ปลายจวักครองใจ: บทที่ 35 คนมีเงินจะทำอะไรก็ได้ ตอนที่ 35

#35บทที่ 35 คนมีเงินจะทำอะไรก็ได้

ตอนที่ 35 คนมีเงินจะทำอะไรก็ได้

คุณชายสามเซิ่งคิดว่าตนหูฝาด “น้องหญิงพูดว่าอะไรนะ”

ลั่วเซิงสีหน้านิ่งเฉย “ข้าชอบกินเต้าฮวยของท่านยายขี้เหร่ท่านนี้ เตรียมพานางไปด้วย”

เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้หูฝาด คุณชายสามเซิ่งมุมปากพลันกระตุกอย่างแรง

หากถูกใจก็ต้องได้มาครอบครอง นี่ นี่มันการกระทำของพวกเสเพลนี่!

คุณชายสามเซิ่งสงบสติอารมณ์และยิ้มแห้ง “น้องหญิง นี่มันเหมาะสมหรือ คนเขาขายเต้าฮวยอยู่ดีๆ จะให้ทิ้งทุกอย่างแล้วไปเลยได้อย่างไร”

ซิ่วเย่ว์ที่เก็บถ้วยชามอยู่นั้นชะโงกศีรษะถาม “ให้เงินหรือไม่”

หงโต้วเบ้ปาก “เจ้าวางใจได้ คุณหนูของพวกข้าไม่ขาดเงิน”

“จ่ายเงินก็ไป” พอซิ่วเย่ว์พูดจบ เก็บชามและเช็ดโต๊ะในคราเดียว

หงโต้วชื่นใจอย่างยิ่ง

นึกไม่ถึงว่าเมืองขนาดเล็กที่ห่างไกลและทรุดโทรมจะมีคนรู้มากเช่นนี้ เพียงข้อนี้ข้อเดียวก็เหนือกว่าคนในเมืองหลวงจำนวนมากแล้ว

ในขณะที่คุณชายสามเซิ่งมองยังซิ่วเย่ว์ที่สีหน้าเฉยเมย และมองหงโต้วที่เผยสีหน้าชื่นใจ แล้วสุดท้ายมองยังลั่วเซิงที่ใบหน้าสงบนิ่ง ทำให้เข้ารู้สึกสงสัยตัวเองขึ้นมา

หรือทุกคนคือคนปกติ มีแต่เขาที่ผิดปกติกัน

ไม่ใช่แล้ว...

ยิ่งคิดยิ่งผิดปกติ คุณชายสามเซิ่งอยากเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่กลับมองเห็นซิ่วเย่ว์ที่เก็บแผงเสร็จแล้วและยืนอยู่ข้างกายลั่วเซิง

คุณชายสามเซิ่งนิ่งเงียบไป

“พี่ชายยังไม่อิ่มหรือ” ลั่วเซิงเอ่ยถาม

“กินน่ะกินอิ่มแล้ว...” คุณชายสามเซิ่งเหลือบมองซิ่วเย่ว์ ยังรู้สึกยอมรับไม่ได้ “แม้จะพาคนไปก็ต้องให้เวลาคนเขาเก็บทรัพย์สินด้วยสิ”

หงโต้วหัวเราะคิกคัก "คนขายเต้าฮวยจะมีทรัพย์สินอะไร ตบรางวัลให้นางด้วยถั่วทองสองเม็ดยังดีกว่าเสียเวลาไปเก็บทรัพย์สินเสียอีก”

คุณชายสามเซิ่งเผยรอยยิ้มที่แข็งทื่อ

มีข่าวลือในจวนว่าแม่เฒ่าที่ซักผ้าได้รางวัลเป็นทองใบหนึ่งถุงจากน้องหญิงหลานนอก เดิมทีเขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว

จนกระทั่งซิ่วเย่ว์ตามกลับโรงเตี๊ยม คุณชายสามเซิ่งก็ราวกับฝันไปและถือโอกาสที่ลั่วเซิงไม่สนใจ คว้าตัวหงโต้วมาถามว่า “เพราะชอบกินเต้าฮวยที่ท่านยายขี้เหร่ทำเนี่ยนะ ถึงกับต้องพาคนกลับเมืองหลวงเลยหรือ”

“มิใช่เหตุผลนี้แล้วจะเป็นอย่างไรได้ล่ะ” หงโต้วย้อนถาม

ความตรงไปตรงมาของสาวใช้ทำให้คุณชายสามเซิ่งหายใจติดขัดจึงหลุดปากถามออกมาว่า “หากพบหนุ่มรูปงามเข้าก็จะพาไปด้วยงั้นหรือ”

