ตราบรักเคียงใจ: บทที่ 5 ต่อสู้ช่วงชิง ตอนที่ 6
ตอนที่ 5 ต่อสู้ช่วงชิง
ปีศาจเถาวัลย์คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ นางจะลงมือก็ลงมือ ไม่มีพูดพร่ำสักคำเดียว เขาซ่อนตัวกลับไปในเถาวัลย์ไม่ทันอย่างสิ้นเชิง เถาวัลย์ถูกฟันขาดหนนี้ก็เสมือนขาซ้ายข้างหนึ่งถูกตัดออกไปสดๆ ความเจ็บปวดเล่นงานเขาจนล้มลงไปกรีดร้องกลิ้งตัวอยู่กลางแอ่งโคลน
...ใช้ขวานฟันปีศาจเถาวัลย์ได้จริงๆ เสียด้วย เปิดหูเปิดตาแล้ว
ฉินซีเอี้ยวศีรษะกลับไปมองหลิงหูเจินเจิน นางไม่ได้พูดโกหกสินะ คนต้าฮวงจัดการพวกปีศาจด้วยวิธีการอันเรียบง่ายป่าเถื่อนเช่นนี้จริงๆ ทว่ายามนี้ดูท่าการโจมตีอันเรียบง่ายป่าเถื่อนนั่นของนางจะยังไม่จบ หลังจัดการปีศาจเถาวัลย์เสร็จแล้ว รายต่อไปก็คือเขา
นางวิ่งทะยานเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดลอยจากพื้นอย่างกะทันหัน การเคลื่อนไหวนั่นหากพรรณนาให้งดงามสักหน่อยคงบอกว่าดั่งลูกนกนางแอ่นโผผินจากกิ่งไม้ แต่หากพูดให้ไม่น่าฟังสักหน่อยก็คงต้องบอกว่าคล้ายเสือหิวกระโจนเข้าหาเหยื่อ ตอนนี้นางใกล้จะกระโจนมาถึงตัวเขาแล้ว
เฮ้อ ทำเช่นนี้ก็แย่สิ มีอย่างที่ไหนกัน คนต้าฮวงไม่รู้จักมารยาทเสียบ้าง เขาคงต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว
ฉินซีเบี่ยงตัวหลบ เขาโยนผลไม้หนักอึ้งที่มือขวาไปไว้ในมือซ้าย เขาใช้เวลาขบคิดเพียงพริบตาเดียวก็ตระหนักว่าทุกสิ่งน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกเขาน่าจะคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า แต่เขาคาดไม่ถึงว่าการเคลื่อนไหวของนางจะรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้าแลบ เพียงชั่วอึดใจที่เขาลงมาเหยียบพื้น ประกายวาบวับก็แทงพรวดมาตรงหน้าพร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศ
เขาเปลี่ยนท่าหลบไม่ทันแล้ว แต่เขาก็ไม่ต้องการจะเปลืองแรงมากมายกับเรื่องนี้ เขาจึงตัดสินใจไม่หลบ...มนุษย์ธรรมดากับเหล็กธรรมดาทำอันตรายเขาไม่ได้อยู่แล้ว
แต่แล้วในมือนางกลับมีมีดเล่มน้อยโผล่มาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว หน้าอกเขาเย็นวาบ คมมีดแหลมกรีดเสื้อของเขาขาดเป็นรอยเส้นแคบยาวเส้นหนึ่ง
“เฮ้ย...” ฉินซีตกตะลึงกับการกระทำอันป่าเถื่อนของหลิงหูเจินเจิน คนอะไรมาทำลายเสื้อผ้าของผู้อื่น เสื้อตัวนี้เขาชอบมากนะ
ทว่าการกระทำที่ป่าเถื่อนยิ่งกว่าตามมาทีหลัง
มือของนางคว้าหมับบนตัวเสื้อแล้วตั้งท่าจะฉีกเสื้อออก...นี่จะทำบัดสีบัดเถลิงอะไรไม่ทราบ!
