ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 33 อวี๋จือที่แสนฉลาด ตอนที่ 33

#33บทที่ 33 อวี๋จือที่แสนฉลาด

ตอนที่ 33 อวี๋จือที่แสนฉลาด

ครอบครัวคุณชายรองของจวนอู่อันโหว ซูซื่อมีท่านป้าที่สนิทด้วยอยู่คนหนึ่ง แซ่หู

นางกําลังกระซิบกระซาบกับซูซื่อว่า “ลูกคนรองของบ่าวบอกว่า ต้ากุ้ยที่เฝ้าประตูเห็นชิงเฟิง บ่าวคนสนิทของคุณชายสามซื้อผ้าไหมเยียนหลัวสีประกายแดงเจ้าค่ะ”

“จริงหรือ” ซูซื่อตกใจ แม้แต่ชาก็ลืมยกดื่ม

“จริงเจ้าค่ะ ท่านก็รู้ว่าลูกคนรองของบ่าวเป็นคนซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์มาตั้งแต่เด็ก”

นางหยุดชะงักแล้วเอ่ยต่อ “ต้ากุ้ยก็เป็นคนฉลาด สายตาเฉียบแหลม เขาบอกว่าเห็นก็คือเห็นแน่นอนเจ้าค่ะ”

ซูซื่อพยักหน้า อดอิจฉาไม่ได้ “ในจวนก็คงมีแต่คุณชายสามที่มีความสามารถนี้ ครั้งก่อนฝ่าบาทก็มอบให้เขาผืนหนึ่ง ข้าอยากตัดกระโปรงสักตัวโหวฮูหยินยังไม่ยอม แต่กลับทํามุ้งไปให้ครอบครัวคุณชายใหญ่

เป็นลูกสะใภ้เหมือนกัน ทําไมถึงเลือกที่รักมักที่ชังเช่นนี้ หรือว่าดูถูกคุณชายรองของข้า?”

ซูซื่อไม่พอใจ ผ้าไหมเยียนหลัวราคาสูง ใช่ว่าซูซื่อจะกัดฟันซื้อไม่ได้ แต่เครื่องบรรณาการผ้าไหมเยียนหลัวมีจำนวนน้อยเกินไป พระชายาในวังหลวงก็ยังไม่พอใช้

ข้างนอกใช่ว่าจะไม่มีแต่ใครจะหามาได้ อย่างน้อยคุณชายรองกับพ่อสามีตัวเองหามาไม่ได้แน่นอน

ตอนที่นางยังไม่ได้แต่งงานบิดาของนางยังหามาได้เพียงครึ่งผืน พอดีพี่สาวคนโตแต่งงาน มารดาจึงยัดเข้าไปในสินเดิมของพี่สาวคนโต นางอยากทําเสื้อตัวเล็กๆ สักตัว ท่านแม่ยังบอกว่านางทำเสียของ

“ลําเอียง นางลําเอียง” ไม่ว่าจะเป็นโหวฮูหยินหรือมารดาของตน ล้วนแล้วแต่ลําเอียง

ผ้าไหมเยียนหลัวสีฤดูใบไม้ร่วง เนื้อผ้าบางเบาและระบายอากาศได้ดี มองจากระยะไกลราวกับม่านหมอก ซูซื่อเพียงเห็นก็ลืมไม่ลงจนถึงตอนนี้

เจ้านายไม่พอใจ คนเป็นบ่าวจึงต้องปลอบใจ “โหวฮูหยินไม่ได้ทำให้ซื่อจื่อฮูหยินเจ้าค่ะ นางทำให้ท่านซื่อจื่อ ท่านซื่อจื่อร่างกายอ่อนแอ เมื่อใช้ถาดน้ำแข็งในห้องเขาก็ทนไม่ไหว พอไม่ใช้ ผ้าทั่วไปก็ระบายอากาศไม่ดีเจ้าค่ะ”

ซูซื่อยิ้มหยัน นางย่อมรู้ว่าคุณชายรองเทียบท่านซื่อจื่อไม่ได้ ถึงแม้ท่านโหวจะรักใคร่คุณชายรองมากกว่า แต่เขาก็ให้ความสําคัญกับซื่อจื่อ

นางไม่ยอมหรอก นอกจากเรื่องที่ซื่อจื่อมีวาสนาเกิดมาเป็นบุตรของโหวฮูหยินแล้ว เขาจะดีไปกว่าคุณชายรองตรงไหนกัน

ร่างกายก็อ่อนแอ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้

แน่นอนว่าความคิดนี้นางกล้าคิดเพียงในใจ

“คุณชายสามมีผ้าไหม ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นพี่สะใภ้ของเขา ข้าไม่ต้องการเยอะ แบ่งให้ข้าสักสองสามฉื่อ[footnoteRef:1]คงไม่เป็นไร” ซูซื่อเกิดความคิดแปลกๆ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าคิดได้ถูกต้องแล้ว [1: ฉื่อ 1 ฉื่อ เท่ากับ 33.3 เซนติเมตร]