หงโต้วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายศีรษะ

คุณชายสามเซิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยไม่รู้ตัวแล้วฟังหงโต้วเอ่ยต่อ “ชายหนุ่มรูปงามมีอยู่มากโข คุณหนูของเราถูกใจคนไหนถึงจะพากลับน่ะเจ้าค่ะ”

คุณชายสามเซิ่ง “...” นึกไม่ถึงว่าเขาเคยคิดจะแต่งงานกับน้องลั่วเพียงเพราะอาหารอันโอชะ น่าหนักใจจริงๆ

“คุณชายรีบเก็บของเร็วเจ้าค่ะ คุณหนูของพวกข้าจะออกเดินทางวันนี้”

คุณชายสามเซิ่งพยักหน้าอย่างสับสน

ในห้องพัก ซิ่วเย่ว์จ้องลั่วเซิงพลางถามว่า “ตกลงเจ้าเป็นใครกันแน่”

เมื่อคืนนางนอนไม่หลับทั้งคืน ความแคลงใจนี้แทบจะทำให้นางเป็นบ้า

นางถึงขั้นคิดว่าสาวชุดดำคือท่านหญิง วิญญาณของท่านหญิงมาหานาง แต่ทุกสิ่งในวันนี้ทำลายความหวังอันลมๆ แล้งๆ ของนางลง

เด็กสาวตรงหน้าดูเด็กกว่าท่านหญิงเล็กน้อย รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักนิด ยกเว้นดวงตาอันสดใสและสงบนิ่ง

ลั่วเซิงกับซิ่วเย่ว์สบตากันและย้อนถามอย่างเฉยเมย “แล้วเจ้าล่ะ เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นใคร ทำไมถึงยอมไปกับข้า”

ซิ่วเย่ว์ถูกต้อนถาม

นางไม่อาจตอบคำถามนี้ได้

ทุกคนในจวนเจิ้นหนานอ๋องถูกปิดล้อมและประหารชีวิตในข้อหากบฏ แต่นางคือผู้รอดชีวิตที่ไม่อาจมองเห็นแสงตะวัน หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง คงไม่มีใครออกตามหาท่านอ๋องน้อยแล้ว

ทว่าเมื่อคืนนี้ การกระทำของเด็กสาวตรงหน้าเหมือนกับท่านหญิงมากจนสงสัยว่าหญิงสาวผู้นี้มีความเกี่ยวโยงกับท่านหญิง

สัญชาตญาณบอกกับนางว่าหากติดตามคนผู้นี้ บางทีอาจพบโอกาสที่ตามหามานานกว่าสิบสองปี

ลั่วเซิงจ้องใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของซิ่วเย่ว์ แล้วยิ้มเล็กน้อย “ดูสิ เจ้ายังอธิบายไม่ได้เลยว่าทำไมถึงเต็มใจมากับข้า ไม่ต้องถามว่าข้าเป็นใคร ข้าบอกได้เพียงว่าติดตามข้า วันหนึ่งวันใดก็จะพบคำตอบ”

นางไตร่ตรองดีแล้วว่าการเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของนาง ไม่ใช่เรื่องชาญฉลาด

มนุษย์ย่อมต้องระวังตัวเป็นธรรมดา การเล่าเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้ให้ใครสักคนฟัง จะมีแต่ความสงสัยเท่านั้น

แทนที่จะพยายามให้ซิ่วเย่ว์ยอมรับว่านางคือท่านหญิงชิงหยาง สู้ให้อีกฝ่ายค้นหาความจริงด้วยตัวเองดีกว่า พอถึงวันนั้นคอยเปิดเผยตัวตน ทุกอย่างก็จะประจวบเหมาะเอง

ซิ่วเย่ว์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถามออกมาว่า “เจ้าจะพาข้าไปที่ใด”

ลั่วเซิงมองออกนอกหน้าต่าง

ใบตองนอกหน้าต่างมีสีเขียวขจีราวกับมรกต โบกสะบัดอย่างอิสระ

“ไปเมืองหลวง” ลั่วเซิงตอบ

เมืองหนานหยางถูกรถม้าทิ้งห่างไปไกล คุณชายสามเซิ่งที่ขี่ม้าอยู่แหงนมองท้องฟ้าและปาดเหงื่อบริเวณหน้าผาก

เพิ่งเข้าสู่เดือนสาม แต่การเดินทางในวันที่ท้องฟ้าโปร่งเช่นนี้ก็ร้อนไม่เบา

คุณชายสามเซิ่งที่ลำคอเริ่มแสบร้อนมองเห็นโรงน้ำชาริมถนนอยู่ตรงหน้าจึงดึงบังเหียนและเขยิบเข้าหารถม้า “น้องหญิง ข้างหน้ามีโรงน้ำชา พวกเราจิบน้ำชากันสักหน่อยก่อนเดินทางต่อดีหรือไม่”