เขายกมือขึ้นมาคว้าเสื้ออย่างไม่ทันคิด ตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกว่าร่างของนางปราดเข้ามาประชิด แวบหนึ่งนางเหมือนจะห้อยตัวอยู่กับแผ่นหลังของเขา ทว่าเพียงวูบเดียวนางก็มุดลอดจากด้านหลังมาด้านหน้า เขาไม่เคยพบมนุษย์ธรรมดาที่ว่องไวเช่นนี้มาก่อน การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจเดียว อยู่ๆ ร่างกายด้านหน้าของเขาก็สัมผัสบางสิ่งที่นุ่มนิ่ม ในอกเสื้อมีตัวอะไรบางอย่างถูกใส่เข้ามา
ฉินซีรับรู้เพียงว่านางยัดอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่มและเย็นเข้ามาในรอยขาดบนเสื้อ เขารีบล้วงมือหยิบออกมา แล้วก็พบว่ามันคือไส้เดือนตัวอวบอ้วนหลายตัวกำลังดิ้นยุกยิก
เขาตัวแข็งทื่อในบัดดล เพราะคิดว่านางพยายามจะขว้างไส้เดือนใส่หน้าของตนเองซ้ำ เขาจึงถอยพรวดออกห่างไปหลายจั้งอย่างว่องไวปานสายฟ้าแลบ แม้แต่ตอนรับมือกับหุ่นยันต์เขาก็ไม่เคยเคลื่อนไหวว่องไวเท่านี้มาก่อน แต่แล้วเขากลับเห็นว่าบนฝ่ามือของนางมีผลหลวนมู่พวงน้อยพวงหนึ่งอยู่บนนั้น
นางรอจังหวะโจมตีให้แผนการสำเร็จในครั้งเดียวมาตลอด ในที่สุดก็ได้ของมาไว้ในมือเสียที! หลิงหูเจินเจินรีบเก็บผลไม้เข้าไปในแขนเสื้อแล้วหมุนตัววิ่งไปทางหน้าผา แต่แล้วนางก็ต้องชะงักกึก...เพราะเขาดักอยู่ด้านหน้าแล้ว
ฉินซีก้มมองรอยขาดบนเสื้อ ยังมีไส้เดือนตัวหนึ่งห้อยต่องแต่งดิ้นดุกดิกสุดแรงเกิดอยู่บนนั้น เขาหน้าเขียว พยายามเป่ามันอยู่หลายทีกว่ามันจะหลุด จากนั้นเขาจึงถอยหลังสองก้าวแล้วเงยหน้ามองนาง สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์รับไม่ได้ “...กรีดเสื้อผ้า ยัดไส้เดือนใส่ นี่คือวิธีการต่ำช้าของคนต้าฮวงหรือไร”
ไม่เช่นนั้นจะให้ทำอย่างไร นางใช้วิชาอาคมไม่เป็นเสียหน่อย แต่เดิมคิดจะใช้ไส้เดือนทำให้เขาขยะแขยง แล้วฉวยโอกาสแย่งผลไม้เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเขาจะปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงมาก หากรู้ก่อนล่ะก็นางน่าจะจับมาเพิ่มอีกสักหลายๆ ตัว เอาให้เขาขยะแขยงตายไปเลย
ได้ผลไม้มาอยู่ในมือแล้ว หลิงหูเจินเจินก็โล่งใจขึ้นไม่น้อย ตั้งแต่สีหน้าไปจรดน้ำเสียงนิ่งสงบอย่างประหลาด “ก็เจ้าอยากฮุบผลไม้ทั้งหมดไว้คนเดียวก่อนเอง”
นางดูนิ่งสงบยิ่งนัก ทำราวกับว่าเขาไม่มีหนทางทำอะไรนางได้ เขาไม่เคยพบคนที่ยียวนชวนหาเรื่องเช่นนี้มาก่อนจริงๆ
“เสื้อตัวนี้ราคาห้าสิบตำลึง” ฉินซีชี้รอยขาดบนเสื้อ “ชดใช้ค่าเสื้อข้ามาซะ”
ยังจะมีหน้ามาเรียกเงินจากนางอีก แล้วเสื้อนั่นทำจากทองหรือไรถึงราคาแพงตั้งห้าสิบตำลึง นี่มันจะรีดไถเงินกันชัดๆ
หลิงหูเจินเจินโต้กลับ “เจ้าก็จ่ายค่าช่วยคน ค่าตอบคำถาม ค่านำทาง ค่าขนน้ำ...”
