย์เอกของเจ้าสำนักชิงอวิ๋น ก็ยังหวาดกลัวฉินอวี่เยียนจนหัวหด!
สตรีนางนี้ลงมือไม่เคยมีความปรานี ขนาดศิษย์สำนักชิงอวิ๋นด้วยกันเอง หากยั่วยุนางก็ต้องมีจุดจบอย่างเดียวกันนี้!
ฉินอวี่เยียนส่งยิ้ม มองไปที่ไป๋อวิ๋นเซียนที่กำลังหลั่งเหงื่อเย็นมือไม้สั่นระริกไปหมดแล้วโบกมือ ศิษย์สองคนจากสำนักชิงอวิ๋นก็ผลักรถเข็นเข้ามาในท้องพระโรง คนที่นั่งอยู่บนรถเข็นคือมั่วเซวี่ยนเฝ่ยที่มีสภาพครึ่งคนครึ่งผีอัปลักษณ์อย่างถึงที่สุด
“ในเมื่อเจ้ารู้ความผิดพลาดของตัวเองแล้ว เช่นนั้นต้องทำอย่างไรต่อคงไม่ต้องให้ข้าพูดมากกระมัง เจ้าเป็นศิษย์น้องของข้า และก็เป็นศิษย์ที่ท่านพ่อข้าตั้งความหวังกับเจ้าไว้สูงมาก การที่เจ้ามามีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกับอ๋องรัฐเล็กๆ อย่างนี้ เจ้าคิดว่าท่านพ่อข้าจะอยากเห็นผลลัพธ์เช่นนี้หรือไม่เล่า” กล่าวจบ ฉินอวี่เยียนก็โยนกริชลงไปตรงหน้าไป๋อวิ๋นเซียน “ฆ่าเขาซะ แล้วตามข้ากลับไปรับโทษที่สำนัก”
ไป๋อวิ๋นเซียนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง มองดูกริชที่ถูกโยนลงมาตรงหน้าด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา นางลังเลชั่วครู่ ก่อนจะหยิบกริชนั้นขึ้นมาอย่างสั่นๆ และเดินเข้าไปหามั่วเซวี่ยนเฝ่ยด้วยสติที่เลือนรางไม่ชัดเจน
บุรุษรูปงามผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยสูงส่ง ช่างเอาอกเอาใจ มาบัดนี้ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นกลับมีแต่เศษชิ้นเนื้อที่เน่าเฟะ ไม่หลงเหลือความงดงามและสูงศักดิ์อีกต่อไป กลิ่นเหม็นเน่าน่ารังเกียจลอยโชยออกมาจากร่างของเขาทำเอาสะอิดสะเอียนแทบจะอาเจียนออกมา
“ตัดใจทำไม่ลงรึ” ฉินอวี่เยียนถามขณะที่มองดูไป๋อวิ๋นเซียน
“เปล่าเจ้าค่ะ” ไป๋อวิ๋นเซียนสะดุ้งเล็กน้อย ถ้าจะบอกว่าที่ผ่านมาระหว่างนางและมั่วเซวี่ยนเฝ่ยมีความรักอยู่บ้างเล็กน้อย แต่หลังจากที่มั่วเซวี่ยนเฝ่ยตกต่ำลง ไป๋อวิ๋นเซียนก็ไม่มีความคิดนั้นอีก
ฆ่าเขา แล้วศิษย์พี่หญิงก็จะปล่อยนางไป
โดยไม่หลงเหลือความลังเลใจใดๆ อีก ไป๋อวิ๋นเซียนยกกกริชขึ้นแล้วแทงลงไปที่หน้าอกของมั่วเซวี่ยนเฝ่ยอย่างแรง มั่วเซวี่ยนเฝ่ยที่สะลึมสะลือไม่ได้สติมาเป็นเวลานาน วินาทีนั้นคล้ายกับจะมีสติชัดเจนขึ้น เขาเบิกตากว้าง มองไป๋อวิ๋นเซียนที่แทงกริชลงมาที่หน้าอกของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในแววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความเกลียดชังและไม่ยินยอม
“ข้าไม่มีทางเลือก ท่านตาย ดีกว่าข้าต้องตาย” เสียงของไป๋อวิ๋นเซียนกระซิบลอดผ่านไรฟัน นางมองดูมั่วเซวี่ยนเฝ่ยสูดลมหายใจสุดท้ายก่อนที่มันจะขาดห้วงไป ไป๋อวิ๋นเซียนเดินไปคุกเข่าลงต่อหน้าฉินอวี่เยียน
“ศิษย์พี่หญิง เขาตายแล้วเจ้าค่ะ”