ป้าหูตกใจ ฮูหยินน้อยนะฮูหยินน้อย ความสัมพันธ์ของคุณชายรองกับคุณชายสามเป็นเช่นไรท่านไม่รู้หรืออย่างไร

อยากเอ่ยเตือน แต่เพราะฮูหยินน้อยลุ่มหลงในผ้าไหมเยียนหลัว นางอย่าหาเรื่องซวยเลยจะดีกว่า

ครอบครัวคุณชายใหญ่ก็รู้เรื่องที่เหวินจิ่วเซียวมีผ้าไหมเยียนหลัวเหมือนกัน

คนเยอะก็ปากเยอะ เจ้าคิดว่ามันเป็นความลับแต่ที่จริงใครเห็นแล้วบ้างก็ไม่รู้

ซื่อจื่อฮูหยินแซ่ฉิน ชื่อว่าอวี้ซวง สกุลเดิมก็เป็นตระกูลท่านโหว นางเป็นบุตรสาวจากภรรยาเอก แต่หากเทียบกับตระกูลที่มีอํานาจอย่างตระกูลอู่อันโหว ตระกูลฉินย่อมเทียบไม่ได้ ท่านพ่อของนางไร้ซึ่งตำแหน่ง ในตระกูลเหลือยศขุนนางเพียงคนเดียว

ไม่เช่นนั้นฉินอวี้ซวงจะยอมแต่งงานกับเหวินเฉิงจงได้เช่นไร เหวินเฉิงจงร่างกายอ่อนแอ เดิมทีนางก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับคนผู้นี้ นางเพียงอยากได้ตําแหน่งซื่อจื่อฮูหยิน

ตราบใดที่นางให้กําเนิดลูกชาย อู่อันโหวก็จะเป็นของพวกนางสองแม่ลูก ดึงสกุลเดิมตัวเองขึ้นมาไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วนเรื่องที่แต่งงานมาหกปีแล้วยังไม่มีบุตร... ความฉลาดย้อนกลับมาทำร้ายตัว นางคํานวณผิดพลาดเอง

นางคํานวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเหวินเฉิงจงจะทำให้นางท้องไม่ได้

สาวใช้คนสนิทของฉินอวี้ซวงชื่อว่ามี่ซู “...ต้ากุ้ยที่เฝ้าประตูดื่มเหล้าเมาแล้วเล่าให้คนอื่นฟังเจ้าค่ะ สาวใช้น้อยในเรือนของเราไปได้ยินเข้า แล้วยังมีลูกชายคนรองของป้าหู ท่านป้าคนสนิทของฮูหยินน้อยรองด้วยเจ้าค่ะ”

ฉินอวี้ซวงไม่สนใจครอบครัวคุณชายรอง ถึงแม้ครอบครัวคุณชายรองจะอยากได้แต่ก็ทำได้แค่อยากได้ พวกเขายังต้องไว้หน้าโหวฮูหยิน และคุณชายสามก็ไม่เคยไว้หน้าครอบครัวคุณชายรอง

“ถึงตอนนั้นเรือนของข้าก็ต้องเปลี่ยนมุ้งใหม่แล้ว” มุ้งสีฤดูใบไม้ร่วงแขวนอยู่ในห้องของท่านซื่อจื่อ

ในความคิดของฉินอวี้ซวง ของของคุณชายสามก็คือของของโหวฮูหยิน ของของโหวฮูหยินก็คือของของท่านซื่อจื่อไม่ใช่หรือ

ผ้าไหมเยียนหลัวที่ถูกผู้หญิงสองคนอยากได้ กลายเป็นเสื้อตัวเล็กๆ ที่สวมอยู่บนตัวของอวี๋จือไปแล้ว “สมแล้วที่เป็นผ้าไหมเยียนหลัว ใส่สบายจริงๆ” อย่างกับผ้าไหมน้ำแข็งเลย ใส่แล้วรู้สึกเย็นสบาย

อวี๋จือทําเสื้อเจ็ดตัวในคราวเดียว และเปลี่ยนใส่ทุกวันเจ็ดวันต่อสัปดาห์

มีเสื้อผ้าหลายตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเพิ่มอีก อวี๋จือจึงบอกให้ป้าเจียงทำมุ้ง ทำเอาป้าเจียงเสียดาย “นำเนื้อผ้ามีค่าเช่นนี้มาทำเป็นมุ้ง น่าเสียดายนะเจ้าคะ”

น่าเสียดายตรงไหน เธอได้เสพสุขจากมันไง!