ฉินซีไม่รอให้นางร่ายคำพูดทวงเงินยาวเป็นพรวนนี่จบ เขาฉกมือไปทางกำไลไม้แกะสลักบนข้อมือขวาของนาง มารยาทของชาวจงถู่อะไรทั้งหลายไม่มีเหลืออยู่ต่อไป
แต่เขายังประเมินยันต์ประหลาดที่นางพกติดตัวต่ำเกินไป ระหว่างชั่วเวลาที่เหมือนยาวนานแต่สั้นเพียงชั่วพริบตานั่นจู่ๆ ยันต์แผ่นหนึ่งก็ดีดออกมา กระแสลมบ้าคลั่งลูกหนึ่งซัดเข้ามาตรงหน้าจนเขาชะงักไปวูบหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้
โชคดีที่ก่อนออกเดินทางนางวาดยันต์วาโยเทพเตรียมไว้หลายใบ เดิมทีตั้งใจเอามาใช้รับมือกับหุ่นยันต์ แต่สุดท้ายไม่ต้องประมือกับหุ่นยันต์ กลับต้องมาใช้กับเจ้าสุดยอดสารเลวคนนี้แทน
หลิงหูเจินเจินขว้างยันต์วาโยเทพออกมาอีกสองใบ ชั่วอึดใจนั้นสายลมโหมกระหน่ำบนยอดผา ฝุ่นทรายปลิวว่อน หินดีดกระเด็นกระดอน ไม่รอให้เขาตั้งตัวได้ นางก็สับเท้าสองสามก้าวไปถึงขอบผาก่อนจะกระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล ปีกที่ทำจากผ้าน้ำมันโผล่มาอยู่ในมือแล้วอาศัยสายลมโหมแรงของพายุฝน ลอยละลิ่วออกไปไกลลิบในชั่วพริบตา
หากไม่นับแผ่นยันต์ ปีกผ้าน้ำมันเป็นสิ่งแรกที่นางประดิษฐ์หลังจากกราบเป็นศิษย์ของอาจารย์ แต่เดิมโครงสร้างของมันบอบบางมาก ทว่าเพราะแปะยันต์วิหคเหินสองแผ่นไว้ด้านบน มันจึงใช้บินได้ระยะทางหนึ่ง หากกระโดดลงมาจากที่สูง มันก็นับเป็นเครื่องมือชั้นเลิศในการหนีเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง
หลิงหูเจินเจินเป่าปากอย่างโล่งอก แต่ไม่นานนางก็ตระหนักว่าตอนนี้ยังเร็วเกินกว่าที่นางจะโล่งใจ
เสียงอสนีบาตกัมปนาทอันน่าหวาดหวั่นดังไล่มาด้านหลัง เสียงสะเทือนเลือนลั่นท้องนภา แสงสว่างจ้าสีเขียวหยกของอาคมโถมออกมาเสมือนหนึ่งคลื่นสมุทร เพียงชั่วพริบตารอบบริเวณก็ราวกับถูกหยกสีเขียวใสห้อมล้อม มองไปทางใดก็มีแต่สีเขียว
ไกลขนาดนี้ อาคมยังจู่โจมมาถึงอีกหรือ!
หลิงหูเจินเจินรีบหันกลับไป นางเห็นฉินซียืนไพล่มือไปด้านหลังอยู่ตรงริมหน้าผา ยันต์วาโยเทพยังไม่หมดฤทธิ์ เส้นผมกับอาภรณ์ของเขาถูกลมพัดสะบัดพลิ้วไม่หยุด ประกายแสงสีเขียวหยกสว่างไสวตรึงหุ่นยันต์แปดตัวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตั้งแต่เมื่อใดเอาไว้แน่น พวกมันยื้อยุดกับพลังนั่นจนตัวสั่นระริก
ดูเหมือนว่าอาคมนี้จะไม่ได้มุ่งเป้ามาที่นาง แต่พลังน่าหวาดกลัวนั่นก็ยังกระแทกนางจนนางอยากอาเจียน หากมันซัดใส่ตัวนางตรงๆ เกรงว่าอวัยวะภายในคงพุ่งออกมาจากปาก
มิเสียทีเป็นผู้ฝึกตนจากจงถู่ คิดดูแล้วก็น่ากลัวอยู่นิดๆ นางอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันตั้งตัวชิงผลไม้มาได้แล้วก็จริง แต่ดูจากพฤติกรรมที่ผ่านมาของเขา ดีไม่ดีเขาอาจไล่ตามมาอย่างไม่ยอมเลิกราก็ได้ นางต้องรีบหนีจึงจะถูก
นางเก็บปีกผ้าน้ำมัน เงาร่างสีเขียวครามร่วงต๋อมลงไปท่ามกลางผืนพนาอันกว้างใหญ่ แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย
...