คำตอบของลั่วเซิงก็มาจากรถม้าอย่างรวดเร็ว “ได้”

คนทั้งขบวนหยุดอยู่หน้าโรงน้ำชา หากนับรวมองครักษ์ ม้านั่งยาวหลายตัวก็ถูกจับจองหมดแล้ว

คนขายใบชาเช็ดโต๊ะอย่างคล่องแคล่วและรินชาให้กับพวกลั่วเซิงและคนอื่นๆ ด้วยกาทองแดงปากยาว

ถ้วยสำหรับดื่มชาเป็นถ้วยลายครามหยาบๆ ทั่วไป ชาคือชาหยาบ แต่คุณชายสามเซิ่งกลับไม่รังเกียจ ยกดื่มเสียงดังจนเห็นก้นถ้วย ลำคอก็รู้สึกดีขึ้น

“น้องหญิงไม่ดื่มหรือ” เมื่อเห็นลั่วเซิงถือถ้วยลายครามหยาบไว้โดยไม่มีทีท่าว่าจะดื่ม คุณชายสามเซิ่งจึงอดถามไม่ได้

ในเวลานี้ ลั่วเซิงมีกะจิตกะใจดื่มน้ำชาที่ไหนเล่า ความสนใจทั้งหมดอยู่ที่คนกำลังเดินตรงมายังโรงน้ำชาต่างหาก

เขาคือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ความสุขุมเย็นชาของชายหนุ่มปรากฏบนหว่างคิ้วของเขา แต่กลับไม่ขาดความปราดเปรียวของเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะดวงตาคู่หนึ่งที่ราวกับหยกดำสีเข้มที่เข้ากับผิวสีซีดได้เป็นอย่างดี เพียงเหลือบมองก็รู้สึกได้ถึงความเย็นชาและน่าเกรงขาม

คุณชายสามเซิ่งมองตามสายตาของลั่วเซิง อดไม่ได้ที่จะตกใจขึ้นมา

ชายหนุ่มผู้นี้หล่อเหลานัก หล่อไม่น้อยไปกว่าซูเย่าเลย

แย่แล้ว แย่แล้ว น้องหญิงเห็นเขาแล้ว!

“อะแฮ่มๆ!” คุณชายสามเซิ่งส่งเสียงไอ คาดหวังว่าชายหนุ่มที่เดินมาหาจะเข้าใจคำเตือนของเขาและจากไปอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าชายหนุ่มได้ยินเสียงไอของคุณชายสามเซิ่งจึงเหลือบมองและรีบเดินมาหา

“พี่ชายมีอะไรหรือ” คุณชายสามเซิ่งจ้องชายหนุ่ม รู้สึกร้อนตัวจากการทำเรื่องให้แย่ลง

“ไม่เหลือที่นั่งแล้ว พี่ชาย จะขอนั่งด้วยได้หรือไม่” เด็กหนุ่มพูดจบก็นั่งตรงข้ามกับลั่วเซิงโดยไม่รอคำตอบจากคุณชายสามเซิ่ง

ด้านหลังชายผู้นั้น ชายหนุ่มที่แต่งตัวเป็นบ่าวรับใช้ก้มศีรษะเก็บซ่อนความประหลาดใจ

ลั่วเซิงนั่งไม่ติดแล้ว

คือชายชุดดำที่ปรากฏตัวในจวนอ๋องเมื่อคืนก่อนแล้วถูกก้อนหินฟาดศีรษะและสาดพริกไทยใส่หน้าหนี่!

เขามานั่งตรงข้ามนางทำไม

หรือว่าจะจดจำนางได้

แม้ว่าคืนนั้นจะไม่ใช่ค่ำคืนที่มืดสนิทและมีลมแรงมากนัก แต่นางก็คลุมหน้าไว้ อย่างมากอีกฝ่ายก็เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น

ลั่วเซิงนึกถึงกริชในอก นึกถึงแส้ยาวที่เอว นึกถึงผงพริกไทยในแขนเสื้อ ในที่สุดก็ล้มเลิกความคิดที่จะกำจัดชายหนุ่มทิ้งทันที

ช่วยไม่ได้ กลางวันแสกๆ ต่อหน้าสาธารณชน จะให้ลงมือฆ่าคนได้อย่างไร

“คุณหนูลั่ว สบายดีนะ” จู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้น

ปลายจวักครองใจ: บทที่ 35 คนมีเงินจะทำอะไรก็ได้ ตอนที่ 35