เธอไม่โง่เก็บเอาไว้หรอกนะ ใครจะรู้ว่าเรื่องที่คาดไม่ถึงกับวันพรุ่งนี้อันไหนจะมาก่อนกัน เก็บไว้มีแต่จะถูกแย่งชิงเอาไป

อวี๋จือที่แสนฉลาด เธอไม่ได้โง่สักหน่อย

“อะไรนะ เจ้าไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่” ได้ยินข่าวจากมู่โถว อวี๋จือก็นั่งไม่ติด

มู่โถวส่ายหน้า “โหวจือได้ยินก่อนขอรับ ชายคนนั้นโอ้อวดกับคนอื่น บอกว่าเงินหาง่ายมาก เขาแค่ผลักหญิงชราคนหนึ่งล้ม จ้าวโหย่วจื้อก็ให้เงินเขาหนึ่งตำลึงเงิน แล้วยังบอกว่าจ้าวโหย่วจื้อโง่ หลอกง่าย โหวจือจึงไปเรียกข้า ข้าเคยเห็นชายคนนั้น เขาเป็นสหายกับจ้าวโหย่วจื้อ ข้าเคยเห็นพวกเขาออกมาจากหอเฟิงเย่ว์ด้วยกันขอรับ”

จ้าวโหย่วจื้อ!

เดิมคิดว่าป้าเจียงล้มเป็นอุบัติเหตุ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนบงการ แล้วตัวการยังอยู่ข้างบ้านด้วย

เขาคงจะเคียดแค้นที่ป้าเจียงไม่ให้เขาเข้าประตู เหอะ เลวจริงๆ

เดิมทีอวี๋จือไม่อยากเอาถึงตาย แต่เขากลับกล้าทำร้ายป้าเจียง เธอยังต้องเกรงใจเขาอีกเหรอ

“มู่โถว มานี่” อวี๋จือกวักมือเรียกมู่โถว เมื่อเขาเข้ามาใกล้ก็กระซิบเบาๆ สองสามประโยค “จําได้หรือไม่”

“จําได้ขอรับ” มู่โถวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“เจ้าไปเถิด! อ๋อ ไปห้องครัวบอกให้อิงเถาห่อของกินให้เจ้านำกลับไปด้วย”

เดินทีมู่โถวไม่อยากรับ อวี๋จือเหลือบมองเขา เขาจึงพยักหน้าเงียบๆ

อวี๋จือแกว่งชิงช้าต่อ เริ่มแกว่งเบาๆ และแกว่งแรงขึ้นเรื่อยๆ แกว่งจนมองเห็นไก่ที่กำลังจิกข้าวกินอย่างเอ้อระเหยในลานบ้านข้างๆ

ผ่านไปไม่ถึงสองวัน ในตรอกดอกท้อก็เกิดเรื่องใหญ่

หลังจากที่ปัญญาชนจ้าวโหย่วจื้อถูกคนคลุมกระสอบต่อย ขาที่หักยังไม่หายดี เขาก็ถูกคนต่อยอีกแล้ว ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนเดินเข้ามาต่อยเขาในบ้าน

ไม่เพียงแต่ต่อยเขายังพังบ้านเขาอย่างโหดร้ายด้วย ป้าหลี่ที่ปากคอเราะร้ายและชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่มาตลอดตะโกนลั่นบ้าน แต่ก็ทำได้เพียงร้องไห้

มีคนใจอ่อนเห็นครอบครัวของเขาน่าสงสาร อยากเข้าไปห้ามปราม

แต่ชายฉกรรจ์เหล่านั้นบอกว่า พวกเขาเป็นพี่น้องของสามีหญิงม่ายในตรอกหลิ่วเยี่ยบนถนนตะวันออก จ้าวโหย่วจื้อคนนี้แอบคบคิดกับหญิงม่าย นี่มันกำลังสวมเขาให้พี่น้องที่ตายไปแล้วของพวกเขา รังแกที่เป็นพวกเขาไม่มีบ้านเช่นนั้นหรือ

พอทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็พากันถอยออกมาและไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วยอีก

สุดท้ายก็มีคนกลัวว่าจะมีคนตายจึงไปเรียกผู้นำตรอก ผู้นำตรอกใช้ความพยายามอย่างมากในการเกลี้ยกล่อมชายฉกรรจ์เหล่านั้น

เมื่อมองดูจ้าวโหย่วจื้ออีกครั้ง เขานอนอยู่บนพื้น ยังมีลมหายใจ ส่วนแม่ของเขาผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับคนบ้า ขอร้องผู้นำตรอกซ้ำๆ ให้ช่วยพาบุตรชายไปโรงหมอ

น่าอนาถนัก!

อวี๋จือยืนอยู่บนบันได มองดูอย่างมีความสุข

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 33 อวี๋จือที่แสนฉลาด ตอนที่ 33