ตอนที่โจวจิ่งมาถึงขอบผา ทุกสิ่งก็สงบลงแล้ว เหลือแต่สถานที่เกิดเหตุที่ระเนระนาดไปหมด
เศษหินดินโคลนเกลื่อนกลาดทั่วพื้นราวกับถูกจับปั่นมาหลายรอบนับไม่ถ้วน ใบสีเขียวอ่อนของต้นหลวนมู่ร่วงพรมอยู่ทุกหนทุกแห่ง ยันต์ของราชันปีศาจที่เคยแปะอยู่บนต้นหลวนมู่ฉีกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แม้แต่ศิษย์น้องเก้าผู้สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอก็ยังดูแปลกจากเดิมเล็กน้อย เสื้อของเขาถูกของมีคมกรีดจนขาดเป็นแนวยาว เขากำลังจับรอยขาดบนเสื้อพลางก้มหน้าขมวดคิ้วสำรวจมันอยู่
“แม่สาวน้อยคนนั้นเล่า” โจวจิ่งถาม
ฉินซีตอบเสียงราบเรียบ “แย่งผลไม้สองสามลูกได้ก็หนีไปแล้ว”
โจวจิ่งขยับเข้ามาสำรวจเสื้อของเขาแล้วก็เห็นว่านอกจากรอยกรีดจากของมีคมแล้ว มันยังมีรอยถูกฉีกกระชากตามหลังด้วย เขาแค่นหัวเราะหยันออกมาอย่างอดไม่ได้ “นางทำหรือ ดูท่าหญิงสาวของต้าฮวงจะมือไวนัก! ผู้อื่นไม่เล่นงานกางเกงของเจ้าก็นับว่าผู้อื่นยั้งมือไว้ไมตรีแล้ว”
หยวนซีอุตส่าห์ตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาทั้งที ไม่หัวเราะเยาะสักหน่อย เขาย่อมไม่ใช่โจวฉงหวา
ตอนนั้นเองปีศาจเถาวัลย์ที่อาการร่อแร่อยู่ใต้ต้นไม้ก็ได้สติ ความเจ็บปวดแสนสาหัสทรมานเขาจนเริ่มกรีดร้องอีกหน เมื่อพบว่าผู้ฝึกตนจงถู่สองคนนั้นยังอยู่ ปากของเขาก็ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ เขากรีดเสียงคำราม “พวกเจ้าทำลายยันต์ ชิงผลไม้ไป ราชันปีศาจจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสการอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้!”
ฉินซีตอบเนิบช้า “ต้นหลวนมู่เป็นสิ่งวิเศษที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน เป็นสมบัติส่วนตัวของราชันปีศาจชังหยวนตั้งแต่เมื่อใด”
ต้าฮวงแห่งนี้ช่างเต็มไปด้วยเหตุผลอันบิดเบี้ยว เพียงแปะกระดาษยันต์แผ่นหนึ่งไว้ ของก็กลายเป็นของเขาแล้วหรือ ใต้หล้ามีเรื่องเช่นนี้ที่ไหนกัน
“ดูท่าพวกเจ้าคงไม่เข้าใจกฎของที่นี่” ปีศาจเถาวัลย์หัวเราะสีหน้าบิดเบี้ยว “หลังจากนี้ทุกเวลาทุกชั่วอึดใจพวกเจ้าก็จงระวังตัวไว้เถิด ราชันปีศาจจะไม่ละเว้นพวกเจ้าแน่...”
ฉินซีไม่รอให้เขาพูดจบ ประกายแสงสีเขียวก็สว่างวาบออกมาจากในแขนเสื้อ เสียงอสนีบาตกัมปนาทเริ่มดังครืนครางอีกหน เห็นชัดว่าเขาตั้งใจจะลงมือสังหาร
โจวจิ่งดึงเขาไว้ “ไม่ได้นะ!”
เขารู้ว่าศิษย์น้องคิดจะฆ่าคนปิดปากเพื่อไม่ให้ราชันปีศาจชังหยวนตามมาสร้างความลำบากให้ภายหลังเข้าจริงๆ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างต้าฮวงกับจงถู่ซับซ้อนอย่างยิ่ง ในอดีตสี่จักรพรรดิแห่งต้าฮวงอนุญาตให้ผู้ฝึกตนจากจงถู่เดินทางเข้ามาในต้าฮวงได้ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามสังหารปีศาจตนใดเด็ดขาด นี่คือกฎเหล็ก
เขาลากฉินซีจากไป ปล่อยถ้อยคำผรุสวาทอันร้ายกาจของปีศาจเถาวัลย์ไว้เบื้องหลัง