ประกาศิตราชามังกร: ตอนที่ 10 เข้าร่วมงานแต่งงาน ตอนที่ 10
วิลล่าที่เขตผานหลงวาน นั่นเป็นเขตชุมชนที่ดีที่สุดในหงเฉิงเลยนะ ชุมชนทั้งหมดตั้งอยู่บนภูเขาหนึ่งเดียวของหงเฉิง ไม่เพียงแค่ทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศก็ดีเยี่ยมด้วย!
คนที่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ล้วนแล้วแต่เป็นชนชั้นสูงทั้งสิ้น หากไม่ใช่คนรวย ก็เป็นผู้สูงศักดิ์ สำหรับคนธรรมดาสามัญแล้ว อย่าว่าแต่เข้าไปอยู่เลย แม้แต่ค่าส่วนกลางยังไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า!
“ประธานซู นี่...บ้านหลังนี้ มันมากเกินไปจริงๆ คุณเอาคืนกลับไปดีกว่าครับ!”
เฉินผิงรีบส่งกุญแจคืน
“คุณเฉินอย่าได้ปฏิเสธเลย หรือจะบอกว่าชีวิตผมมีค่าไม่สู้บ้านหนึ่งหลังหรือครับ”
ซูเหวินจงยิ้มเล็กน้อย
ในเมื่อซูเหวินจงพูดเช่นนี้ เฉินผิงจำต้องรับเอาไว้ จากนั้นซูเหวินจงก็หยิบบัตรธนาคารออกมาใบหนึ่งยื่นให้เฉินผิง ในนั้นมีเงินอยู่จำนวนสิบล้าน
เฉินผิงรู้ดีว่าเขาคงไม่สามารถปฏิเสธได้ จึงจำต้องรับบัตรธนาคารมาใส่ไว้ในกระเป๋า!
ขณะที่เฉินผิงเตรียมจะกล่าวลา ก็มีเสียงเอ็ดตะโรดังมาจากชั้นล่าง!
เฉินผิงมุ่นคิ้วขึ้นเล็กน้อย!
เมื่อเห็นเฉินผิงขมวดคิ้ว ซูเหวินจงรีบเรียกผู้จัดการโรงแรมเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงดังขนาดนี้”
ซูเหวินจงซักไซ้ถาม
“ประธานซูครับ วันนี้ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นสอง มีงานแต่งงานของคุณชายเซียวจากตระกูลเซียวครับ เสียงก็เลยดังแบบนี้!
ผู้จัดการรีบอธิบายให้ซูเหวินจงได้เข้าใจ
เมื่อซูเหวินจงได้ยินดังนี้ ก็จำต้องปล่อยผ่าน ในเมื่อเขาเปิดโรงแรมทำการค้า ชาวบ้านเขาจะแต่งงาน มีเสียงดังเอะอะบ้าง ก็ยากจะหลีกเลี่ยง!
“ประธานซู เช่นนั้นผมขอตัว!”
เฉินผิงประสานมือคำนับซูเหวินจงแล้วเดินออกจากห้องวีไอพีไป!
หลังจากที่เฉินผิงลงมาถึงชั้นล่าง เขาได้พบกันเซียวเหล่ยที่กำลังเดินเข้าโรงแรม พร้อมด้วยเจ้าสาวในอ้อมแขน เกิ่งซานซาน!
เมื่อได้เห็นเฉินผิง เซียวเหล่ยตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็หัวเราะร่าออกมา “เฉินผิง ไม่นึกว่าแกจะมาร่วมงานแต่งของพวกเราจริงๆ คิดจะมากินฟรีดื่มฟรีใช่ไหม”
เฉินผิงนิ่งเงียบและเหลือบมองเซียวเหล่ยอย่างเย็นชา เขาหมุนตัวไปด้านข้างเพื่อจะเดินจากไป!
“อย่าเพิ่งไปสิ!” เซียวเหล่ยขวางหน้าเฉินผิงเอาไว้ พลางพูดเย้ยหยัน “ดูแฟนเก่าแกสิ ตอนนี้เธอสวยมากใช่ไหม แกไม่มีอะไรจะพูดกับหล่อนเลยหรือ”
เซียวเหล่ยจงใจทำให้เฉินผิงอับอาย!
“พี่เหล่ยคะ อย่าไปใส่ใจเขาเลย ใกล้จะถึงเวลาแล้ว!”
เกิ่งซานซานที่อยู่ในอ้อมแขนของเซียวเหล่ยไม่แม้แต่จะมองเฉินผิงเลยสักนิด เธอพูดกับเซียวเหล่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“เซียวเหล่ย อย่าไปสนใจไอ้สวะนี่เลย เดี๋ยวจะพลาดฤกษ์งามยามดีไป พวกเธอเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงก่อนเลย เดี๋ยวน้าไล่ไอ้สวะนี้ไปให้!”
จย่าเหม่ยลี่เอ่ยปากเกลี้ยกล่อมเซียวเหล่ย จากนั้นจึงหันมาหาเฉินผิง “แกนี่ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที ยังตามมาถึงโรงแรมอีก แกก็แค่หมาวัด ลูกสาวฉันจะสนใจแกได้ยังไง หัดส่องกระจกดูเงาตัวเองซะบ้างนะ รีบไปซะ อย่าได้คิดก่อเรื่องที่นี่!
คำพูดของจย่าเหม่ยลี่เจ็บแสบถึงทรวง เรียกได้ว่าแทงใจดำทุกคำ!
ญาติและเพื่อนๆ ที่อยู่รอบๆ ต่างกระซิบกระซาบและเยาะเย้ยเฉินผิงกันไม่หยุด!
เฉินผิงในเวลานี้เป็นเหมือนตัวตลกที่ถูกผู้คนหัวเราะเยาะ!
“สักวันหนึ่ง พวกแกจะต้องมาคุกเข่าตรงหน้าฉันและขอร้องฉัน!”
เฉินผิงระงับความโกรธในใจ เขาผลักเซียวเหล่ยที่ขวางทางและเดินออกไป!
“รั้งมันไว้” เซียวเหล่ยขมวดคิ้วขึ้น “วันนี้แกอยากจะร่วมงานก็จะได้ร่วม ถึงแกไม่อยากร่วมงานก็ต้องร่วม ฉันจะให้สวะอย่างแกได้เห็นแฟนของแกแต่งงานกับฉันด้วยตาของแกเอง!”
ทันทีที่เซียวเหล่ยออกคำสั่ง กลุ่มคนหัวล้านก็ตรงเข้าหยุดเฉินผิงทันที เมื่อกี้นี้ที่บ้านของเฉินผิง พวกเขาพ่ายแพ้ ในใจยังคงคับข้อง ตอนนี้ได้เวลาแก้มือแล้ว!
เมื่อเห็นกลุ่มคนหัวล้านเข้ามาหยุดรั้งเขาไว้อย่างหยาบคาย เฉินผิงค่อยๆ หันไปมองเซียวเหล่ย “นายแน่ใจนะว่าอยากจะให้ฉันเข้าร่วมงานแต่งของนายน่ะ”
“ไม่ผิด ฉันอยากจะให้แกเห็นกับตา ฉันต้องการให้แกรู้ว่า กล้าเป็นศัตรูกับฉัน แกไม่คู่ควร...”
ใบหน้าของเซียวเหล่ยเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ก็ได้ แต่ถ้าฉันไปร่วมงาน งานแต่งของแกก็จะไม่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีหรอกนะ!”
เมื่อพูดจบ เฉินผิงก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงงานแต่งที่ชั้นสอง ห้องจัดเลี้ยงมีขนาดใหญ่สามารถจุได้ถึงร้อยกว่าโต๊ะ
“ฮ่าๆๆ ฉันอยากรู้นักว่าแกจะทำลายงานแต่งของฉันยังไง!” เซียวเหล่ยหัวเราะ เขาไม่เชื่อคำขู่ของเฉินผิงเลยแม้แต่น้อย แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เฉินผิงก่อความวุ่นวายรบกวนสุนทรียารมณ์ของทุกคน เขาจึงกำชับกับชายหัวล้านว่า “ไอ้โล้น แกพาคนไปจับตาดูไอ้เฉินผิงนั่นไว้ ถ้ามันกล้ากลับ พวกแกรีบจับมันเลยนะ!”
“คุณชายเซียววางใจได้เลยครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง!”
ชายหัวล้านผงกศีรษะ ลำแสงเย็นยะเยือกผุดขึ้นในแววตาของเขา เขากำลังคิดจะแก้แค้นเฉินผิงอยู่พอดี!
ภายในห้องจัดเลี้ยง เฉินผิงเลือกนั่งลงที่มุมหนึ่ง ผู้ที่เข้าร่วมงานแต่งงานของลูกชายตระกูลเซียวได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนมีหน้ามีตาในหงเฉิงทั้งสิ้น หากไม่ใช่เศรษฐี ก็เป็นคนใหญ่คนโต คนธรรมดาอย่างเฉินผิงน่ะหรือ คุณสมบัติไม่พอที่จะเข้าร่วมหรอก!
ดังนั้น การปรากฏตัวของเฉินผิงจึงนำมาซึ่งสายตาประหลาดใจของแขกเหรื่อจำนวนมากในห้องจัดเลี้ยง จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มแต่งตัวธรรมดาๆ ปรากฏขึ้นในสถานที่หรูหรา ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกที่ถูกทางสักเท่าไร!
ทว่า ด้วยความรวดเร็ว ตัวตนของเฉินผิงก็ถูกแพร่กระจายกันไปในหมู่แขกเหรื่อ คราวนี้ สายตาที่จับจ้องมองเฉินผิงก็ยิ่งมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นสายตาที่แสดงออกถึงความเย้ยหยัน แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่มองมาด้วยความเห็นอกเห็นใจ!
แต่เฉินผิงก็ไม่ได้ยี่หระกับสายตาเหล่านี้ เขายังคงนั่งกินผลไม้แห้งบนโต๊ะตามลำพัง สีหน้าเมินเฉยไร้ความรู้สึก!
ชายหัวล้านนำพรรคพวกนับสิบยืนคุมเข้มอยู่ที่ด้านหลังเฉินผิง หากว่าเฉินผิงกล้าตุกติก พวกเขาพร้อมจะลงมือโดยไม่ลังเล!
“อุ๊ยตาย นี่เฉินผิงไม่ใช่หรือ ออกจากคุกมาเมื่อไรจ๊ะเนี่ย”
เมื่อได้ยินเสียงส่อเสียดดังขึ้น เฉินผิงจึงเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นหญิงสาวนางหนึ่งแต่งตัวยั่วเย้าแต่งหน้าจัดจ้านกำลังเดินตรงมาหาเขา โดยข้างๆ หญิงสาวมีชายหนุ่มอีกคนอยู่ด้วย
เสียงของหญิงสาวดึงดูดความสนใจของแขกเหรื่อในบริเวณโดยรอบทันที ในตอนแรก พวกเขาคิดแค่เพียงว่าเฉินผิงเป็นแฟนเก่าของเจ้าสาวที่มาพบแฟนสาวเป็นครั้งสุดท้าย แต่พวกเขาไม่คิดว่าเฉินผิงจะเคยเข้าคุกมาก่อน แขกเหรื่อรอบๆ ยิ่งรู้สึกสนใจในตัวของเฉินผิงมากยิ่งขึ้น